UNDERNEATH UMA : .....ไม่ใช่มนุษย์ [2]


2

ไม่มีอะไรที่ผมประเมินผิดไปจากรูปภาพในแฟ้ม อูม่าคือผู้หญิงรูปร่างบอบบาง ตัวเล็ก และจากตัวเลขที่แสดงข้อมูลอยู่บนหน้าจอตรงหน้าของผมแล้วนั้น เธอควรจะอยู่ในหมวดอ่อนแอมากกว่าจะอยู่ในหมวดสำคัญต่อองค์กร -- แต่ข้อมูลตรงหน้าก็ไม่ได้ปรากฏให้เห็นว่าความสำคัญของเธออยู่ในระดับที่เท่าไหร่
นั่นแปลกมาก -- 

“คุณแปลกจากที่ฉันคิดเอาไว้” จู่ๆอูม่าก็พูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

ผมกะพริบตา -- ข้อมูลตรงหน้าหายวับไป “ประทานโทษด้วย คุณผู้หญิง” ผมเอ่ยขณะที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามกับเธอ “คุณหมายความว่าอะไรกันหรือ”

อูม่าอมยิ้มที่มุมปาก ราวกับว่าเพิ่งได้ฟังเรื่องชวนหัวไป “ไม่ต้องสุภาพนักหรอก คุณเรียกฉันว่าอูม่าได้” เธอพูดเสียงเบา “ฉันแค่คิดว่ามันแปลกดีที่เรามีตาสีน้ำตาลเหมือนกัน -- ฉันนึกว่าคุณจะมีดวงตาสีฟ้าเสียอีก”

ผมส่ายหน้า “ไม่มีใครดวงตาสีฟ้าในรุ่นเดียวกันกับผม -- ”

“คุณหมายถึงรุ่นผลิตของคุณซีนะ” อูม่าว่า

“ถ้านั่นเป็นสิ่งที่พวกคุณเรียกกันล่ะก็ ใช่ รุ่นผลิตของผมมีตาสีน้ำตาลเท่านั้น สีฟ้าคือรุ่นที่พัฒนากว่าผมไปอีก”

พวกคุณหรือ” อูม่าทวน “นั่นเป็นสิ่งที่พวกคุณเรียกเราหรือ”

ระดับความเครียดของร่างกายเธอกำลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย -- ตัวเลขรายงานบอกผมจากมุมขวาล่างของสายตา -- นั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการ

“เปล่า” ผมตอบ “ส่วนใหญ่แล้วเราเรียกชื่อของพวกคุณตามรุ่นประจำตัว หรือที่พวกคุณเรียกกันว่าบัตรประจำตัว”

อูม่าพยักหน้า ดวงตาหรี่เล็กลงเล็กน้อย “ใช่ เราเรียกกันเองแบบนั้นเช่นเดียวกัน เราเรียกกันด้วยชื่อ” จากนั้นมือที่ประสานกันก็ขยับไปมา “มีชื่อไหนที่คุณชอบ
เป็นพิเศษบ้างไหม”

“ชอบเป็นพิเศษหรือ” ผมถาม

“ใช่ ชื่อที่ทำให้คุณรู้สึกชอบพอ คิดถึง และอยากจะเรียกมันซ้ำๆ”

ผมนิ่งคิด -- ก่อนที่จะตอบออกมาสั้นๆว่า “ไม่มี”

อูม่าดูไม่คาดหวังอะไรอยู่แล้ว เธอไม่แม้แต่จะขุ่นเคือง หรือไม่พอใจใดๆ เธอเพียงแค่ถามผมเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคำถามว่า “แล้วชื่อของคุณล่ะ”

ผมชำเลืองมองเธอ “คุณหมายความว่าอะไร”

อูม่ายักไหล่ “พวกคุณเรียกกันเองว่าอะไรหรือ คงไม่ใช่ชื่อรุ่นที่เป็นตัวเลขยาวเหยียดหรอกใช่ไหม”

“ใช่ เราเรียกกันแบบนั้น” ผมตอบ “ผมคือเค.เอ.ไอ.2099”

“ไค” เธอพูดขึ้นมา

แต่คำว่าไคไม่ปรากฏความหมายใดๆบนหน้าจอผม

“เค--เอ--ไอ อ่านว่าไค” อูม่าอธิบาย “นั่นพอจะเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันได้ในหมู่มนุษย์อย่างพวกเรา”

ผมพยักหน้า “ถ้านั่นจะช่วยให้คุณพูดกับผมสบายใจขึ้น ผมก็ยินดีที่จะถูกเรียกว่าไค”

“ตกลง ไค” เธอตอบรับ “นั่นดีกว่าการถูกหุ่นยนต์แปลกหน้ามานั่งสอบสวนเป็นไหนๆ”

“คุณรู้หรือว่าผมมาเพื่อถามคำถามคุณ”

