บั้งไฟพญานาค ปี 2562 ... กับ 7 จุดชมบั้งไฟพญานาคที่ดีที่สุดในโลก และ เรื่องต้องรู้ เทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค พ.ศ. 2562

ตำนานในวัน 15ค่ำเดือน11 กลับมาอีกครั้ง กับเรื่องราวของ บั้งไฟพญานาค
และปีนี้ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม 2562
หลากหลายแนวคิดที่ยังต้องพิสูจน์กันต่อไป..ทั้งตำนาน ความเชื่อ วิทยาศาสตร์ หรือ การกระทำของมนุษย์
คุณพร้อมหรือยังกับการเดินทางมาหาคำตอบ
 

 
มาเริ่มจุดแรกเลยนะครับ กับจุดยอดนิยมที่สุด
 
1. อำเภอโพนพิสัย จ.หนองคาย และบ้านโดน เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว
เป็นจุดชม ที่มีชื่อเสียงที่สุด เดินทางได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัด
อ.โพนพิสัย มีจุดชมหลายจุดครับ
ที่แนะนำจุดแรก คือบริเวณลานหน้าวัดไทยและริมแม่น้ำโขงตลอดตัวเมืองโพนพิสัย
ตั้งแต่วัดหลวงตลอดไปถึงบริเวณ อบต.ชุมพล
ซึ่งตรงกันข้ามกับ บ้านโดน เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว
 

 
กำหนดการโดยย่อ งานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ บั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี2561
ณ ลานหน้าวัดไทย อ.โพนพิสัยปีนี้ รำบรวงสวงโดย เบลล่า ราณี
 

 
บริเวณริมโขงมีลานและถนนเล็กๆทอดตัวยาวตามลำน้ำ และจุดนั่งชมบั้งไฟพญานาคริมแม่น้ำโขง
นอกจากนี้บริเวณ วัดไทย ยังเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองบาดานและถ้ำพญานาค



 ใกล้ๆถนนอาหารเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช
เป็นสถานที่จัดแสดงตำนานความเชื่อและประวัติศาสตร์ของ อ.โพนพิสัย



จุดที่ 2 ของ อ.โพนพิสัย คือ พุทธอุทยานนานาชาติ
โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม เจดีย์รูปทรงดอกบัว ริมฝั่งโขง
เป็นอีกหนึ่งจุด ที่พบว่ามีบั้งไฟพญานาคขึ้นมากเป็นอันดับต้นๆ เป็นจุดที่มีกิจกรรมทางศาสนา
มีกิจกรรมลอยโคมเป็นพุทธบูชา มีกิจกรรมลอยประทีบเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทใต้เมืองบาดาน
 


มีลานกว้างสามารถชมบั้งไฟได้ตลอดความยาวริมแม่น้ำโขง
จุดนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 60กม. ไปทางอ.รัตนวาปี
อยู่ติดกับจุดชมบั้งไฟพญานาคบ้านน้ำเป อ.รัตนวาปี
 
นอกจากนี้ยังมีอีกจุด ที่เป็นจุดที่ธรรมชาติสวยงาม คือ บ้านหนองกุ้งบริเวณจุดชมวิวแม่น้ำสองสี
ชื่อแม่น้ำสองสี มาจาก การที่แม่น้ำงึมของประเทศลาวไหลลงสู่แม่น้ำโขง
ซึ่งตรงกันข้ามกับ บ้านปากงึม ประเทศลาว
 

 
จุดนี้ อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคาย ประมาณ 55กม. ไปทาง อ.รัตนวาปี
ที่พักเป็นแบบโฮมสเตย์ ในบรรยากาศพื้นบ้านอีสาน บ้านที่ปลูกด้วยไม้แบบโบราณริมแม่น้ำโขง
 

 
ข้อมูลท่องเที่ยว อ.โพนพิสัย เพิ่มเติมได้ที่
อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย...กับ 7ที่ท่องเที่ยว ที่ต้องไปให้ได้
https://pantip.com/topic/36495697
 
2. อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย และบ้านหนองเขียด เมืองท่าพะบาด ประเทศลาว
เป็นจุดที่พบว่ามีบั้งไฟขึ้นมาที่สุด มาหลายปีติดต่อกัน
การเดินทางห่างจากตัวเมืองหนองคาย 70กม. มาทาง อ.โพนพิสัย
รัตนวาปีมีจุดชมบั้งไฟหลายจุดครับ แต่จุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ
บริเวณบ้านน้ำเป ซึ่งติดกับพุทธอุทยานนานาชาติ ตรงข้ามกับเมืองท่าพะบาด ประเทศลาว
 

 
จุดที่สองของ อ.รัตนวาปี คือ บ้านท่าม่วง
จุดนี้ที่พักเป็นแบบโฮมสเตย์เช่นกันครับ อยู่ใกล้ตัวอำเภอรัตนวาปี ห่างจากอำเภอ 1กม.
 

 
บ้านโพนแพงและบ้านอาญา ถูกบันทึกว่าพบบั้งไฟพญานาคมาที่สุดใน 2-3ปีล่าสุด
เป็นจุดที่มีรีสอร์ทเล็กๆริมแม่น้ำโขงหลายเเห่ง
จุดนี้มีชื่อเสียงว่ามักพบรอยพญานาคตามริมแม่น้ำ บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของวัดที่อยู่ขนานกันสองฝั่งแม่น้ำโขง
โดยฝั่งลาวมีวัดพระบาทโพนสัน และฝั่งไทยคือวัดราชโพนเงิน
เป็นจุดที่มีตำนานเล่าขานของพญานาคที่มีส่วนหัวเป็นช้างเผือก
 

 
ข้อมูลท่องเที่ยว อ.รัตนวาปี เพิ่มเติมได้ที่
อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย...กับ 7 ที่ท่องเที่ยว ที่ต้องไปให้ได้นะ
https://pantip.com/topic/36361640
 

 
3. อำเภอเมือง จ.บึงกาฬ และเมืองปากซัน แขวงบอลิคําไซ ประเทศลาว
บริเวณแก่งอาฮงและวัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่ที่บ้านอาฮง ต.หอคำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ
จุดนี้เป็นจุดที่ชมบั้งไฟได้มากที่สุดในจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคําไซ
แก่งอาฮงอยู่ห่างจากตัวจังหวัดบึงกาฬ 20กม.เดินทางได้สะดวก
อีกทั้งที่วัดยังมีที่พักลานให้กางเต็นท์ ลานจอดรถกว้างขวาง
 

 
แก่งอาฮง เป็นจุดที่มีความเชื่อว่าลึกที่สุดของแม่น้ำโขงหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า สะดือแม่น้ำโขง
คนเฒ่าคนแก่เคยวัดความลึกโดยใช้เชือกผูกกับก้อนหินหย่อนลงไป วัดได้ 98 วา
ลองไปดูรีวิว แก่งอาฮงของผมได้ที่
แก่งอาฮง...ลึกสุดสองฝั่งโขง(ที่ วัดอาฮงศิลาวาส จ.บึงกาฬ)
http://pantip.com/topic/32055501
 

 
4. อำเภอสังคม จ.หนองคาย
บริเวณ จุดชมอ่างปลาบึกบ้านผาตั้ง อ.สังคม เป็นจุดที่มีภูมิประเทศสวยงาม
มีโขดหินน้อยใหญ่กลางน้ำโขง มีที่พักหลากหลายรูปแบบหลายแห่ง
อยู่ห่างจาก อ.เมืองหนองคาย 95กม.
 

