ถ้าผู้หญิงที่คุณแอบชอบมานานกลับมาหาคุณอีกครั้งแต่กลับมาพร้อม... คุณจะยังอยากคบเธออยู่อีกรึเปล่า?

เรามีเพื่อนผู้ชายคนนึงที่เคยอยู่ห้องเดียวกันตอนม.ปลาย (เราขอแทนชื่อเค้าว่า H นะ) เราเองก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่า H น่าจะคิดกับเรามากกว่าเพื่อน แต่ตอนนั้นเรามีคนที่ชอบอยู่แล้ว (ขอแทนว่า T) และเพื่อนในกลุ่มรวมถึงเพื่อนนอกกลุ่มบางคนก็รู้ว่าเราชอบ T เราเลยพยายามอยู่ให้ห่าง H ให้มากเท่าที่จะทำได้เพราะเรารู้ว่าถ้าเราอยู่ใกล้ H มากๆเราจะต้องหวั่นไหวแน่ๆ

จนกระทั่งวันที่เราไปรู้ว่า T เค้าก็ไปทำตัวสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นเหมือนกัน แถมยังถึงเนื้อถึงตัวกับผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเราด้วยซ้ำ เราเลยตัดสินใจยั้งตัวเองไม่ให้พัฒนาความสัมพันธ์กับ T ความสัมพันธ์มันเลยค้างๆประมาณเดินหน้าก็ไม่ได้เพราะเราไม่ไว้ใจ T แล้ว ถอยหลังก็ไม่ได้เพราะ T เป็นรักครั้งแรกของเรา

แต่เราก็ยังยึดมั่นกับตัวเองไว้กับคำสัญญาที่เราให้ตัวเองหลังจากที่รู้ว่าตัวเองชอบ T ว่าเราจะรักเดียวใจเดียวไปเรื่อยๆจนกว่า T จะเลือกผู้หญิงคนอื่นมาอยู่ข้างๆ ระหว่างนั้น H มันก็พยายามเข้าใกล้เรามากขึ้นด้วยการแกล้ง แหย่ อย่างเช่นตัดหน้าแย่งชีทเรียนที่อาจารย์แจกให้แล้วมาหัวเราะแหะๆใส่ หาว่าเราเอาเค้าไปแต่งนิยาย Y หรือล้อเลียนเวลาเราทำอะไรพลาดพร้อมกับส่งยิ้มตอนเราแสดงอาการหงุดหงิดใส่ แต่ด้วยความใสซื่อของเราที่คิดว่า H แกล้งเราตามเพื่อนผู้ชายคนอื่น เราเลยเลือกอธิบายกับตัวเองว่ามันแกล้งเราตามเพื่อนมากกว่าสงสัยว่ามันชอบเรา

จนเราเริ่มรู้สึกว่าเราเริ่มคิดถึงเรื่อง H บ่อยๆขึ้นมาจากความสงสัยตงิดๆใจว่าไม่น่าจะใช่การแกล้งตามเพื่อนแล้ว เราเลยคิดว่าแผนพยายามอยู่ห่างๆมันไม่ได้ผลเพราะถึงเราจะห่างแต่มันไม่ห่างด้วย เราเลยใช้ไม้ตายคือสะกดจิตตัวเองให้เกลียด H ให้ได้ ถ้าถามเราว่าสรุปว่าตอนนั้นเราคิดยังไงกับ H กันแน่ เราในตอนนี้คงตอบได้ว่าเราชอบมันแล้วแหละ แต่เราในตอนนั้นไม่มีทางยอมรับหรอกว่าชอบผู้ชาย 2 คนในเวลาเดียวกัน อีกอย่างคือความรู้สึกที่เราให้ H มันน้อยกว่า T (อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่เคยเปิดโอกาสให้ H เลยสักครั้ง)

