อยากจะไปวิ่งมาราธอน แต่จะไปเที่ยวเกาะด้วย #Krabi Marathon

กระทู้สนทนา
...หลายคนเห็นหัวข้อกระทู้อาจจะงงนะคะ ว่าจะวิ่งมาราธอนหรือจะไปเที่ยว จริงก็ไปเที่ยวค่ะ เฮ้ยย!!!! ต้องไปวิ่งสิ พิมพ์ผิดนะคะ แหะๆ จะเท้าความนิดนึงนะคะว่า เราเพิ่งเริ่มหันมาวิ่งมาราธอนเกือบจะจริงจังมากขึ้น ย้ำนะคะว่าเกือบจะจริงจัง!!!! >< วิ่งมา 2-3 งาน แต่ส่วนใหญ่ก็วิ่งใน กทม. แต่ไปเห็นงานวิ่ง Krabi Marathon เข้าก็ปรึกษากับแฟนแล้วก็คิดอยู่สองนาที เอ้ยย สองวันสิ แหม่ (ยังเล่นไม่เลิก) ว่าจะไปดีไหม สุดท้ายไม่ไป เอ้ยย ไปสิ (พอได้ยัง - -" ) สรุปว่าไปก็สมัครเรียบร้อย จ่ายเงิน (BIB กับเสื้อจะส่งมาทางปณ.) เดี๋ยวก่อนนะ!!!! ที่พักยังไม่ได้ ไปยังไงยังไม่รู้ ฝนจะตกด้วยหรือเปล่า คิดไปพลางเสิร์ชหาตั๋วไปด้วยสุดท้ายได้ตั๋ว ได้ที่พัก ลาพักร้อน 1 วัน เรียบร้อยรอเวลาประมาณเดือนกว่าๆ หลังจากทุกอย่างพร้อมแล้วเหลือแต่ซ้อม ซ้อม ซ้อม อย่างเดียวเท่านั้น ก็คิดว่าต้องไปซ้อมหน่อยแล้วกันนะจะได้เวลาดีๆหน่อย/บอกตัวเองแบบนั้น ....แต่สิ่งที่ทำคือซ้อมไปสองวันที่เหลือทำไรไม่รู้จำไม่ได้แล้ว 55555 

....พอถึงวันเดินทางไป ตื่นเต้นๆที่ได้ไปเที่ยวเอ้ยย!! ไปวิ่งสิ - -*  ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิเกือบเที่ยง รอเวลาขึ้นเครื่องประมาณ บ่ายสองกว่าๆ (รูปตั๋วไม่มีนะคะลืมถ่าย) ให้ดูวิวไปพลางๆนะคะ จุ๊บๆ

ผ่านมาชั่วโมง 15 นาที ก็ถึง สนามบินนานาชาติกระบี่ (KVB) ช่วงก่อนจะถึงอากาศแปรปรวนนิดหน่อย แต่ไม่เป็นปัญหาค่ะ landing ปุ๊บก็ออกมารอกระเป๋าที่โหลด (ไม่โอเคเลยที่กระเป่าเป็นรอยทั้งๆที่กระเป๋าใหม่/พูดลอยๆ) แล้วก็หารถไปอ่าวนางค่ะ ลืมบอกไปว่าเราไปพักแถวๆอ่าวนาง เพราะว่างานวิ่งจัดที่อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อยู่ใกล้ๆกันเลยค่ะ วกกลับมาที่รถจะไปอ่าวนางต่อ พอลงมาชั้น 1 ก็จะที่ซื้อตั๋วเลือกได้เลยว่าจะนั่งรถแบบไหนไป ถ้าเป็น Shuttle Bus ก็จะคล้ายรถเมล์มีแอร์ ราคา 150 บาท/คน หรือจะเลือกเป็นรถตู้ ราคา 150/คน เท่ากัน (ราคานี้เฉพาะไปอ่าวนางแต่ที่อื่นไม่รู้นะคะ) เราเลือกรถตู้ค่ะ คนขายตั๋วบอก รอ 5 นาที รถก็ออก แต่จริงๆประมาณ สิบนาที เดินออกไปรอข้างนอก ซึ่งแดดร้อนมากๆ พอดีว่ามีรถตู้เปิดท้ายไว้ก็ไปหลบอยู่ตรงนั้น มีชาวต่างชาติอีก 2 คน ที่รอรถคันเดียวกัน อีก 10 นาทีกว่าๆต่อมา รถตู้มาถึงก็ขึ้นรถมีผู้โดยสารแค่ 4 คน ชาวต่างชาติ 2 คน กับ เราแล้วก็แฟนรวมเป็น 4 คน ถือว่าน้อยสำหรับการวิ่งรับ-ส่ง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เกือบ 30 กิโล ช่วงระหว่างทางที่ไปข้างหน้าจะเป็นแยกไฟแดงซึ่งรถติดมากๆเป็นแถวยาว คนขับรถตู้ก็พาไปทางลัดเรากับแฟนมองหน้ากันคิดในใจว่าจะโดนหลอกไปขายป่าวอ่าา (จินตนาการไปไกลเลย - -*) สุดท้ายเข้าถนนหลักค่อยยังชั่ว 5555 รถจะไปส่งหน้ารีสอร์ทเลย  รีสอร์ทที่เราพักชื่อ SUGAR MARINA RESORT-CLIFFHANGER-AONANG (ลืมถ่ายรูปภาพบรรยากาศรอบๆบริเวณที่พัก อีกแล้ว !!! ) มีภาพบรรยากาศภายในห้องที่เราพักมาฝากค่ะ