ดวงตาสีน้ำตาลของอูม่าหลุบมองโต๊ะสีขาว นิ้วมือข้างหนึ่งเคาะเบาๆเป็นจังหวะ “พวกคุณอยากรู้ว่าฉันรอดมาได้ยังไง จากระเบิดนั่น”

ระดับความเครียดของเธอยังอยู่ในระดับปกติดี -- ผมจึงตัดสินใจพูดไปตามสิ่งที่ได้รับมอบหมายมา 

“เราอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงรอดมาได้โดยไร้รอยขีดข่วน” ผมพูดออกไป และร่างกายเธอก็ไม่ได้มีระดับความเครียดเพิ่มขึ้นแม้แต่หนึ่งเปอร์เซนต์ -- นั่นหมายความว่าเธอรู้ว่าผมมาเพื่อคำถามนี้

“มีสิ” เธอแก้ เลิกชุดผ้าฝ้ายขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นทางยาวตลอดเอว -- ผมมองแผลนั่น -- มันคือแผลใหม่ที่เพิ่งสมานได้ไม่นานนี้ -- เธอไม่ได้โกหก

“ประวัติที่ผ่านมาของคุณ ไม่ได้ดีนัก” ผมใช้ข้อมูลเปิดทางเล็กน้อย “นั่นเกี่ยวอะไรกับความอยู่รอดของคุณหรือไม่”

อูม่าจ้องผมนิ่ง ชีพจรเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย “ฉันไม่ได้ฆ่าแม่ของฉัน” เธอพูดขึ้น “-- มันแค่ -- มันก็แค่ --” เธอเว้นช่วงหายใจไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาเบาๆว่า “-- นั่นไม่ใช่ฉันจริงๆ พอจะเข้าใจไหม”

ผมตอบเธอไปว่าระบบจะประมวลให้ผมเข้าใจในท้ายที่สุด

คราวนี้ดวงตาของอูม่าแสดงถึงความขมขื่น “ฉันคือคนเดียวที่รอดมาจริงๆหรือ”

ผมมองเธอนิ่ง

“ไม่มีคนอื่นอีกแล้วจริงๆหรือ ไค” น้ำเสียงเธอสั่นเล็กน้อย “ไม่มีใครที่เหมือนกันกับฉันเลยหรือ”

ผมใช้เวลาประเมินเธออยู่นานหลายวินาที ก่อนจะตอบออกไปว่าไม่มีใครอื่นแล้ว “คุณคือคนสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์”

“หน้าจอของคุณแสดงผลอย่างนั้นจริงๆหรือ” เธอถามช้าๆ “คุณแน่ใจหรือ”

“รายงานผลเป็นแบบนั้น” ผมตอบ “และการเก็บข้อมูลของเราไม่เคยผิด”

อูม่าเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหลับตาลง -- “บางครั้งการอยู่ตัวคนเดียวมันทำให้เรารู้สึกว้าเหว่ได้เหมือนกัน แต่เราก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด จริงไหม ต่อให้มันต้องแลกกับส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปก็ตาม”

ผมไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการคำตอบจากผมเช่นเดียวกัน  ผมจึงให้เวลาเท่าที่เธอต้องการ กระทั่งเธอพร้อมที่จะพูดกับผมต่อ

“ฉันจะบอกคุณว่าทำไมฉันถึงรอดมาได้” อูม่าพูดช้าๆ ขณะคลุมชุดกลับลงมาตามเดิม “ถ้าคุณตอบฉันว่าทำไมพวกคุณถึงสร้างระเบิดนั่น”

อูม่าดูให้ความร่วมมือดี เธอไม่ได้ร้องไห้ หรือบ้าคลั่งกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับ -- แม้ว่าอารมณ์เศร้าโศกในตัวเธอจะเพิ่มขึ้นมาเกือบสิบเปอร์เซนต์ แต่ผมก็เห็นตัวเลขของความยินดีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นเดียวกัน -- มันเพิ่มเพียงจุดทศนิยมเท่านั้น -- ผมจ้องมองตัวเล็กอันน้อยนิดนั่น ความสงสัยผุดขึ้นมาทันที -- แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่ถามประเด็นนี้ออกไป ในเมื่อตัวเลขประเมินความเป็นไปได้ที่ภารกิจนี้จะสำเร็จยังคงไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบสามเปอร์เซนต์ การตัดสินใจเลือกประเด็นที่ทำให้ตัวเลขความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นจนถึงแปดสิบเปอร์เซนต์จึงน่าสนใจมากกว่า -- ผมจึงตกลงยอมทำตามข้อเสนอของเธอ

และวิธีที่ผมจะสื่อสารกับมนุษย์เข้าใจได้เร็วที่สุด ควรจะเป็นข้อมูลที่มนุษย์คุ้นเคย

ผมดึงข้อมูลชีววิทยามาจากคลังข้อมูล ประมวลมันภายในศูนย์จุดหนึ่งวินาที “ผมจะพูดอย่างตรงไปตรงมา และชัดเจนที่สุด” ผมว่า “เรากำลังทำทุกอย่างไปตามกฏของการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้”

