ชาวสวนยางตรังเดือดร้อนหนัก น้ำยางสดดิ่งเหว กก.ละ 30 - 32 บาท ทวงถามความรับผิดชอบจากนักการเมือง
https://www.matichon.co.th/region/news_1692253
ชาวสวนยางตรังเดือดร้อนหนัก น้ำยางสดดิ่งเหว กก.ละ 30 – 32 บาท ทวงถามความรับผิดชอบจากนักการเมือง รัฐมนตรี และรัฐบาลที่เคยหาเสียง แต่จนถึงขณะนี้มาตรการแก้ไขปัญหาก็ยังไม่เริ่มดำเนินการ
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 เกษตรกรชาวสวนยางพารา กำลังเดือดร้อนหนักอีกระลอก หลังราคายางดิ่งลงมาตลอดเวลาจนขณะนี้ ราคาน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ 30 – 32 บาทแล้วเท่านั้น ขณะที่สหกรณ์ หรือจุดรับซื้อน้ำยางสด เพื่อการแปรรูปเป็นอย่างแผ่นรมควันรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 34 บาท ทำให้เดือดร้อนอย่างหนักทั้งเกษตรกรชาวสวนยางพารา และสหกรณ์ หรือผู้ประกอบการแปรรูปยาง
โดยนางสาววิไล อินมณี อายุ 43 ปี เกษตรกรชาวสวนยางพาราต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง กล่าวว่า ปกติตนเองจะกรีดยางกับสามี แต่ขณะนี้หลังราคายางตกต่ำต่อเนื่อง ทำให้สามีต้องออกไปหางานอื่นทำนอกบ้าน เพราะหากต้องกรีดยางด้วยกันจะทำให้เดือดร้อนรายได้ไม่พอรายได้ โดยขณะนี้ชาวสวนยางทุกรายเดือดร้อนหนัก และหวั่นใจว่าราคาจะยิ่งตกต่ำลงไปอีก ชาวสวนยางรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเคยหาเสียงไว้กับชาวสวนยาง ขณะนี้ผ่านมานานแล้ว แต่มาตรการแก้ไขปัญหายังทำให้ชาวสวนยางไม่ได้ ขอให้ได้กิโลกรัมละ 60 บาท ตามที่หาเสียงไว้ ชาวสวนก็พอใจแล้ว แต่ขณะนี้ได้แต่รอว่ารัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาได้เมื่อใด
เตือนศก.ซึมยาวข้ามปี กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้น
https://www.thansettakij.com/content/410867
เอกชนประสานเสียงเศรษฐกิจไทย ไตรมาสสุดท้ายปี 62 ยังไร้ปัจจัยบวก เหตุสงครามการค้า เงินบาทแข็ง ฉุดกำลังซื้อภายในประเทศซบเซา ท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณบวก นักเศรษฐ ศาสตร์แนะผ่อนคลายนโยบายการเงิน การคลัง
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลืออีก 3 เดือนของปีนี้ไม่ค่อยสดใสมากนัก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังจำกัดท่ามกลางปัจจัยท้าทายทั้งภายในและต่างประเทศ ขณะที่ทิศทางกำลังซื้อที่อ่อนแอ อีกทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนยังเป็นจุดเปราะบางทางเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นของรัฐที่ออกมาอาจไม่เพียงพอจะประคองการบริโภคภาคเอกชน
คอนโดเปิดใหม่หด35%
สถานการณ์ตลาดคอนโด มิเนียมในกรุงเทพมหานครช่วงครึ่งหลังปี 2562 ค่อนข้างเงียบ ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 คงไม่แตกต่างกันนัก ดังนั้นในปีนี้คาดการณ์จะมีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ 40,000-45,000 หน่วยลดลงประมาณ 30- 35% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่เปิดตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 66,000 หน่วย หากเป็นเช่นนี้ขนาดตลาดเท่ากับปี 2558-2559
นาย
ภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า การผ่าวิกฤติกำลังซื้อต้องปลดล็อคมาตรการ LTV กับตลาดแนวราบ ซึ่งตลาดนี้ยังมีการเติบโต หลังจากได้ปลดล็อกผู้กู้ร่วมไปแล้ว พร้อมกับออกมาตรการการลดค่าธรรมเนียมโอนจาก 2% เหลือ 0.1% และมาตรการภาษีต่างๆ เช่น ให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแก่บุคคลทั่วไป โดยต้องให้กับทุกกลุ่มราคา มาตรการนี้กระตุ้นการโอนได้อย่างเห็นผล และทำให้ธุรกิจเชื่อมโยงเดินต่อไปได้
ค้าปลีกยังไม่พบสัญญาณบวก
นาย
วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวถึง ภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกในไตรมาส 4 ยังประเมินยากเพราะมีปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลต่อธุรกิจ แต่เบื้องต้นผู้ประกอบการค้าปลีกคาดว่าจะเติบโตได้ราว 2-3% ใกล้เคียงหรือตํ่ากว่าจีดีพีเล็กน้อย เนื่องจากปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณบวกใดๆในภาคธุรกิจและการส่งออก
ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ถือเป็นมาตรการระยะสั้นที่ทำให้มีการจับจ่ายเพิ่มขึ้น แต่ไม่ช่วยทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน ต่างกับปัจจัยลบที่มีทั้งสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ เงินบาทแข็งค่า ฯลฯ ที่ส่งผลต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยว
ทัวร์จีนเพิ่มฟื้นท่องเที่ยว
นาย
ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ “
ฐานเศรษฐกิจ”ว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวไตรมาส4 ปีนี้มีสัญญาณที่ดี จากปัจจัยสนับสนุนในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวันชาติจีน หรือโกลเดนวีกที่ประเมินว่าวันที่ 1-7 ตุลาคมนี้ จะมีคนจีนเที่ยวไทยราว 1.93 แสนคน ขยายตัว4% สร้างรายได้ราว 5,710 ล้านบาท ขยายตัว 2% และน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากพบว่าในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีคนจีนเที่ยวไทยถึง 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ไม่ถึง 1 ล้านคนนับจากเกิดเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2561 แม้อาจจะยังขยายตัวไม่เท่ากับปี 2560
สำหรับไทยเที่ยวไทยช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ นอกจากจะได้แรงหนุนจากมาตรการชิมช้อปใช้ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ก็จะมีอีก 2 มาตรการเสริมที่จะเข้ามากระตุ้นต่อเนื่อง คือ 1. โครงการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย และ2.โครงการวันธรรมดาราคาช็อคโลกมอบส่วนลดสูงสุด70% โดยทั้ง 2 โครงการจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคมนี้
“ภาพรวมของการท่องเที่ยวไทยในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีนี้ น่าจะได้ตามเป้าหมายที่สภาพัฒน์ตั้งไว้ คือ 39.8 ล้านคน เพราะตัวเลขล่าสุดจนถึงวันที่ 20กันยายน2562 มีต่างชาติเที่ยวไทย 28 ล้านคนแล้ว แต่ในแง่ของรายได้จากการท่องเที่ยว ยังคงต้องลุ้น เพราะเงินบาทแข็งค่า อาจส่งผลต่อรายได้ แต่ททท.พยายามจะรักษาเป้าหมายให้ได้ 3.07 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากต่างชาติ 2.02 ล้านล้านบาทและรายได้ไทยเที่ยวไทย 1.05 ล้านล้านบาท”
แนะผ่อนคลายนโยบายการเงิน
“ตัวช่วยในช่วงที่เหลือ เรายังมีPolicy Space ทั้งนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและนโยบายการคลัง แต่ต้องทำนโยบายเฉพาะเจาะจงให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ หากเป็นภาคธุรกิจที่ประสบปัญหาเชิงโครงสร้างต้องยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ หากเป็นธุรกิจกลุ่มที่มีความเปราะบาง เพราะเผชิญภาวะเ ศรษฐกิจจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่มองเห็นอนาคตด้วย” นาย
สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าว
นาย
ภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “
ฐานเศรษฐกิจ” ว่าดัชนีหุ้นไทยที่เหลือของปีนี้ ถูกกดดันด้วยปัจจัยรอบด้านและเป็นสถานการณ์บังคับให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องผ่อนคลายทางการเงิน อาทิ การลดดอกเบี้ยนโยบาย หรือผ่อนคลายในเรื่องของมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ หรือ LTV อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 2 อย่างพร้อมกันส่วนสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน เชื่อว่าการหารือในเดือนตุลาคม 2562 รอบนี้ผลจะออกมาดี บรรลุข้อตกลงกันได้