...เปิดประตูเข้ามาเลี้ยวซ้ายจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ แยกเปียกกับแห้ง ค่อนข้างสัดส่วนมีผ้าขนหนูวางปูพื้นเอาไว้เช็ดเท้าได้ด้วย

ฝั่งขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์ที่กั้นเตียงนอนไว้อีกฝั่ง บนเคาน์เตอร์ก็จะมีของตามภาพเลยค่ะ  มีตู้เซฟเอาไว้เก็บของมีค่าถ้าเราไม่อยากพกติดตัวไปด้วย
ตู้เย็นจะอยู่ในช่องถัดจาก ช่องตู้เซฟ มีของกินเล่นๆให้นิดหน่อยไม่คิดเงิน  ที่รีสอร์ทจะมี Bag Beach ไว้ให้ด้วยเผื่อเราไปนั่งเล่นริมหาด มีผ้าขนหนูเพิ่มมา 1 ชุด เผื่อเราไปเที่ยวเกาะ มีไฟฉายเผื่อไว้ให้ด้วยเผื่อไฟดับ รีสอร์ทที่นี่ค่อนข้างใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ




...เดินถัดขึ้นไปจะเป็นส่วนของห้องนอน (เรียกแบบนี้แล้วกันค่ะ) ถัดไปก็ระเบียงข้างนอกจะมีโต๊ะนั่งเล่นไว้ให้ด้วย รีสอร์ทที่เราอยู่จะไม่ติดหาดนะคะ
ต้องเดินไปอีกสักพัก ถึงจะเห็นหาดอ่าวนาง วิวด้านนอกจะเป็นหน้าผา เราสังเกตุว่าที่กระบี่ภูมิประเทศจะเป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ มองไปทางไหนก็มีต้นไม้เยอะ ตลอดทางที่มาจากจากสนามบินก็มีแต่ต้นไม้สองข้างทาง อยากให้ที่กทม.มีต้นไม้เยอะๆแบบนั้นบ้าง/ตื่นค่ะซิส - -*