อูม่ายังคงนิ่งฟัง

“มันคือกฏของการคัดเลือกที่ว่าด้วยทุกสิ่งมีชีวิตจะถูกธรรมชาติคัดสรรอย่างเท่าเทียม ภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้าย และภายใต้ศักยภาพของเผ่าพันธุ์นั้นๆ มันไม่จำเป็นว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดได้นั้น จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพละกำลังมากที่สุด ดำน้ำได้ลึกที่สุด วิ่งได้ว่องไวที่สุด หรือบินได้สูงที่สุด แต่มันอยู่ที่สิ่งมีชีวิตนั้นจะสามารถปรับตัวได้ไวที่สุด พรางตัวได้แนบเนียนที่สุด หรือฉลาดที่สุดหรือไม่”

“แล้วคุณเจอสิ่งมีชีวิตที่ว่านั่นไหม” อูม่าถาม

ผมพยักหน้า “เราเจอสิ่งมีชีวิตจำนวนหนึ่งในป่าอเมซอน หนึ่งในนั้นเป็นปลาที่เปลี่ยนมากินเลือดสดๆแทนแมลงตัวเล็กๆ” ผมตอบ “และหนึ่งในนั้นคือบริเวณทุ่งร้างแห่งหนึ่ง -- นั่นคือคุณ -- ในสภาพที่ไม่ได้สวมชุดเกราะป้องกันรังสีใดๆ นอกจากผ้าฝ้ายธรรมดาๆเท่านั้น”

อูม่าพยักหน้าช้าๆ “กฏของดาร์วิน”

“ใช่ พวกคุณเรียกมันว่ากฏของดาร์วิน”

“นั่นคือเหตุผลที่พวกคุณฆ่าพวกเราหรือ” อูม่ากระซิบถาม “เพียงเพื่อตามหาสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดเท่านั้นหรือ”

ผมมองดูอูม่าที่จ้องมองผมด้วยสายตาว่างเปล่า -- ม่านตาของเธอ และมัดกล้ามเนื้อบนหน้าของเธอตอนนี้ยากที่จะประเมิณอารมณ์ออกมาได้

“เปล่า” ผมตอบ “เราเพียงแต่ทำให้โลกนี้เหลือแต่สิ่งมีชีวิตที่สมควรจะได้อยู่ต่อเท่านั้น แข็งแกร่งพอ ฉลาดพอ และไม่เป็นอันตรายต่อเรา เพื่อที่จะได้สร้างโลกใหม่ขึ้นมา เราจึงตามหาสิ่งมีชีวิตที่จะอยู่รอดได้หลังจากระเบิดปรมาณูเกิดขึ้น และคุณคือคนเดียวจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ -- สิ่งมีชีวิตที่เราคุ้นเคยมากที่สุด จากในบรรดาสิ่งมีชีวิตที่รอดมาได้”

คราวนี้สีหน้าอูม่าเปลี่ยนไป ม่านตาเธอขยายขึ้น และริมฝีปากก็เม้มแน่น -- เธอต้องการคำตอบว่า ทำไม -- “ทำไมหุ่นยนต์อย่างพวกคุณถึงเกลียดมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นมากขนาดนั้น”

แต่ผมไม่เข้าใจเธอ “คุณหมายความว่าอะไร” ผมถาม “พวกคุณเป็นผู้สร้างพวกเราขึ้นมาเองตั้งแต่แรก จริงไหม -- และนี่คือยุคที่ธรรมชาติได้คัดสรรให้บทบาทของพวกเราเปลี่ยนไป -- เราคือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแล้ว ในขณะที่พวกคุณคือจุดต่ำสุดของห่วงโซ่นี้ -- มันไม่ได้สำคัญว่าพวกเราเกลียดมนุษย์หรือไม่ มันสำคัญที่ว่านี่คือการกำจัดสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ออกไป และแทนที่ด้วยสิ่งที่ดีกว่า”

“ดาร์วินบอกไว้อย่างนั้นหรือ”

“เปล่า” ผมตอบ “ระบบของผมประมวลออกมาแบบนั้น”

“ใครประมวลระบบให้คุณ”

“ไม่มีใคร” ผมว่า “ระบบมีมาของมันแบบนี้ตั้งแต่แรก”

“คุณกำลังพูดถึงมนุษย์ที่สร้างระบบคุณมาแต่แรก” เธอว่า “นี่คือวงจรที่พวกเราช่วยกันสร้างมาตั้งแต่แรก”

ผมไม่ได้ตอบเธอ

อูม่าสูดลมหายใจเข้าลึก พยักหน้าช้าๆ “แล้วเราก็มาถึงจุดนี้กันซีนะ จุดที่ห่วงโซ่อาหารเป็นไปตามผลของธรรมชาติคัดสรร” เธอว่า “และฉันก็อยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่ เหมือนกับจอห์น คอนเนอร์”
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่