เข้าใจว่าคนอ่านหลายคนคงไม่ค่อยเข้าใจในชื่อกระทู้แต่อยากให้อ่านรายละเอียดซักหน่อยเกี่ยวกับตัวผู้เขียนเอง
เริ่มจากสมันเรียนมัธยมปกติเป็นคนร่าเริงตอนขึ้นมอปลายใหม่ๆมีแต่เพื่อนในห้องให้ความสนใจทั้งที่ก็เป็นโรงเรียนเดียวกับที่เรียนมาตลอดตั้งแต่สมัยอนุบาล แต่โดยปกติแล้วใครๆก็ต้องชอบคนร่าเริงเฮฮาใช่ไหมแต่พอผ่านไปซักระยะกลับโดนเฉยเมยหรือภาษาที่ใช้ตอนนั้นคือโดนแบนทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดที่กล้าบอกว่าไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะมั้นใจว่าถ้ามีเด็กคนนึงมีเรื่องอื้อฉาวเฉยเรื่องชู้บ่าว(ส่วนมากเกิดกับผู้หญิง)เพื่อนผู้หญิงก็จะนินทากันละก็ไม่มีใครเล่นกับคนนั้นด้วยประมาณนี้คือโดนคนในห้องแบนแบบงงๆหลังจากนั้นก็พยายามเลียนแบบเพื่อนด้วยวิธีต่างๆนาๆเช่นการสูบบุหรี่(คนเขียนเป็นผู้ชาย)หัดเล่นกีต้า,โดดเรียน,สูบกัญชา,หรือแม้กระทั้งกลุ่มเพื่อนที่ทำงานพิเศษเราก็ไปทำงานตาม อารมณ์ประมาณว่าอยากเข้าสังคม สุดท้านก็ไปเข้ากับพวกเด็กหลังห้องเด็กขี้เกียจเรียนเพราะมันง่ายดีเลิกเรียนก็ไปร้านเกมตัวเราก็ก็ชอบเล่นเกมเหมือนกัน
ส่วนเรื่องเรียนก็พอถูไถ่ได้แต่สายที่เรียนมันยากมีฟิซิกเคมีชีวะเลยเกรดไม่สวยเท่าไรเพราะออกจะเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเท่าไรแต่ไม่ใช่ประเด็น
ส่วนสำคัญก็คือจะมีเพื่อนสนิดอยู่แค่คนเดียวไม่เคยมีกลุ่มมีแก๊งกับเค้าเลยในตอนนั้น
อยากบอกว่าเพื่อนคนนั้นเป็นคนดีถึงแม้เพื่อนในห้องจะแบน จบภาคมัธยม.
หลังจากจบมอปลายก็ไปเรียนต่อที่ม.เอกชนแห่งหนึ่ง
หลังจากออกจากรั้วโลกเรียนก็ได้รู้ทันทีเลยว่าผมเป็นคนที่มักจะถูกนินทาอยู่เสมอ อารมณ์ประมาณว่าพูดเรื่องไหนไม่สนุกเท่าเรื่องแล้ว ถึงตรงนี้คนอ่านอย่าเพิ่งหมั่นไส้เพราะมันไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด เวลาเรียนมหาลัยจำเป็นมากๆที่จะต้องมีกลุ่มไว้ไปเรียนเวลามีงานกลุ่มหรือติดตามข่าวต่างๆแต่ผมไม่มี เพราะไม่มีใครอยากอยู่กับผมบอกตรงๆตอนปีหนึ่งรับน้องเสร็จใหม่ๆนิเล่นกับใครก็ได้เลยเหมือนตอนเรียนมัธยมที่แรกๆมีแต่คนให้ความสนใจแต่พอปิดเทอมเปิดเทอมขึ้นปีสองปุ๊บทุกคนเหมือนนัดกันแบนทุกคนแบ่งกลุ่มกันเรียนร้อย แก๊งคนรวย แก๊งไหโซ แก๊งจากโรงเรียนเดียวกัน และอื่นๆ แต่เราไม่มีแก๊ง ทุดคนใสคณะรู้จักผมหมดแต่ไม่มีใครอยากเดินด้วยเพราะกลัวถูกนินทา
