ผมกำลังเรียนป.โท เทอมแรก (ภาคปกติ) อยู่ที่คณะๆหนึ่งซึ่งเป็นที่เดียวกับตอนเรียนป.ตรี (เป็นคณะทางสายสุขภาพ) ครับ
แต่ปัจจุบันงานที่ผมทำกับสิ่งที่ผมเรียน มันช่างต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผมเรียนป.ตรีในคณะหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับตามตรงว่าผมไม่ได้ชอบมัน 100% แต่ก็ยังสามารถเรียนได้ในระดับที่โอเค
แต่ passion หนึ่งที่ผมมีมาตลอดคือ ดนตรี
หลังจากจบป.ตรี ผมตัดสินใจที่จะไม่ทำงานตรงสายกับที่เรียนจบมา
และเลือกที่จะลุยในในเส้นทางที่ผมชอบทันที คือ ทำฟรีแลนซ์เกี่ยวกับด้านดนตรี
ซึ่งผลลัพท์ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา คือ มันสำเร็จกว่าที่ผมคิดไว้ตอนแรกมากพอสมควร
ผมมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มี contact กับลูกค้ารายเล็กรายใหญ่มากมาย จนขึ้นเป็น top freelance ของเว็ปไซต์หนึ่ง
ขยายไปจนเปิดเพจรับงานเอง ทำให้มีงานในหลายช่องทาง
มีรายได้ที่สามารถเลี้ยงชีพได้อย่างสบาย และช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ แม้มันจะมีสวิงขึ้นลงบ้างตามวิถีของฟรีแลนซ์ก็ตาม
แต่เมื่อหลายเดือนก่อนผมตัดสินใจ สมัครเข้าเรียนป.โท ภาควิชาเดิมที่จบมา
ด้วยความรู้สึกที่ว่า "เราต่อยอดความรู้ที่เราเคยเรียนมานี่แหละ เชื่อว่าวันนึงอาจจะได้ใช้ประโยชน์ ถ้ากลับไปทำงานในสายที่จบมา"
แต่นั่นแหละครับ เมื่อหลายเดือนที่แล้วตอนตัดสินใจเรียนต่อ กลับ ณ ตอนนี้หลายๆอย่างมันเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก
ทั้งความเติบโตของงานที่ผมทำ จากที่เคยมีลูกค้าไม่มาก (เคยแอบคิดว่าฟรีแลนซ์มันจะมั่งคงจริงๆเหรอ เราคงทำได้แปปเดียวแหละ)
จนปัจจุบันกลับกลายเป็นว่ามีลูกค้าในระดับที่เรียกว่าทำงานกันจนหัวหมุน ทำให้มีช่องทางและโอกาสในการต่อยอดงานของตัวเองได้ และคิดว่ามันทำเป็นอาชีพได้จริงๆ
ในส่วนของความรู้สึกที่มีต่อสายวิชาชีพที่จบ ต้องยอมรับว่า จากที่ไม่ได้ชอบมันแบบ 100% อยู่แล้ว
ความรู้สึกตอนนี้เหมือนยิ่งห่างเหิน 555 ผมพยายามจะรู้สึกชอบมันอีกครั้ง แต่นั้นแหละครับ ทุกครั้งที่ไปเรียน มันจะเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองตลอดว่า
" เฮ้ย นี่มันใช่ที่ของเรา ใช่ชีวิตที่เราต้องการจริงๆรึป่าว ? "
" แน่ใจเหรอว่า จบไปแล้วจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาจริงๆ ? "
" เราไม่ได้กำลังหลอกตัวเองอยู่ใช่มั้ย ? "
ณ ตอนนี้ ผมแทบมองไม่เห็นภาพของตัวเองว่า "เราต้องการอะไรจากการเรียนที่นี่" "อะไรคือสิ่งที่สนใจในสาขาวิชานี้"
"วิทยานิพนธ์ที่เราอยากทำจริงๆ (แบบที่ไม่ใช่แค่ทำเพื่อให้จบๆไป) คืออะไร"