...ได้เวลาไปหาทานข้าวเย็นร้านที่คิดไว้คือ ครัวธารา ถามพี่ๆที่ lobby เค้าก็แนะนำร้านนี้เหมือนกันค่ะ แล้วเค้าก็บอกว่าเดินไปเรื่อยๆสิบนาทีก็น่าจะถึง
ก่อนออกไปก็แวะซื้อทัวร์เกาะพีพีสำหรับวันที่ 2 ได้ราคามา 900/คน ซื้อเสร็จก็เดินไปร้านอาหารเดินไปเรื่อยๆประมาณเกือบโล แล้วก็คิดกันว่า เอ๊ะ!! นี่เราเดินมาเกินสิบนาทีแล้วนะ น่าจะ1 กิโลได้ ก็เลยลองเปิด google map/เพิ่งจะเปิดหรอ - -* สรุปว่าจากรีสร์อทไปร้านอาหารถ้าเดินเท้าใช้เวลาเกือบ 50 นาที/มองบน
เราตัดสินใจเช่ารถมอเตอร์ไซค์ดีกว่า โชคดีที่มีรถให้เลยรอรถประมาณ 10 นาที พอพี่เจ้าของร้านนำรถมาส่งก็จ่ายเงินค่ามัดจำ 3,000 บาท+ค่าเช่า 200 บาท+บัตรปชช.ให้เค้าเก็บไว้ พอถึงเวลาคืนเค้าก็จะคืนค่ามัดจำ+บัตรปชช. เสร็จแล้วก็ขับไปที่ร้านซึ่งไกลเกือบสุดอุทยานนพรัตน์ธาราที่เราจะเดินไป OMG!!!  ทีนี้พอถึงร้านชักเริ่มไม่แน่ใจว่าใช่ร้านที่ตั้งใจมารึป่าว เพราะว่าร้านดูเงียบมากๆสำหรับร้านที่มีคนแนะนำมา แต่ก็เดินเข้าไปเพราะหิวมากกกก
ไปทะเลเราต้องกินอาหารทะเลใช่หม้ายย ไม่ใช่ค่ะ เราสั่งอาหารใต้ค่ะ สั่งไป 3 อย่าง ข้าว 1 โถ สั่งเป็นจานคาดว่าจะไม่คุ้ม หึหึ!! อาหารมาเสิร์ฟไวมาก
อาหารหน้าตาธรรมดามากแต่อร่อยมากๆค่ะ อร่อยสุดๆ/ไม่ได้ประชดนะคะ >< รู้สึกประทับใจอาหารร้านนี้มาก Recommend เลยค่ะ ตอนทานข้าวก็ถามพี่ผู้จัดการร้านว่าทำไมร้านดูเงียบจังทั้งๆที่เป็นร้านดัง แกบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วง Low Season ก็จะเป็นแบบนี้ ถ้าช่วง พ.ย.เป็นต้นไปก็จะเป็นช่วง High คนก็จะครึกครื้นส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่มาอยู่เป็นเดือนๆ เราก็นั่งทานไปคุยกันไปเผลอแป๊บเดียวทุกอย่างเหลือแต่จานเปล่า แหะๆ แล้วก็คิดเงินจ่ายไปประมาณ 620 บาท ไม่แพงสำหรับรสชาติอาหารแบบนี้ แล้วก็กลับรีสอร์ท ไปนั่งชิวๆที่ระเบียงห้องพักเพลินๆก็ได้เวลานอนแล้ว Good night สำหรับคืนแรก


....เช้าวันที่ 2 วันนี้เรามีโปรแกรมจะไปทัวร์เกาะหมู่เกาะพีพี ทัวร์นัดมารับที่ Lobby รีสอร์ทตอน 08.30 น.ตื่นมาก็อาบน้ำแต่งตัวรีบไปทานอาหารเช้าเพราะว่าหิว 5555 (ลืมถ่ายรูปบรรยากาศห้องอาหารค่ะ อีกแล้ว!!!) อาหารที่รีสอร์ทจะเป็น Inter.Buffet มีแบบ Order อร่อยด้วย นี่ค่ะหน้าตาอาหารเช้าของเรา
อยากจะบอกว่าอร่อยมาก อร่อยทุกอย่าง เราอยากกินทุกอย่างเลยค่ะแต่กินได้แค่นี้  เพื่อนๆอาจจะคิดว่าเรากินอะไรก็อร่อยไปหมดรึป่าว ไม่ใช่นะคะอาหารทีนี่อร่อยมากจริง 5555 กินเสร็จก็ได้เวลานัดค่ะ จะมีรถมารับลูกทัวร์ตามรีสอร์ทแต่ละที่แล้วก็ไปรวมตัวกันที่หาดนพรัตน์ ซึ่งเป็นท่าของเรือแต่ละบริษัทัวร์
เราได้บริษัทซีอีเกิ้ลทัวร์ หลังจากเซ็นรับทราบเงื่อนไขและประกันภัยเรียบร้อยก็เดินไปขึ้นเรือที่ท่าแล้วออกเดินทางค่ะ 



