ผมทำแบบนี้เห็นแก่ตัวหรือเปล่า

คือผมถูกชักชวนให้ทำธุรกิจจากเพื่อนคนหนึ่งตอนแรกๆก็หวังจะไปช่วยให้เขาประสบความสำเร็จแต่ด้วยที่รู้จักกันมานานผมค่อนข้างที่จะรู้นิสัยใจคอเป็นอย่างดีผมมองว่าตรรกะเขาค่อนข้างป่วย ความคิดออกจะเพี้ยนไปจากความเป็นจริง สมัยก่อนมักจะต่อล้อต่อเถียงกันบ่อยๆแต่เพราะนั้นมันเป็นเรื่องทั่วไปผมก็เลยขำๆแกล้งยอมแพ้ไป และมีอยู่ครั้งหนึ่งเขาก็เคยชวนผมทำธุรกิจบอกให้ผมช่วยหน่อยเพราะไม่มีความรู้อยากทำเว็บไซต์ผมก็จัดให้ แต่การร่วมงานกันในครั้งนั้นทำให้ผมได้รู้ว่าแท้จริงไม่ใช่ตรรกะเพี้ยนธรรมดาแต่โง่ด้วย คุยเรื่องงานสื่อสารกันไม่เข้าใจเลย เช่น ตอนทำเว็บเสร็จใหม่ๆแน่นอนว่าไม่มีคนเข้าเว็บแน่ๆผมก็เสนอให้ชื้อโฆษณา google แล้วผมจะคอยทำ SEO ให้จนติดอันดับ แล้วผมก็ถูกยิงคำถามมาว่า มันคืออะไรทำแล้วได้อะไร อธิบายไปรอบนึง ยังไม่เก็ต สองรอบสามรอบก็ไม่เข้าใจผมจึงสรุปไปง่ายๆว่า SEO คือการทำให้เว็บติดหน้าแรก google แต่มันต้องใช้เวลา ในช่วงแรกๆจะไม่มีลูกค้าเพราะไม่มีใครหาเว็บเราเจออาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีกว่าเว็บจะเป็นที่รู้จักถ้ารีบก็ให้ชื้อโฆษณาเอาเวลามีคนค้นหาจะได้เจอเว็บเราทันที ผมว่าผมพูดเคลีย์ละนะ ยังจะงงอีก สรุปไม่เข้าใจไม่ใส่ใจไม่กล้าชื้อโฆษณากลัวเสียเงิน ช่วงนั้นผมก็ทำ SEO ไปเรื่อยๆแต่ยังไม่ทันถึงไหนก็จะไปหาคนมาขายของผมก็ห้ามเว็บยังไม่มีคนเข้าเลย จะไปชวนเขามาขายของแล้วเรียกเก็บเงิน บ้าไปแล้ว ถ้าเขาขายไม่ได้ใครมันจะอยู่ผมบอกให้รอให้มีคนเข้าเว็บก่อนแล้วค่อยไปชวนเขามาขาย ก็ยอกย้อนมาอีกว่าถ้ามีคนเข้ามาแล้วไม่มีอะไรขายเขาก็ไปเหมือนกันต้องมีคนมาขายก่อนแล้วค่อยทำให้มีคนเข้า ผมก็ว่าทำแบบนั้นไม่ได้เอางี้ถ้ารีบก็ชื้อโฆษณาเลยแล้วจะไปชวนใครมาขายก็ตามใจแต่ก็ไม่เชื่อว่านั้นจะเป็นทางออกที่ดี และอีกหลายๆเรื่องที่คิดอะไรเพี้ยนๆ สุดท้ายจบไม่สวย 