เรื่องของค่าใช้จ่ายในการเรียน ซึ่งผมรับผิดชอบเองทั้งหมด
มันเกิดความคิดที่ค่อนข้างย้อนแย้งกับตัวเองคือ การที่เราเอาเงินมาเรียนมันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆเหรอ
เงินจำนวนขนาดนี้จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราเอาไปต่อยอดธุรกิจของตัวเอง และ เอามา support ครอบครัวให้มากขึ้น
ในเรื่องการแบ่งเวลา สำหรับท่านที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยน่าจะเข้าใจกันดีว่า ทรหดแค่ไหน
และด้วยงานของผมที่เป็นงาน creative ที่ต้อง create งานใหม่ๆตลอดเวลา ยิ่งต้องใช้พลังงานสมองมาก
งานที่ทำ กับ วิชาที่เรียน ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง ทำให้เหมือนต้องสลับโหมดตัวเองอยู่ตลอดเวลา
บางครั้งทั้งงานและการเรียนที่ชนกัน ก็ส่งผลต่อสุขภาพ การพักผ่อน และความคิดอ่านต่างๆ
ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง รับงานได้น้อยลง ทั้งๆที่เคยคิดว่า เราจะบาลานซ์ทั้งสองสิ่งไปด้วยกัน
แต่กลับกลายเป็นว่า ทำได้ไม่เต็มที่ทั้งสองอย่าง
ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกผิดกับตัวเองเหมือนกัน
แต่อีก conflict นึงที่ทำให้ยังไม่ได้ตัดสินใจ คือ เรื่องของคนอื่นๆที่มองเข้ามา
ซึ่งจุดนึงที่ผมโชคดีคือครอบครัวของผม ท่านไม่เคยบังคับเลยว่าผมต้องทำอะไร
กลับสนับสนุนด้วยซ้ำที่ผมริเริ่มทำงานของตัวเองได้ประสบความสำเร็จระดับนึง และแบ่งเบาภาระครอบครัวได้
แต่สิ่งที่ผมไม่ต้องการ คือ ไม่อยากให้พวกท่านต้องมาตอบคำถามเดิมๆจากคนอื่นๆที่ว่า
"ทำลูกคุณเลิกเรียนป.โท" "ทำไม่ลูกคุณไม่ทำงานประจำ"
'ลูกคุณลาออกป.โท มาแล้วจะทำงานที่ไหน" "ทำไมลูกคุณทำงานนี้ มันมั่นคงเหรอ"
ซึ่งผมก็เข้าใจว่าผู้ใหญ่บางท่านอาจจะหวังดี แต่ในความจริงผมก็ยังคิดว่า เส้นทางในชีวิตของเราแต่ละคนมันต่างกัน
ถ้าเราทำได้ดีในสิ่งที่เราเลือก แม้มันจะไม่ใช่เส้นทางแบบทั่วๆไป มันก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอที่จะพัฒนามันต่อไปให้ดียิ่งขึ้น
ตอนนี้ผมเริ่มเรียนมาได้ 2 เดือนครับ แต่ความรู้สึก และ คำถามหลายๆอย่างเกิดขึ้นแทบทุกวัน
จนมีความคิดที่ว่าจะตัดสินใจลาออก หรือ พักการศึกษาไว้ก่อนหลังจากจบเทอมนี้ เพื่อให้เวลาตัวเองได้ตัดสินใจ
แล้วกลับมาทำงานฟรีแลนซ์ของตัวเองให้เต็มที่ และทำให้มันเติบโตต่อไปให้ได้
รวมทั้งมี plan ที่อยากจะเรียนป.โทในสายที่ตัวเองสนใจจริงๆ นั้นคือ MBA เพื่อนำไปต่อยอดงานและธุรกิจของตัวเอง
เลยอยากขอแบ่งปันประสบการณ์และคำแนะนำจากทุกท่านว่าผมควรตัดสินใจลาออกดีมั้ย หรือ เรียนต่อไปให้จบดีครับ ?