สุดท้ายเรื่องม.ปลายก็จบลงตรงที่เราเลือกจะอยู่เป็นโสดเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆในก๊วน แต่ในใจเรายังอยากทดสอบ T อยู่ว่าเค้าจะมั่นคงกับเราเหมือนที่เรามั่นคงกับเค้ารึเปล่า (ใจเราก็รู้แหละว่าเรากับ T ใจตรงกัน แต่ความเชื่อใจที่เราเคยให้มันไม่มีแล้ว อีกอย่างเรามีแผลกับการที่เห็นพ่อทิ้งเรากับแม่ไปตั้งแต่เรายังเด็กเราเลยไม่กล้าไว้ใจผู้ชายคนไหนจนถึงขั้นสานความสัมพันธ์แบบโรแมนติกได้จนถึงทุกวันนี้) ส่วน H ลึกๆเราเองก็ยังอยากเห็นอยากเจอเค้าอยู่ เวลาเราคิดถึง H มันจะกลายเป็นการพูดถึงมันกับเพื่อนในกลุ่มประมาณว่าเราไม่ชอบมันอย่างนั้นอย่างนี้ไปซะอย่างนั้น (เพื่อนในกลุ่มเราที่รู้จักเรามาตั้งแต่ม.ต้นดูออกว่าเราชอบ H แต่ไม่ได้พูด ไม่ได้ทักให้เรารู้ตัว ส่วนที่เหลือที่เพิ่งรู้จักเราตอนม.ปลายอาจจะสงสัยบ้าง)

ชีวิตมหาลัยเราตอนแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งปี 2 ที่เรามีปัญหาในครอบครัว เราเริ่มรู้สึกว่าเราไม่มีความสุขเลย ไม่สนใจการเรียน ไม่มีความสุขแม้กระทั่งตอนเล่นเกม เราเริ่มมีปัญหาด้านการเรียนและการเข้าสังคมเรื่อยๆจนถึงขั้นไม่ยอมออกจากหอไปเรียน เพราะเราไม่อยากเจอใครโดยเฉพาะคนรู้จัก จากผลการเรียนดีก็แย่ลง โดนอาจารย์เรียกไปตักเตือน เพื่อนหงุดหงิดใส่ แค่หยิบชีทเรียนมาอ่านเราก็ทำไม่ได้ อ่านไปไม่กี่บรรทัดก็ร้องไห้จนต้องขว้างชีทเรียนทิ้ง ทรมานจนนอนหลับไม่ได้ นอนได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สะดุ้งตื่น จนเรารู้สึกว่าเราก่อปัญหาให้กับเพื่อนในสาขาจนเราเริ่มรับตัวเองไม่ได้ เราถึงตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ตามคำแนะนำของรุ่นพี่ ผลคือเราเป็น "โรคซึมเศร้า"

เราเข้ารับการรักษา เวลา 2 สัปดาห์แรก สภาพจิตใจเราแย่มากจนคิดจะกระโดดตึกที่มหาลัย ตอนเรามองลงข้างล่างเตรียมใจกระโดดเราก็คิดถึงแม่จนเราเริ่มลังเล สุดท้ายเพื่อนก็มารั้งเราไว้ทัน

ผลการเรียนเราแย่มาตลอดเพราะเราไม่มีสมาธิในการเรียนเลย เรากลับมาอยู่ที่บ้านก่อนขึ้นปี 3 เพื่อรักษาสภาพจิตใจ อาการเราดีขึ้น (แต่การเรียนไม่ค่อยจะดีขึ้นตามสักเท่าไหร่) แต่เรามาเจอเรื่องช็อกคือ แค่ 5 เดือนที่เรากับ T ไม่ได้เห็นหน้ากัน เค้าก็มีแฟนไปแล้ว เค้าไม่ได้บอกความสัมพันธ์กับแฟนเค้าในสื่อออนไลน์ที่เราเป็นเพื่อนกัน ถ้าเราไม่บังเอิญไปเจอเราก็คงยังไม่รู้ อาการซึมเศร้าก็กลับมาอีกจนสุขภาพเราแย่ลง ก่อนจบภาคเรียนที่ 2 เราเลยตัดสินใจบอกจิตแพทย์ และได้รับยาคลายวิตกมา หลังจากนั้นเราก็เริ่มตัดใจจาก T ได้