ตอนช่วงปี1อยู่หอในได้สนิดกับพวกสูบกัญชาจากอีกคณะนึงตอนกลางๆเทอมสองเลยทำเรื่องย้ายคณะไปอีกคณะหวังคงมีเพื่อนเรียนมีสังคมอยู่กับเค้าบ่าง แต่ไม่เลยทุอย่างเหมือนเดจาวู มีคนทักมาขอให้เป็นหลีดแทนตัวเองแรกๆก็ปติเสธไปแต่เพราะอยากเข้าสังคมอยากมีคนรู้จักรุ่นพี่รุ่นเดียวกัน เลยตกลงไปเพราะคณะนี้เราย้ายมากลางเทอมพวกที่รู้จักอยู่แล้วมันอยู่ปีสองเรามันย้ายมาต้องไปเรียนกับปีหนึง หารู้ไม่จู่ๆวันใกล้หลีดก็ถูกพวกพี่ปีสามย้ายม่เป็นคนปูแสตน หลังจากนั้นคณะนี้ก็มีกิจกรรมจิตอาสา จำไม่ได้ว่าชื่ออะไรแต่คือไปทาสีขุดดินให้โรงเรียนบนดอยประมาณนี้ ผมก็ไปร่วมกับคณะเพราะมีคนชวนทุกคนเชื้อไหมครับ เหมือนโดนเอาไปแกล้งทุกคนมองเป็นตัวแปลกนึกภาพทุกคนเกลีดคุณ ใครๆที่ไม่ชอบขี้หน้ากันกลับรักกันและหันมาเกลียดคุณเหมือนเป็นศูนรวมจิตใจคน เคยไหมเวลาไปช่วยงานทุกคนเขาเล่นกันคุณไม่มีใครสนใจพอหนีไปอยู่ครเดียวทุกคนสนใจทันทีบอกว่าคุณอู้งาน แต่บอกตรงๆปาร์ตี้ในค่ายมันหยด
พอขึ้นปีสองคณะที่สองก็โดดเดียวเหมือนเดิมจนสุดท้ายลาออกหรือใช้ชีวิตในมหาลัยได้สามปี
เคยมีเพื่อนคนนึงบอกเอาไว้ว่ามีแต่คนเกลียดผมพอถามว่าทำไมก็ตอบว่า "เพราะเท่เกินไป"
ที่อยากจะบอกกับคนอ่านจริงๆก็คือ
คิดว่าตัวเองคงจะเป็นคนที่หน้าสนใจมากถ้าไปยืนกับคนสิบคนจะเด่นกว่าคนอื่นถึงแม้ทุกคนจะยืนเฉยๆเพราะงี้จึงชอบถูกนินทาหรือพูดถึงพอชอบถูกพูดถึงเลยโดนจับตาพอโดนคนรอบข้างจับตาก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ มันลำบากจริงๆครับไม่รู้จะทำยังไงดี
รู้สึกว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจจนใครๆไม่ชอบ
เริ่มจากสมันเรียนมัธยมปกติเป็นคนร่าเริงตอนขึ้นมอปลายใหม่ๆมีแต่เพื่อนในห้องให้ความสนใจทั้งที่ก็เป็นโรงเรียนเดียวกับที่เรียนมาตลอดตั้งแต่สมัยอนุบาล แต่โดยปกติแล้วใครๆก็ต้องชอบคนร่าเริงเฮฮาใช่ไหมแต่พอผ่านไปซักระยะกลับโดนเฉยเมยหรือภาษาที่ใช้ตอนนั้นคือโดนแบนทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดที่กล้าบอกว่าไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะมั้นใจว่าถ้ามีเด็กคนนึงมีเรื่องอื้อฉาวเฉยเรื่องชู้บ่าว(ส่วนมากเกิดกับผู้หญิง)เพื่อนผู้หญิงก็จะนินทากันละก็ไม่มีใครเล่นกับคนนั้นด้วยประมาณนี้คือโดนคนในห้องแบนแบบงงๆหลังจากนั้นก็พยายามเลียนแบบเพื่อนด้วยวิธีต่างๆนาๆเช่นการสูบบุหรี่(คนเขียนเป็นผู้ชาย)หัดเล่นกีต้า,โดดเรียน,สูบกัญชา,หรือแม้กระทั้งกลุ่มเพื่อนที่ทำงานพิเศษเราก็ไปทำงานตาม อารมณ์ประมาณว่าอยากเข้าสังคม สุดท้านก็ไปเข้ากับพวกเด็กหลังห้องเด็กขี้เกียจเรียนเพราะมันง่ายดีเลิกเรียนก็ไปร้านเกมตัวเราก็ก็ชอบเล่นเกมเหมือนกัน
ส่วนเรื่องเรียนก็พอถูไถ่ได้แต่สายที่เรียนมันยากมีฟิซิกเคมีชีวะเลยเกรดไม่สวยเท่าไรเพราะออกจะเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเท่าไรแต่ไม่ใช่ประเด็น
ส่วนสำคัญก็คือจะมีเพื่อนสนิดอยู่แค่คนเดียวไม่เคยมีกลุ่มมีแก๊งกับเค้าเลยในตอนนั้น
อยากบอกว่าเพื่อนคนนั้นเป็นคนดีถึงแม้เพื่อนในห้องจะแบน จบภาคมัธยม.