ขอบคุณล่วงหน้าที่พี่ๆน้องๆมาแชร์ประสบการณ์และให้คำแนะนำกันนะครับ
เมื่องานที่ทำ กับ สิ่งที่เรียน(ป.โท)ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทางแยกที่อาจต้องเลือก ?
แต่ปัจจุบันงานที่ผมทำกับสิ่งที่ผมเรียน มันช่างต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผมเรียนป.ตรีในคณะหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับตามตรงว่าผมไม่ได้ชอบมัน 100% แต่ก็ยังสามารถเรียนได้ในระดับที่โอเค
แต่ passion หนึ่งที่ผมมีมาตลอดคือ ดนตรี
หลังจากจบป.ตรี ผมตัดสินใจที่จะไม่ทำงานตรงสายกับที่เรียนจบมา
และเลือกที่จะลุยในในเส้นทางที่ผมชอบทันที คือ ทำฟรีแลนซ์เกี่ยวกับด้านดนตรี
ซึ่งผลลัพท์ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา คือ มันสำเร็จกว่าที่ผมคิดไว้ตอนแรกมากพอสมควร
ผมมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มี contact กับลูกค้ารายเล็กรายใหญ่มากมาย จนขึ้นเป็น top freelance ของเว็ปไซต์หนึ่ง
ขยายไปจนเปิดเพจรับงานเอง ทำให้มีงานในหลายช่องทาง
มีรายได้ที่สามารถเลี้ยงชีพได้อย่างสบาย และช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ แม้มันจะมีสวิงขึ้นลงบ้างตามวิถีของฟรีแลนซ์ก็ตาม
แต่เมื่อหลายเดือนก่อนผมตัดสินใจ สมัครเข้าเรียนป.โท ภาควิชาเดิมที่จบมา
ด้วยความรู้สึกที่ว่า "เราต่อยอดความรู้ที่เราเคยเรียนมานี่แหละ เชื่อว่าวันนึงอาจจะได้ใช้ประโยชน์ ถ้ากลับไปทำงานในสายที่จบมา"
แต่นั่นแหละครับ เมื่อหลายเดือนที่แล้วตอนตัดสินใจเรียนต่อ กลับ ณ ตอนนี้หลายๆอย่างมันเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก
ทั้งความเติบโตของงานที่ผมทำ จากที่เคยมีลูกค้าไม่มาก (เคยแอบคิดว่าฟรีแลนซ์มันจะมั่งคงจริงๆเหรอ เราคงทำได้แปปเดียวแหละ)
จนปัจจุบันกลับกลายเป็นว่ามีลูกค้าในระดับที่เรียกว่าทำงานกันจนหัวหมุน ทำให้มีช่องทางและโอกาสในการต่อยอดงานของตัวเองได้ และคิดว่ามันทำเป็นอาชีพได้จริงๆ
ในส่วนของความรู้สึกที่มีต่อสายวิชาชีพที่จบ ต้องยอมรับว่า จากที่ไม่ได้ชอบมันแบบ 100% อยู่แล้ว
ความรู้สึกตอนนี้เหมือนยิ่งห่างเหิน 555 ผมพยายามจะรู้สึกชอบมันอีกครั้ง แต่นั้นแหละครับ ทุกครั้งที่ไปเรียน มันจะเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองตลอดว่า
" เฮ้ย นี่มันใช่ที่ของเรา ใช่ชีวิตที่เราต้องการจริงๆรึป่าว ? "
" แน่ใจเหรอว่า จบไปแล้วจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาจริงๆ ? "
" เราไม่ได้กำลังหลอกตัวเองอยู่ใช่มั้ย ? "
ณ ตอนนี้ ผมแทบมองไม่เห็นภาพของตัวเองว่า "เราต้องการอะไรจากการเรียนที่นี่" "อะไรคือสิ่งที่สนใจในสาขาวิชานี้"
"วิทยานิพนธ์ที่เราอยากทำจริงๆ (แบบที่ไม่ใช่แค่ทำเพื่อให้จบๆไป) คืออะไร"