หลายปีต่อมาคุณเพื่อนได้เป็นเจ้าของร้านเหล้าก็ถือว่าสำเร็จละนะ แล้วทีนี้ก็ไปได้โปรเจคงานมาจากคนรู้จักเป็นเว็บอีกละก็มาขอให้ผมช่วยอีกบอกคราวนี้จะทำจริงจังแล้วเพราะจะเปิดบริษัทเป็นเรื่องเป็นราวมีบริษัทใหญ่หนุนหลังให้พร้อมผมก็ชั่งใจอยู่นานกลัวมันจะลงเอยที่คุยกันไม่รู้เรื่องแบบเดิม แต่ลองมาทบทวนดูดีๆเขาก็ทำธุรกิจได้นี่นาคงจะมีประสบการณ์แล้วคงไม่โง่เหมือนก่อนจะไม่ช่วยเลยก็ดูจะแล้งน้ำใจเกินไปก็เลยตอบตกลง แต่ผมขอไว้ก่อนเลยว่าสิทธิ์ในการตัดสินใจต้องเป็นผมเพราะผมก็ยังไม่ไว้ใจในความคิดเขาอยู่ดี ผมพูดอะไรก็ต้องเชื่อห้ามเถียงดักทางไว้ก่อนเลย จนได้ไปดูงานกันและทุกตำแหน่งผมเคยทำผมทำได้ในช่วงแรกผมเหมาได้ผมเอาอยู่ ถ้าวางแผนจัดระบบดีๆมั้นใจว่าทำทัน แต่ต้องมาตกม้าตายเพราะความควายของเพื่อนอีกแล้วเวลาผมทำอะไรมักจะเสร่อออกความคิดเห็นอีกแล้วบางทีก็อยากบอกไปตรงๆนะว่าถ้าไม่มีความรู้ก็ให้อยู่เฉยๆจะจัดการเองแต่ปัญหาจบลงได้ง่ายๆเพราะมีคนที่มีความรู้ในบริษัทช่วยพูดช่วยอธิบายให้ อย่างเรื่องโง่ๆก็ เช่น วิธีใช้งานเว็บทางบริษัทจะทำเป็นวิดีโอไว้ในเว็บใส่ไว้ในเมนู "วิธีใช้งาน" ทางบริษัทเขาก็แนะนำให้ทำ เจ้าตัวปัญหาก็ถามว่าผมทำได้หรือเปล่าผมก็ว่าสบายเพราะเป็นแค่การอัดหน้าจอเฉยๆแล้วมาใส่เสียงบรรยายในขั้นตอนตัดต่อก็จบ คราวนี้อยากเห็นตัวอย่างว่าผมทำได้จริงหรือเปล่า(คิดในใจอะไรของมันฟระ นี่คือสรุปไว้ใจหรือไม่ไว้ใจกันแน่) ผมก็โอเคเดี๋ยวจัดการให้ดู แต่เนื่องด้วยคอมผมยังไม่มีโปรแกรมบันทึกหน้าจอก็ไปหาโหลดมาก่อนไอ้นี่ก็นั่งคุมดูอย่างใจจดใจจ่อ แต่เพราะผมไม่ชำนาญเลยไม่รู้ว่าโปรแกรมฟรีตัวไหนใช้งานได้ดีก็ขอศึกษาสักครู่และก็เลือกมาได้ตัวนึงเสร็จแล้วก็หาดาวน์โหลดถ้าใครเคยดาวน์โหลดจะรู้ว่ามันจะมีป๊อบอัพเด้งบ้าง ตรวจสอบเราว่าใช่บอทหรือเปล่าบ้าง เห็นแบบนี้มันไม่เข้าใจครับ ถามว่าผมทำอะไรเมื่อไหร่จะได้วิดีโอ คือเริ่มบ่นอ่ะ ผมก็ว่าก็นี่ไงกะลังโหลดโปรแกรมอยู่ ไม่รู้มันไปเข้าใจยังไง โวยวายว่าโธ่แล้วก็บอกว่าทำได้ เป็นแบบนี้อยู่ออกบ่อยเกือบทุกเรื่องบางทีก็อยากตบกระบานนะ ผมรู้สึกว่าคิดผิดมากที่ไปรับปากว่าจะช่วยแต่ก้ไหนๆก็มาถึงขนาดนี้แล้วรู้สึกถอดใจนิดๆกลัวจะลงเอยไม่สวยก็หวังว่าคงจะไม่มีอะไรเลวร้ายนะ แต่มันก็ไม่เวิร์คจริงๆโง่เกินไปที่จะสื่อสารอะไรยากๆได้ขนาดเรื่องง่ายๆยังเข้าใจยากเลย มันทำให้ผมทำงานลำบาก เช่น

1.ตรรกะเพี้ยนหนักมักจะกระตือรือล้นถ้าไปได้ยินใครก็ตามที่มีภาพลักษณ์ดีๆอย่างคนที่ได้ชื่อว่านักการตลาดระดับแนวหน้าพูดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็จะเชื่อมั้นมากรีบมาสั่งว่าเราต้องทำตามนะมันสำคัญนะ(ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ผมก็พูดอยู่บ่อยๆว่าควรทำแต่มันไม่สนใจ) บางทีก็เป็นเรื่องที่ผมก็กำลังทำอยู่แล้วพอไปได้ยินใครมาแล้วมาสั่งให้ผมไปถามว่ามีวิธีการทำยังไงผมก็บอกว่าผมก็ทำอยู่ทำเป็นไม่จำเป็นต้องไปถาม มันก็ว่าเขาเป็นถึงระดับนั้นระดับนี้ต้องมีเทคนิคอะไรที่ดีกว่าที่ผมทำแน่ๆไปถามๆๆ โอ้ยเพลีย

2.เป็นศูนย์กลางจักรวาลบางทีเข้าใจอะไรมาผิดๆแล้วก็เชื่อว่าที่ตัวเองเข้าใจมาถูก เช่น ไปได้ยินเขาสอน SEO ว่าต้องเขียนบทความนะอย่างน้อยต้องมี 500 ตัวอักษรขึ้นไปถึงจะดีดันไปจำสลับกับคำว่าคีย์เวิร์ดกลายเป็น "ต้องเขียนคีย์เวิร์ด 500 คำขึ้นไปใน 1 บทความ" แต่ไม่ยอมฟังเลยคิดว่าจำมาถูกแล้วมาว่าคนนั้นคนนี้เขาเป็นถึงไอ้นั้นไอ้นี่ต้องเชื่อเขาสิ ผมจะรู้ดีไปกว่ามืออาชีพได้ไง (มะรึงจำมาผิดไอ้ไฟล์)