หลังจากจบมอปลายก็ไปเรียนต่อที่ม.เอกชนแห่งหนึ่ง
หลังจากออกจากรั้วโลกเรียนก็ได้รู้ทันทีเลยว่าผมเป็นคนที่มักจะถูกนินทาอยู่เสมอ อารมณ์ประมาณว่าพูดเรื่องไหนไม่สนุกเท่าเรื่องแล้ว ถึงตรงนี้คนอ่านอย่าเพิ่งหมั่นไส้เพราะมันไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด เวลาเรียนมหาลัยจำเป็นมากๆที่จะต้องมีกลุ่มไว้ไปเรียนเวลามีงานกลุ่มหรือติดตามข่าวต่างๆแต่ผมไม่มี เพราะไม่มีใครอยากอยู่กับผมบอกตรงๆตอนปีหนึ่งรับน้องเสร็จใหม่ๆนิเล่นกับใครก็ได้เลยเหมือนตอนเรียนมัธยมที่แรกๆมีแต่คนให้ความสนใจแต่พอปิดเทอมเปิดเทอมขึ้นปีสองปุ๊บทุกคนเหมือนนัดกันแบนทุกคนแบ่งกลุ่มกันเรียนร้อย แก๊งคนรวย แก๊งไหโซ แก๊งจากโรงเรียนเดียวกัน และอื่นๆ แต่เราไม่มีแก๊ง ทุดคนใสคณะรู้จักผมหมดแต่ไม่มีใครอยากเดินด้วยเพราะกลัวถูกนินทา
ตอนช่วงปี1อยู่หอในได้สนิดกับพวกสูบกัญชาจากอีกคณะนึงตอนกลางๆเทอมสองเลยทำเรื่องย้ายคณะไปอีกคณะหวังคงมีเพื่อนเรียนมีสังคมอยู่กับเค้าบ่าง แต่ไม่เลยทุอย่างเหมือนเดจาวู มีคนทักมาขอให้เป็นหลีดแทนตัวเองแรกๆก็ปติเสธไปแต่เพราะอยากเข้าสังคมอยากมีคนรู้จักรุ่นพี่รุ่นเดียวกัน เลยตกลงไปเพราะคณะนี้เราย้ายมากลางเทอมพวกที่รู้จักอยู่แล้วมันอยู่ปีสองเรามันย้ายมาต้องไปเรียนกับปีหนึง หารู้ไม่จู่ๆวันใกล้หลีดก็ถูกพวกพี่ปีสามย้ายม่เป็นคนปูแสตน หลังจากนั้นคณะนี้ก็มีกิจกรรมจิตอาสา จำไม่ได้ว่าชื่ออะไรแต่คือไปทาสีขุดดินให้โรงเรียนบนดอยประมาณนี้ ผมก็ไปร่วมกับคณะเพราะมีคนชวนทุกคนเชื้อไหมครับ เหมือนโดนเอาไปแกล้งทุกคนมองเป็นตัวแปลกนึกภาพทุกคนเกลีดคุณ ใครๆที่ไม่ชอบขี้หน้ากันกลับรักกันและหันมาเกลียดคุณเหมือนเป็นศูนรวมจิตใจคน เคยไหมเวลาไปช่วยงานทุกคนเขาเล่นกันคุณไม่มีใครสนใจพอหนีไปอยู่ครเดียวทุกคนสนใจทันทีบอกว่าคุณอู้งาน แต่บอกตรงๆปาร์ตี้ในค่ายมันหยด
พอขึ้นปีสองคณะที่สองก็โดดเดียวเหมือนเดิมจนสุดท้ายลาออกหรือใช้ชีวิตในมหาลัยได้สามปี
เคยมีเพื่อนคนนึงบอกเอาไว้ว่ามีแต่คนเกลียดผมพอถามว่าทำไมก็ตอบว่า "เพราะเท่เกินไป"
ที่อยากจะบอกกับคนอ่านจริงๆก็คือ
คิดว่าตัวเองคงจะเป็นคนที่หน้าสนใจมากถ้าไปยืนกับคนสิบคนจะเด่นกว่าคนอื่นถึงแม้ทุกคนจะยืนเฉยๆเพราะงี้จึงชอบถูกนินทาหรือพูดถึงพอชอบถูกพูดถึงเลยโดนจับตาพอโดนคนรอบข้างจับตาก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ มันลำบากจริงๆครับไม่รู้จะทำยังไงดี