เรื่องของค่าใช้จ่ายในการเรียน ซึ่งผมรับผิดชอบเองทั้งหมด
มันเกิดความคิดที่ค่อนข้างย้อนแย้งกับตัวเองคือ การที่เราเอาเงินมาเรียนมันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆเหรอ
เงินจำนวนขนาดนี้จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราเอาไปต่อยอดธุรกิจของตัวเอง และ เอามา support ครอบครัวให้มากขึ้น
ในเรื่องการแบ่งเวลา สำหรับท่านที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยน่าจะเข้าใจกันดีว่า ทรหดแค่ไหน
และด้วยงานของผมที่เป็นงาน creative ที่ต้อง create งานใหม่ๆตลอดเวลา ยิ่งต้องใช้พลังงานสมองมาก
งานที่ทำ กับ วิชาที่เรียน ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง ทำให้เหมือนต้องสลับโหมดตัวเองอยู่ตลอดเวลา
บางครั้งทั้งงานและการเรียนที่ชนกัน ก็ส่งผลต่อสุขภาพ การพักผ่อน และความคิดอ่านต่างๆ
ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง รับงานได้น้อยลง ทั้งๆที่เคยคิดว่า เราจะบาลานซ์ทั้งสองสิ่งไปด้วยกัน
แต่กลับกลายเป็นว่า ทำได้ไม่เต็มที่ทั้งสองอย่าง
ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกผิดกับตัวเองเหมือนกัน
แต่อีก conflict นึงที่ทำให้ยังไม่ได้ตัดสินใจ คือ เรื่องของคนอื่นๆที่มองเข้ามา
ซึ่งจุดนึงที่ผมโชคดีคือครอบครัวของผม ท่านไม่เคยบังคับเลยว่าผมต้องทำอะไร
กลับสนับสนุนด้วยซ้ำที่ผมริเริ่มทำงานของตัวเองได้ประสบความสำเร็จระดับนึง และแบ่งเบาภาระครอบครัวได้
แต่สิ่งที่ผมไม่ต้องการ คือ ไม่อยากให้พวกท่านต้องมาตอบคำถามเดิมๆจากคนอื่นๆที่ว่า
"ทำลูกคุณเลิกเรียนป.โท" "ทำไม่ลูกคุณไม่ทำงานประจำ"
'ลูกคุณลาออกป.โท มาแล้วจะทำงานที่ไหน" "ทำไมลูกคุณทำงานนี้ มันมั่นคงเหรอ"
ซึ่งผมก็เข้าใจว่าผู้ใหญ่บางท่านอาจจะหวังดี แต่ในความจริงผมก็ยังคิดว่า เส้นทางในชีวิตของเราแต่ละคนมันต่างกัน
ถ้าเราทำได้ดีในสิ่งที่เราเลือก แม้มันจะไม่ใช่เส้นทางแบบทั่วๆไป มันก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอที่จะพัฒนามันต่อไปให้ดียิ่งขึ้น
ตอนนี้ผมเริ่มเรียนมาได้ 2 เดือนครับ แต่ความรู้สึก และ คำถามหลายๆอย่างเกิดขึ้นแทบทุกวัน
จนมีความคิดที่ว่าจะตัดสินใจลาออก หรือ พักการศึกษาไว้ก่อนหลังจากจบเทอมนี้ เพื่อให้เวลาตัวเองได้ตัดสินใจ
แล้วกลับมาทำงานฟรีแลนซ์ของตัวเองให้เต็มที่ และทำให้มันเติบโตต่อไปให้ได้
รวมทั้งมี plan ที่อยากจะเรียนป.โทในสายที่ตัวเองสนใจจริงๆ นั้นคือ MBA เพื่อนำไปต่อยอดงานและธุรกิจของตัวเอง
เลยอยากขอแบ่งปันประสบการณ์และคำแนะนำจากทุกท่านว่าผมควรตัดสินใจลาออกดีมั้ย หรือ เรียนต่อไปให้จบดีครับ ?
ขอบคุณล่วงหน้าที่พี่ๆน้องๆมาแชร์ประสบการณ์และให้คำแนะนำกันนะครับ