พอเราไม่ได้คิดถึง T ตลอดเวลา เราเลยได้คิดเรื่องอื่นๆมากขึ้นรวมถึง H ที่เรากลับมาสงสัยและเริ่มมั่นใจได้ว่าเค้าชอบเรา จากการที่มีเพื่อนผู้ชายในคณะที่พยายามเข้าใกล้เราคล้ายๆ H (ซึ่งเราก็ปฏิเสธทันทีด้วยการให้ท่าทีห่างเหินจนเรารู้สึกได้เลยว่าตัวเองโคตรใจร้าย) สุดท้ายเราทนความสงสัยไม่ไหว แอด H เป็นเพื่อนแล้วถามไปตรงๆว่าตอนนั้นเค้าชอบเราใช่มั้ย คำตอบคือเค้าชอบเรา ชอบเรามากถึงมากที่สุด ทุกอย่างก็เริ่มกระจ่างว่าที่ผ่านมาที่เค้าเคยปฏิเสธผู้หญิงทุกคนที่มาบอกชอบเค้าทั้งที่เรารู้และไม่รู้ มีแค่เหตุผลเดียวที่เค้าให้ผู้หญิงพวกนั้นคือเค้าชอบเรา แต่ไม่ได้บอกชื่อเราตรงๆ (เลี่ยงมาใช้อักษรย่อแทน) เราเลยถึงบางอ้อว่าเขาชอบเรามาตั้ง ม.4 เทอม 1 แล้ว พอรู้เรื่องนี้เราก็รู้สึกดีกับเค้ามากขึ้น

จากการที่คุยกันในแชทเราก็ยังรู้สึกว่าเค้ายังชอบเราอยู่ สถานการณ์ตอนนั้นคือเราบอกเค้าอ้อมๆว่าเราชอบเค้า แล้วเค้าก็ไม่ปฏิเสธแถมยังเล่นมุขกลับมาอีกต่างหาก แต่ด้วยความที่เราไม่เคยคุยเล่นกับผู้ชายทำนองนี้เลย (จริงๆแล้วแทบไม่เคยคุยเล่นทำบผู้ชายด้วยซ้ำ) มันเลยทำให้เราจบการสนทนาด้วยการชวนตีทุกครั้ง

ตอนนี้เราไม่รู้จะทำยังไงเพราะเราไม่รู้วิธีจะเข้าหาผู้ชายที่ชอบ แถมที่ร้ายที่สุดคือเรากลัวว่าถ้าเค้ารู้ว่าเราเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว มันจะแบ่งเป็น 2 ทาง คือ 1. เค้ารับไม่ได้ 2. เค้ารับได้ แต่เรากลัวว่าเราจะทำให้เค้าต้องไม่สบายใจจากอาการป่วยของเราที่อาจจะกลับมาอีกในอนาคต

เราเลยอยากถามว่าถ้าเป็นเพื่อนๆจะรับได้รึเปล่าที่จะคบกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างเรา?

ปล. เรารักษาจนอาการดีขึ้นแล้วแต่เวลามีเรื่องอะไรที่กระทบความรู้สึกเข้าจังๆก็จะร้องไห้ง่าย (ส่วนใหญ่จะอดกลั้นไม่ร้องได้) แต่ไม่มีอาการดาวน์จนถึงขั้นโลกทั้งใบดูหมองหม่นแล้วนะ

ปล. 2 ที่เรากลัวมากที่สุดคือถ้าเราทำเฉยแล้วเรื่องของเรากับ H อาจจะจบแบบ MV เพลง นี่ฉันเอง ของ ลิปตาก็ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่