 
ข้อมูลท่องเที่ยว อ.สังคม เพิ่มเติมได้ที่
อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย...กับ 7 ที่ ที่ต้องไปให้ได้นะ
https://pantip.com/topic/36007241
 

 
5. อำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
จุดนี้ชมได้ที่ วัดหินหมากเป้ง ถูกสร้างบนโขดหินขนาดใหญ่ 3 ก้อนริมแม่น้ำโขง
ณ จุดชมบั้งไฟพญานาค มีจุดเด่นคืออยู่บนลานหินขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขง
 

 
6. บึงโขงหลง และหาดคําสมบูรณ์ จ.บึงกาฬ 
บริเวณบึงโขงหลง เป็นจุดหนึ่งที่สามารถชมบั้งไฟได้โดยที่ไม่ได้อยู่ริมแม่น้ำโขง
ซึ่งเป็นความแปลกของจุดนี้เลยครับ บึงโขงหลงอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงถึง 10กม.
จุดที่ชมคือบริเวณหาดคำสมบูรณ์ อ.บึงโขงหลง
 

 
อยู่ห่างจากจังหวัดบึงกาฬประมาณ 80กม. อาจจะไกลครับ แต่ได้บรรยากาศอีกแบบครับ
ที่พักส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทมีให้เลือกหลายเเห่งครับ
 

 
7. อำเภอปากคาด จ.บึงกาฬ
บริเวณริมแม่น้ำโขงของ อ.ปากคาด เป็นจุดหนึ่งที่ชมบั้งไฟได้เป็นอันดับ 2 ของบึงกาฬ
มีถนนริมแม่น้ำโขง สามารถชมความงามของบั้งไฟพญานาคได้ยาวกว่า 1กม.
จุดนี้เป็นลักษณะโค้งน้ำโขง ทำให้ชมได้สวยงามอีกด้วย
 

 
ข้อมูลท่องเที่ยว จ.บึงกาฬ เพิ่มเติมได้ที่
บึงกาฬ จังหวัดที่ 77...กับ 7สถานที่ที่ต้องไป
http://pantip.com/topic/31170706
 

 
นอกจากทั้ง 7 จุดนี้แล้ว..เทศบาลเมืองหนองคายนี้เอง
ถึงไม่จะไม่มีบั้งไฟขึ้นในตัวอำเภอเมืองหนองคาย
แต่มีการจัดกิจกรรมมากมายช่วงวันออกพรรษา จัดงานวันที่ 10-16 ตุลาคม 2562
 

 
และสิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การแสดงแสงสีเสียงเปิดตำนานบั้งไฟพญานาค ที่เทศบาลเมืองหนองคาย
การแสดงที่บอกเล่าเรื่องราวตำนานความเชื่อต่อพญานาค
...เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคันคาก(คางคก) ได้ปฏิบัติธรรมจนเป็นที่เลื่อมใส
แก่มนุษย์จนหลงลืมบูชาพญาแถนผู้เป็นเทวดาบรรดานฝนฟ้า พญาแถนทรงโกรธเคืองมนุษย์
จึงสาบไม่ให้ฝนตกสู่โลกมนุษย์นานถึง 7ปี7เดือน7วัน ทำให้เกิดความยากแค้นแก่มวลมนุษย์
 

 
เมื่อพญานาคทราบข่าวจึงจัดทัพนาคขึ้นสวรรค์ เพื่อไปโจมตีพญาแถน แต่ก็ไม่สามารถสู้ได้
จึงมาขอให้พญาคันคากช่วยเหลือ พญาคันคากวางแผนการแล้วนำกองทัพสัตว์ต่างๆบุกสวรรค์
ซึ่งสามารถจับตัวพญาแถนได้สำเร็จ
 

 
ต่อมาพญาคังคาก ได้เสวยพระชาติเป็นพระพุทธเจ้า พญานาคได้ข่าวจึงไปแปลกกายไปขอบวช
แต่ด้วยที่นาคไม่ใช่มนุษย์จึงไม่สามารถบวชได้ พญานาคจึงขอให้พระพุทธเจ้าเรียก
คนที่จะมาบวชก่อนเป็นพระว่า นาค ดังเช่นปัจจุบัน
มื่อพระพุทธเจ้าเข้าพรรษาได้ไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ จนครบ 3 เดือน
จนวันขึ้น 15ค่ำเดือน11 พระพุทธเจ้าจึงได้เสด็จลงจากสวรรค์
พญานาคทราบข่าวจึงได้ให้บรรดานาคร่ายรำ และทำบั้งไฟพญานาคเพื่อเป็นพุทธบูชาสืบมา
 


