JJNY : งงงบแจกท่องเที่ยวแต่เงินช่วยคนขอบริจาคฯ/ส่วนใหญ่ไม่เชื่อมี'โครงข่ายทำลายประเทศ'ฯ/จ่อบุกทำเนียบจี้แก้ปัญหามะพร้าวฯ

กระทู้ข่าว
‘จิราพร’ งง รัฐบาลเอางบแจกท่องเที่ยว แต่เงินช่วยคนเดือดร้อน-น้ำท่วม ขอบริจาค
https://www.matichon.co.th/politics/news_1685461

‘จิราพร’ งง รัฐบาลมีเงินแจกท่องเที่ยว แต่เงินช่วยน้ำท่วมต้องขอบริจาค บอกเอาเงินมาดูแลปชช.ดีกว่า

เมื่อวันที่ 25 กันยายน น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.จังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาตรการ ‘ชิมช้อปใช้’ ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับเงิน 1,000 บาทวันแรก เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้ประชาชนออกไปท่องเที่ยว และเงินที่แจกอาจไปไม่ถึงเศรษฐกิจฐานราก สุดท้ายไหลเข้ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เช่นเดิม เป็นมาตรการที่ไม่ได้ผล เพราะมีจุดอ่อนหลายประการ ได้แก่ มาตรการนี้ถูกนำไปใช้เพียงครั้งเดียว ไม่ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องและยั่งยืน อีกทั้งยังมองว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่ปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต เพราะประชาชนกำลังประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย มีหนี้สิน จากตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 13 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 11 ของโลก ทั้งนี้งบประมาณที่ใช้ในมาตรการชิมช้อปใช้ เป็นงบลงทุนซึ่งมาจากภาษีของประชาชน ดังนั้น การใช้จ่ายงบประมาณที่ได้ผล ต้องมีผลตอบแทนกลับคืนมาในรูปแบบของภาษี เพื่อสร้างรายได้ให้รัฐ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจที่จะจับจ่ายใช้สอยจากการผลิต ซึ่งจะต่อเนื่องและยั่งยืนกว่า อย่างไรก็ตาม ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งจัดสรรงบประมาณเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัดทั้งในภาคเหนือและอีสานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนก่อน
 
“แทนที่รัฐบาลจะแจกเงินเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว มาดูแลพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจะดีกว่า การมอบเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยนอกจากจะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องในเบื้องต้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง และที่สำคัญประชาชนจะได้ไม่คาใจว่ารัฐบาลนี้มีเงินแจกให้คนท่องเที่ยว แต่เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกลับต้องขอรับบริจาค” น.ส.จิราพร กล่าว



ผลสำรวจพบ ปชช. ส่วนใหญ่ไม่เชื่อมี 'โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ' อยู่จริง
https://voicetv.co.th/read/0GBsdQR1d

นิด้าโพล เผยผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่ามีโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศอยู่จริง คาดเป็นเพียงปั่นกระแสข่าวสร้างความตื่นตระหนก

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง "โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23 – 24 ก.ย. 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,270 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการมีโครงข่ายขบวนการเพื่อทำลายประเทศไทย

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนว่ามีโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 27.40 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย เพราะ เป็นการปั่นกระแสข่าวให้ประชาชนตื่นตระหนก 
ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่มีใครมาทำลายประเทศได้ 
รองลงมา ร้อยละ 22.99 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ เพราะ ติดตามข่าวสารมาบ้าง ว่าอาจจะมีมูลความจริงเกี่ยวกับขบวนการทำลายประเทศ
ขณะที่บางส่วนระบุว่า ขบวนการนี้มีมานานแล้ว แต่เป็นเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น 
ร้อยละ 19.29 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ เพราะ ไม่แน่ใจว่ากระแสข่าวที่ได้รับเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม หรือเป็นเพียงการปั่นกระแสข่าว 
ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ได้ติดตามข่าวสารในเรื่องนี้ 
ร้อยละ 17.95 ระบุว่า ไม่แน่ใจ 
ร้อยละ 11.50 ระบุว่า เชื่ออย่างแน่นอน เพราะ ได้ติดตามข่าวสารว่ามีขบวนการทำลายประเทศจริง โดยพิจารณาจากองค์ประกอบหลาย ๆ ด้าน และมั่นใจว่ามีมาตั้งนานเเล้ว 
และร้อยละ 0.87 ระบุว่า ไม่มีความเห็น/ไม่สนใจ

เมื่อถามผู้ที่ระบุว่า "เชื่ออย่างแน่นอน" "ค่อนข้างเชื่อ" และ "ไม่แน่ใจ" ต่อความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะสามารถจัดการกับโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศได้ พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 29.18 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น เพราะไม่สามารถจัดการกับโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศได้เลย ไม่ว่าจะรัฐบาลชุดไหนก็ตาม 
รองลงมา ร้อยละ 24.94 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น เพราะรัฐบาลน่าจะจัดการกับโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศได้แน่นอน 
ร้อยละ 19.38 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย เพราะ การทำงานของรัฐบาลค่อนข้างช้าและไม่น่าจะจัดการกับโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศได้ 
ร้อยละ 18.26 ระบุว่า เชื่อมั่นมาก เพราะ มั่นใจในรัฐบาลที่จะสามารถจัดการกับโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศได้ ร้อยละ 7.35 ระบุว่า ไม่แน่ใจ 
และร้อยละ 0.89 ระบุว่า ไม่มีความเห็น/ไม่สนใจ

ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนอาคารร้านอาหารแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก มีข้อความว่า "การประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ: อย่าปล่อยให้ประชาธิปไตยตายในประเทศไทย" พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.04 ระบุว่า ไม่เคยได้ยิน/ไม่เคยเห็นข่าวนี้ 
และร้อยละ 14.96 ระบุว่า ได้ยิน/ได้เห็นข่าวนี้แล้ว 

โดยในจำนวนผู้ที่เคย "ได้ยิน/ได้เห็นข่าวนี้แล้ว
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.16 มีความรู้สึกต่อป้ายโฆษณา ว่าเป็นแค่การแสดงความคิดเห็นทั่วๆ ไป 
รองลงมา ร้อยละ 31.05 ระบุว่า เป็นการกระทำเพื่อต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 
ร้อยละ 25.26 ระบุว่า เป็นการกระทำเพื่อทำลายประเทศ 
ร้อยละ 19.47 ระบุว่า เป็นการกระทำเพราะหวังดีต่อประชาธิปไตยในประเทศไทย 
และร้อยละ 4.74 ระบุว่า ไม่มีความเห็น/ไม่สนใจ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่