โนอาห์ 63 ตอนที่ 2

กระทู้สนทนา
            ระหว่างทานอาหารเช้า สองพี่น้องประเคนคำถามมากมายเกี่ยวกับดาวที่โรส วาโนเลสอยู่เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
อาทิเช่นภูมิอากาศและวัฒนธรรม
น่าแปลกที่มีอะไรหลายอย่างคล้ายกับโลกอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะมีดาวอื่นที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่แต่พวกมันมีเอกลักษณ์ของตัวเองแทบไม่ซ้ำกัน
จะเหมือนกันก็ไม่เหมือนมากขนาดนี้

 

            “คุณบอกว่าประวัติศาสตร์บนดาวของคุณมีแค่พันปีหรือ
สั้นผิดปกติ...” นพรัตน์คุยกับโรสขณะล้างจาน ส่วนณัฐกานต์รีบกลับไปดูการทดลองต่อ
“ไม่มีพวกอารยะธรรมก่อนประวัติศาสตร์บ้างหรือ อย่างรูปในผนังถ้ำหรือเครื่องมือเก่าแก่”

 

            “มีแต่ซากยานยุคดึกดำบรรพ์กับป่าดิบในนัสที่ร่ำลือว่ามีสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่ก่อนมนุษย์อย่างพวกเรา”
โรสตอบ

 

            “ยานน่ะหรือของก่อนยุคประวัติศาสตร์
น่าสนใจ พวกคุณอาจอพยพมาจากดาวดวงอื่น...แต่ตั้งพันปี” นพรัตน์คิดถึงโปรเจ็คโนอาห์
แต่มันย้อนไปแค่ไม่กี่สิบปีเท่านั้น

 

            “ใช่แล้ว
บันทึกเก่าแก่บอกว่าพวกเราอพยพมาตั้งรกรากที่มิลค์เวย์
เทพเจ้าผู้สร้างกับพรรคพวกอีกแปดคนหว่านโปรยเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตบนดาวให้เติบโตขึ้นมา
แล้วเทพเจ้าผู้สร้างก็หลับใหลอยู่ในป่าที่นัสโดยมีสัตว์ร้ายเป็นผู้พิทักษ์”

 

            “ในนั้นบอกหรือเปล่าว่ามาจากที่ไหน”
นพรัตน์เช็ดมือกับผ้าข้างๆ คิ้วชนเข้าหากันอย่างครุ่นคิด “คารม่า
ฉันขอบันทึกการสร้างอาณานิคมของโลกบนดาวอื่นได้ไหม ของเมื่อพันปีก่อน...ส่วนโรส
ขอผมดูรูปแบบเมืองของพวกคุณได้ไหม เดี๋ยวผมไปหากระดาษกับปากกามาให้”

 

            “ไม่ต้องใช้กระดาษก็ได้
รอเดี๋ยวนะ”

 

            หญิงสาวเริ่มร้องเพลงท่ามกลางความงุนงงของเจ้าของบ้าน
สายลมอ่อนๆกับประจุไฟฟ้าในอากาศพลุ่งพล่านอย่างผิดธรรมชาติ
แสงจากมือของหญิงสาวเรียงตัวกันตรงหน้า
เมล็ดฝุ่นในอากาศฟังคำร้องของเธอแล้วเริ่มก่อตัวขึ้น อาคารทรงหกเหลี่ยมเล็กๆเหมือนภาพโฮโลแกรมปรากฏเบื้องหน้าพวกเขาทั้งคู่ทีละหลัง
สูงบ้างต่ำบ้างเรียงราย มองเห็นรายละเอียดเป็นสวนต้นไม้เล็กๆคั่นกลางกลุ่มตึกสีเงิน

 

            “ทำได้ยังไง”
คุณเจ้าของบ้านกล่าวด้วยความประหลาดใจ

 

            เมืองบนดาวของเธอหน้าตาเหมือนกับเมืองที่เจริญแล้วของดาวโลก
อาคารทรงหกเหลี่ยมปลายมนสูงๆต่ำๆเป็นกระจุก
ต้นไม้รายรอบแสดงถึงความสมดุลระหว่างสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ
มีมุมหนึ่งเป็นเส้นสายเหมือนแม่น้ำ
ภาพโฮโลแกรมจากสิ่งเหมือนเวทมนตร์ของหล่อนสร้างความน่าสนใจไม่หยุดหย่อนแก่นพรัตน์
แต่มีบางอย่างสะกิดใจเขา