หลากหลายแนวคิดที่ยังต้องพิสูจน์กันต่อไป..ทั้งตำนาน ความเชื่อ วิทยาศาสตร์ หรือ
การกระทำของมนุษย์ ที่ยังรอค่อยให้คุณมาหาคำตอบ
 
ความเชื่อว่าเป็นปรากฏการ์ทางธรรมชาติ
นพ.มนัส กนกศิลป์ ให้สมมติฐานว่า ในช่วงที่เกิดบั้งไฟพญานาค
บรรยากาศผิวโลกจะมีความหนาแน่นของโมเลกุลของออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น
และเมื่อมีพลังงานรังสีจากดวงอาทิตย์ส่อง ทะลุผ่านม่านโอโซนลงมา
จะทำให้โมเลกุลออกซิเจนแตกตัว จะมีความหนาแน่นสูงพอที่
จะเกิดปฏิกิริยาสันดาปกับฟองก๊าซมีเทนที่ผุดขึ้นจากแม่น้ำโขง
 
ความเชื่อว่าเป็นการกระทำของมนุษย์
ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อธิบายว่าไม่มีก๊าซชนิดใดในโลกที่สันดาปเอง
แล้วกลายเป็นลูกไฟลอยสูงขึ้นไปสูง ๆได้ เว้นแต่มีการสันดาปด้วยเชื้อเพลิงขับ
เช่น ดินปืน พลุหรือกระสุนส่องแสง ขึ้นจากฝั่งตรงข้ามแต่หลอกตาเหมือนขึ้นจากน้ำ
 


การเดินทางมาหนองคาย และบึงกาฬ มาได้หลายวิธีการครับ
สามารถนั่งรถโดยสารประจำทางมาลงที่หนองคาย หรือบึงกาฬได้
หรือนั่งเครื่องบินมาลงที่อุดรธานี แล้วต่อมาที่หนองคาย
ส่วนการเดินทางไปอำเภอต่างๆสามารถนั่งรถตู้ประจำทางได้ถึง 3สาย
คือ 1. อุดร-บ้านแพง:ขึ้นรถที่เซ็นทรัลอุดร รถจะผ่าน หนองคาย-โพนพิสัย-รัตนวาปี-ปากคาด-บึงกาฬ
2. หนองคาย-บึงกาฬ:ขึ้นรถที่ บขส.หนองคาย
3. หนองคาย-ปากคาด:ขึ้นรถที่ บขส.หนองคาย
 
ส่วนถ้าจะข้ามไปดูที่ประเทศลาวต้องเดินทางโดยรถส่วนตัวข้ามสะพานไทยลาวทาง จ.หนองคาย
หรือนั่งรถโดยสารระหว่างประเทศแล้วเหมารถเดินทางต่อ
 
สามารถเข้าชมรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวหนองคายเพิ่มเติมได้ที่
หนองคาย เมืองน่าอยู่อันดับ7ของโลกกับ7ที่ที่ต้องไป
http://pantip.com/topic/31174470



และหากท่านสนใจเรื่องตำนานพญานาค
สามารถอ่านรีวิวเพิ่มเติมที่ รีวิว
หนองคาย 7 สถานที่ตามรอยตำนานพญานาค(ที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน)
https://pantip.com/topic/38040010
 

 
สอบถามข้อมูลได้ทาง ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย 
โทร 042 325 407  หรือ https://www.facebook.com/nongkhaitourist/

ติดตาม ความเป็นไปของหนองคายที่ เพจ Love nongkhai  
https://www.facebook.com/Lovenongkhal
***สงวนลิขสิทธิ์ภาพถ่าย และบทความ
ขออนุญาต ซื้อขายภาพ ที่
facebook: https://www.facebook.com/thapanun.mahisanun

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่