.....กว่าจะโน่น นี่ นั่น ได้ออกเดินทางจริงก็เกือบสิบโมงเช้า ที่แรกที่จะแวะคือ Bamboo Iceland (เกาะไม่ไผ่) เราจะลงไปดูปะการังกันที่เกาะนี้ พี่ไกด์บอกว่าปกติตรงนี้ที่ปล่อยให้เราลงไปดูปะการังจะจอดเรือไม่ได้เพราะว่าเป็นช่องทางลมผ่าน คลื่นจะแรงมากแต่วันที่เราไปลมสงบเหมาะแก่การดำน้ำดูปะการังเป็นที่สุด มีภาพสวยๆมาให้ดูด้วยค่ะ





....ที่ต่อไปคือ เกาะลิงค่ะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเกาะลิง ก็มีลิงตามชื่อเกาะเลยค่ะ แต่ห้ามนักท่องเที่ยวเอาอาหารลงจากเรือ ห้ามให้อาหาร ห้ามนำของที่ล่อตาลิงลงจากเรือเด็ดขาด เพราะว่าลิงที่นี่ดุมาก พยายามอย่าเข้าใกล้ลูกลิง ถ้าเข้าใกล้ลูกลิงแล้วลูกลิงเกิดร้องขึ้นมาแม่ลิงจะวิ่งมาในทันใดค่ะ นักท่องเที่ยวอาจจะโดนน้องลิงทำร้ายได้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง เกาะนี้เราแวะมาเพื่อถ่ายรูปแล้วก็จะไปทานอาหารกลางวันที่เกาะพีพีดอนค่ะ


....เกาพีพีดอนค่ะ เรามาทานอาหารกลางวันกันที่นี่ (ลืมถ่ายภาพอาหารกลางวันไว้ ลืมอีกแล้ว!!!)



.....หลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้วเราก็ไปต่อที่อ่าวมาหยา ตอนนี้อ่าวมาหยาอยู่ในช่วงฟื้นฟูค่ะ ห้ามลง ห้ามทิ้งสมอ เพราะจะกระทบกับประการังเราก็ถ่ายรูปกันอยู่บนเรือซึมซับกับธรรมชาติที่สวยงามบริเวณรรอบๆแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ )




....ที่ต่อไปคือ หลีเป๊ะลากูน ที่นี่สามารถลงไปเล่นน้ำได้


.....ที่ต่อไปก็ Viking Iceland ที่นี่เราแวะมาถ่ายรูปไม่สามารถลงเล่นน้ำได้เนื่องจากคลื่นแรง และเป็นสัมปทานรังนกของบริษัทแห่งหนึ่งพี่ไกด์กระซิบว่ารังนก 1 kg.ราคาประมาณ 70,000-100,000 บาท OMG!!!!



.....แล้วเราก็เตรียมตัวกลับเข้าฝั่ง จากตรงนี้นั่งเรือไปอีกประมาณ 50 นาที ถึงฝั่งเกือบๆห้าโมงเย็น รถตู้ไปส่งถึงหน้ารีสอร์ท อาบน้ำแต่งตัวสักพักก็หารถเช่าเผื่อไปเที่ยววันอาทิตย์หลังจากวิ่งเสร็จ ได้รถภายในสิบห้านาที ราคา 900/วัน ค่ามัดจำ 3,000 แล้วก็ไปเดิน Night Market อยู่ในตัวเมืองแถวถนนมหาราช ได้ของกินอร่อยๆเยอะแยะเลยค่ะ  กินหมดจนลืมถ่ายรูป >< แล้วก็ต้องรีบกลับมานอนไวๆเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเลย Good night )

.....เช้าวันที่3 ตื่นมาเกือบๆตีห้าเพราะเวลาปล่อยตัว 10K คือ 05.30 น.รีบสุดๆ ไปถึงจุด Start ประมาณ 05.28 น.OMG!!!!
ที่นี่จะวิ่งไปตามถนน ดังนั้นบางช่วงต้องขึ้นเนิน ลงเนิน ถนนเอียง ทำให้ต้องเกร็งกล้ามเนื้อ ก่อนหน้านี้เท้าเราเคยเคล็ดยังไม่หายสนิทพอไปวิ่งหนักๆอีกทำให้ข้อเท้าเคล็ดกว่าเดิม แต่ก็ฝืนวิ่งมาจนถึงเส้นชัย ตอนปล่อยตัวฟ้ายังมืดอยู่เลยยังมองไม่เห็นนวิวทะเล พอขากลับมาเช้าแล้วเห็นวิวทะเลชัดเจน วิวสวยมากแทบจะหายเหนื่อย

แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่