JJNY : ยางตรังเดือดร้อนหนัก น้ำยางสดดิ่งเหว/เตือนศก.ซึมยาวข้ามปี กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้น/กรุงเทพฯติดอันดับ2 อากาศแย่
https://www.matichon.co.th/region/news_1692253
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 เกษตรกรชาวสวนยางพารา กำลังเดือดร้อนหนักอีกระลอก หลังราคายางดิ่งลงมาตลอดเวลาจนขณะนี้ ราคาน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ 30 – 32 บาทแล้วเท่านั้น ขณะที่สหกรณ์ หรือจุดรับซื้อน้ำยางสด เพื่อการแปรรูปเป็นอย่างแผ่นรมควันรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 34 บาท ทำให้เดือดร้อนอย่างหนักทั้งเกษตรกรชาวสวนยางพารา และสหกรณ์ หรือผู้ประกอบการแปรรูปยาง
โดยนางสาววิไล อินมณี อายุ 43 ปี เกษตรกรชาวสวนยางพาราต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง กล่าวว่า ปกติตนเองจะกรีดยางกับสามี แต่ขณะนี้หลังราคายางตกต่ำต่อเนื่อง ทำให้สามีต้องออกไปหางานอื่นทำนอกบ้าน เพราะหากต้องกรีดยางด้วยกันจะทำให้เดือดร้อนรายได้ไม่พอรายได้ โดยขณะนี้ชาวสวนยางทุกรายเดือดร้อนหนัก และหวั่นใจว่าราคาจะยิ่งตกต่ำลงไปอีก ชาวสวนยางรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเคยหาเสียงไว้กับชาวสวนยาง ขณะนี้ผ่านมานานแล้ว แต่มาตรการแก้ไขปัญหายังทำให้ชาวสวนยางไม่ได้ ขอให้ได้กิโลกรัมละ 60 บาท ตามที่หาเสียงไว้ ชาวสวนก็พอใจแล้ว แต่ขณะนี้ได้แต่รอว่ารัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาได้เมื่อใด
เตือนศก.ซึมยาวข้ามปี กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้น
https://www.thansettakij.com/content/410867
เอกชนประสานเสียงเศรษฐกิจไทย ไตรมาสสุดท้ายปี 62 ยังไร้ปัจจัยบวก เหตุสงครามการค้า เงินบาทแข็ง ฉุดกำลังซื้อภายในประเทศซบเซา ท่องเที่ยวเริ่มมีสัญญาณบวก นักเศรษฐ ศาสตร์แนะผ่อนคลายนโยบายการเงิน การคลัง
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลืออีก 3 เดือนของปีนี้ไม่ค่อยสดใสมากนัก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังจำกัดท่ามกลางปัจจัยท้าทายทั้งภายในและต่างประเทศ ขณะที่ทิศทางกำลังซื้อที่อ่อนแอ อีกทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนยังเป็นจุดเปราะบางทางเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นของรัฐที่ออกมาอาจไม่เพียงพอจะประคองการบริโภคภาคเอกชน
คอนโดเปิดใหม่หด35%
สถานการณ์ตลาดคอนโด มิเนียมในกรุงเทพมหานครช่วงครึ่งหลังปี 2562 ค่อนข้างเงียบ ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 คงไม่แตกต่างกันนัก ดังนั้นในปีนี้คาดการณ์จะมีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ 40,000-45,000 หน่วยลดลงประมาณ 30- 35% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่เปิดตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 66,000 หน่วย หากเป็นเช่นนี้ขนาดตลาดเท่ากับปี 2558-2559
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า การผ่าวิกฤติกำลังซื้อต้องปลดล็อคมาตรการ LTV กับตลาดแนวราบ ซึ่งตลาดนี้ยังมีการเติบโต หลังจากได้ปลดล็อกผู้กู้ร่วมไปแล้ว พร้อมกับออกมาตรการการลดค่าธรรมเนียมโอนจาก 2% เหลือ 0.1% และมาตรการภาษีต่างๆ เช่น ให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแก่บุคคลทั่วไป โดยต้องให้กับทุกกลุ่มราคา มาตรการนี้กระตุ้นการโอนได้อย่างเห็นผล และทำให้ธุรกิจเชื่อมโยงเดินต่อไปได้
ค้าปลีกยังไม่พบสัญญาณบวก
นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวถึง ภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกในไตรมาส 4 ยังประเมินยากเพราะมีปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลต่อธุรกิจ แต่เบื้องต้นผู้ประกอบการค้าปลีกคาดว่าจะเติบโตได้ราว 2-3% ใกล้เคียงหรือตํ่ากว่าจีดีพีเล็กน้อย เนื่องจากปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณบวกใดๆในภาคธุรกิจและการส่งออก
ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ถือเป็นมาตรการระยะสั้นที่ทำให้มีการจับจ่ายเพิ่มขึ้น แต่ไม่ช่วยทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน ต่างกับปัจจัยลบที่มีทั้งสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ เงินบาทแข็งค่า ฯลฯ ที่ส่งผลต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยว
ทัวร์จีนเพิ่มฟื้นท่องเที่ยว
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวไตรมาส4 ปีนี้มีสัญญาณที่ดี จากปัจจัยสนับสนุนในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวันชาติจีน หรือโกลเดนวีกที่ประเมินว่าวันที่ 1-7 ตุลาคมนี้ จะมีคนจีนเที่ยวไทยราว 1.93 แสนคน ขยายตัว4% สร้างรายได้ราว 5,710 ล้านบาท ขยายตัว 2% และน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากพบว่าในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีคนจีนเที่ยวไทยถึง 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ไม่ถึง 1 ล้านคนนับจากเกิดเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2561 แม้อาจจะยังขยายตัวไม่เท่ากับปี 2560
สำหรับไทยเที่ยวไทยช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ นอกจากจะได้แรงหนุนจากมาตรการชิมช้อปใช้ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ก็จะมีอีก 2 มาตรการเสริมที่จะเข้ามากระตุ้นต่อเนื่อง คือ 1. โครงการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย และ2.โครงการวันธรรมดาราคาช็อคโลกมอบส่วนลดสูงสุด70% โดยทั้ง 2 โครงการจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคมนี้
“ภาพรวมของการท่องเที่ยวไทยในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีนี้ น่าจะได้ตามเป้าหมายที่สภาพัฒน์ตั้งไว้ คือ 39.8 ล้านคน เพราะตัวเลขล่าสุดจนถึงวันที่ 20กันยายน2562 มีต่างชาติเที่ยวไทย 28 ล้านคนแล้ว แต่ในแง่ของรายได้จากการท่องเที่ยว ยังคงต้องลุ้น เพราะเงินบาทแข็งค่า อาจส่งผลต่อรายได้ แต่ททท.พยายามจะรักษาเป้าหมายให้ได้ 3.07 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากต่างชาติ 2.02 ล้านล้านบาทและรายได้ไทยเที่ยวไทย 1.05 ล้านล้านบาท”
แนะผ่อนคลายนโยบายการเงิน
“ตัวช่วยในช่วงที่เหลือ เรายังมีPolicy Space ทั้งนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและนโยบายการคลัง แต่ต้องทำนโยบายเฉพาะเจาะจงให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ หากเป็นภาคธุรกิจที่ประสบปัญหาเชิงโครงสร้างต้องยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ หากเป็นธุรกิจกลุ่มที่มีความเปราะบาง เพราะเผชิญภาวะเ ศรษฐกิจจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่มองเห็นอนาคตด้วย” นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าว
นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าดัชนีหุ้นไทยที่เหลือของปีนี้ ถูกกดดันด้วยปัจจัยรอบด้านและเป็นสถานการณ์บังคับให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องผ่อนคลายทางการเงิน อาทิ การลดดอกเบี้ยนโยบาย หรือผ่อนคลายในเรื่องของมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ หรือ LTV อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 2 อย่างพร้อมกันส่วนสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน เชื่อว่าการหารือในเดือนตุลาคม 2562 รอบนี้ผลจะออกมาดี บรรลุข้อตกลงกันได้