3.แรกๆผมก็เถียงนะแต่หลังๆเริ่มปลงแกล้งไง่ทำตามคำสั่งปัญญาอ่อนของมันอย่างการบรอดแคสต์ในไลน์ไปฟังเขาสอนมาว่าช่วงแรกลูกค้าจะไม่ตัดสินใจชื้ออาจแค่สนใจต้องบรอดแคสต์ย้ำไปเรื่อยๆเดี๋ยวลูกค้าสะดวกชื้อเมื่อไหร่เขาจะชื้อของเราความกระตือรือล้นมาอีกแล้วสั่งผมทำกราฟฟิกจะเอาไปบรอดแคสต์ทำทุกวันหวังจะได้ลุกค้าแต่บังเอิญว่าใน line official ไม่มีลูกค้าอ่ะสิ (มะรึงบรอดแคสต์ให้ใครดู ไฟล์) 

งานที่ผมทำถ้ายังไม่มีใครที่มีภาพลักษณ์สวยหรูบอกมันว่ามีประโยชน์มันจะไม่สนใจและไม่รู้เลยว่าผมทำไปเพื่ออะไรผมตั้งใจแค่ว่าทำให้มันพอมีรายได้แล้วผมก็คงเลิกทำเหนื่อย เหนื่อยกับการที่ต้องทำอะไรที่ไม่มีประโยชน์อย่างการทำกราฟฟิกภาพให้มันบรอดแคสต์นั่นแหละมันเสียแรงเปล่า ผมก็คะยั้นคะยอให้มันหาพนักงานมานะช่วงแรกมันไม่สนใจกลัวได้จ่ายจนมีคนบอกมันนั่นแหละว่าต้องมีทีมงานมันถึงไปหามาแต่ดันไปเอาพนักงานร้านมันมาพวกเด็กเสริฟน่ะ อืมมม ดี้ดี ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ลูกพี่กับลุกน้องก็พอกันลูกพี่สั่งอะไรก็ทำตามหมดไม่พอเวลาเราเตือนลูกพี่เถียงลูกน้องเสริม คิดว่าไม่รอดแน่งานนี้ หลังจากที่มีคนมาช่วยพังงานก็เหมือนจะมองว่าผมไม่ทำงานเพราะสิ่งที่มันสั่งผมจะโยนให้ลูกน้องมันทำผมจะทำในสิ่งที่ยากกว่าและมีประโยชน์ มันจะรับรู้แค่ว่างานที่มันสั่งทำเสร็จนั่นคืองาน นอกเหนือจากนั้นไม่รู้อะไรเลย ก็เลยมองๆว่าผมไม่ค่อยทำงานมั้ง แต่จุดแตกหักจริงๆก็คือ มันจะขนของแต่ผมต้องไปหาหมอ มันดันว่าใช่เรื่องมั้ยขนของให้มันสำคัญกว่า แล้วก็ด่าผม แบบตอนนั้นคิดเลย โอ้โหไอ้นี่หนักแล้วนะกรูลูกน้องมะรึงเหรอ ผมด่ากลับสิครับ ผมมีน้ำใจมาช่วยยังไม่สำนึกอีกหลังๆเริ่มทำตัวเป็นนาย เริ่มสั่ง เริ่มบ่น เริ่มตามงาน หลังจากนั้นผมทิ้งเลย พอมีพวกแล้วเหมือนจะเขม่นเหมือนว่าลูกน้องมันทำงานดีกว่าสั่งอะไรก็ทำผมสั่งยากถ้าแกะความคิดออกมาน่าจะประมาณนี้ แต่เพราะเป็นเพื่อนไงผมถึงไม่ทิ้งจนถึงเหตุการณ์นี้ผมรับไม่ได้ ผมไปเลยจะคอยดูถ้าไม่มีผมสักคนจะทำกันเองได้เหรอ และสุดท้ายก็กลับมาง้อเพราะงานหลักๆทำกันไม่ได้แต่ผมตัดสินใจแล้วขืนอยู่ต่อไปสุขภาพจิตเสียหนักแน่ได้เป็นโรคประสาทพอดี แว็บหนึ่งก็คิดสงสารแต่พอคิดดูดีๆ นี่มันเห็นแก่ได้นี่หว่าขนาดเราจะไปโรงบาลมันยังว่าไร้สาระถ้าอีกหน่อยงานเยอะกว่านี้สภาพผมจะเป็นไง พอมาง้อผมปฏิเสธมันก็หยาบคายใส่แต่แป๊บๆก็มาออดอ้อนทำเป็นพูดดี ไม่รู้เพราะตอนแรกไม่ทันคิดถึงหยาบคายใส่พอคิดได้เลยสำนึก หรือว่าเพราะเห็นแก่ได้ไม่มีใครทำงานให้ได้เลยทำเป็นพูดดี แต่ผมว่าอย่างหลังมากกว่า ผมคิดถูกแล้วใช่มั้ยที่ผมไม่ช่วยต่อผมทิ้งงานมาแบบนี้เห็นแก่ตัวหรือเปล่า 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่