 

            “พวกคุณไม่ได้อยู่ในครอบแก้วหรืออะไรทำนองนั้นหรือ”
นพรัตน์เกาคาง
การไปตั้งรกรากบนดวงดาวจำเป็นต้องสร้างพื้นที่ปิดเพื่อควบคุมสภาพอากาศให้เหมาะกับการดำรงชีวิต
อย่างที่ดาวอังคารหรือดาวเสาร์ ภาพที่โรสสร้างขึ้นกลับไม่มีสิ่งนั้นให้เห็นเลย
หรือมันจะใหญ่จนเธอแสดงออกมาไม่หมด

 

            หญิงสาวส่ายหน้า
แสดงว่าไม่มี

 

            “คุณนพรัตน์
บันทึกเก่าที่สุดที่โลกสร้างอาณานิคมบนดาวอื่นคือเมื่อห้าสิบปีก่อนครับ”

 

            “อย่างนั้นพวกคุณคืออะไร
พวกคุณเกี่ยวข้องอะไรกับชาวโลกกันแน่...งานนี้ต้องเตรียมพร้อมกว่าที่เคย”นพรัตน์พูดกับตัวเอง
“คารม่าเรียกใช้อารยากับรถบ้านของคุณพ่อ งานนี้ต้องลงทุนให้หนัก”
นพรัตน์สั่งการสมองกลของบ้านอีกครั้ง...

 

 

            ขอกล่าวถึงอุปกรณ์แพ็คคู่ของศาสตราจารย์วัลลพที่ถูกสองพี่น้องหยุดใช้อารยาสมองกลอีกคนของบ้านที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลในการทดลอง
และควบคุมเครื่องจักรซับซ้อนต่างๆรวมไปถึงรถบ้านดัดแปลงที่บรรจุทุกสรรพสิ่งในการออกพื้นที่ทดลองเอาไว้ด้วย
สองพี่น้องส่งเธอไปที่ศูนย์ไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเพราะทางมหาวิทยาลัยต้องการทำการพัฒนาสมองกลระดับสูงที่เชื่อมต่อมนุษย์ในดาวใกล้เคียงเอาไว้ด้วยกัน
ส่วนรถบ้านขนอุปกรณ์ทดลองของพ่อนั้นก็ดูใหญ่เกินพอดีจนดูโอ้อวดหากนำไปใช้ในงานปกติ
กระนั้นนพรัตน์ก็ดูแลภายในให้ใหม่อยู่เสมอ เสียแค่ยังเป็นอุปกรณ์รุ่นเก่าอยู่ สองพี่น้องจึงต้องเปลี่ยนแปลงแค่พอให้มันทำการวิเคราะห์ระดับปานกลางได้

 

            “คิดยังไงถึงเรียกฉันกลับมาคะคุณนพรัตน์
คิดถึงหรือคะ” หุ่นยนต์รูปร่างเหมือนมนุษย์ในชุดยูนิฟอร์มสีขาวแถบฟ้าของมหาวิทยาลัยวางกระเป๋าเดินทางของเธอบนโต๊ะรับแขกเมื่อกลับถึงบ้านเดิม
เธอหมุนเส้นผมสีดำยาวพิจารณาดูนายน้อยทั้งสองคนที่ไม่ได้เจอกันเจ็ดปี “ไม่ได้เจอกัน
7 ปี 8 เดือน กับอีก 6 วันนะคะ คุณนพรัตน์ คุณณัฐกานต์...คารม่าด้วย”

 

            “สวัสดีอารยา
อย่าทำรุ่มร่ามกับแขกของเราล่ะ” สมองกลประจำบ้านเตือนความประพฤติหล่อนเหมือนเคย

 

            “รู้แล้วน่าตาแก่คารม่า”
หุ่นยนต์อารยาตอบอย่างไม่ชอบใจ

 

            เธอเดินพาร่างอรชรอ้อนแอ้นไปทักทายนพรัตน์ผู้เป็นตัวแทนของศาสตราจารย์วัลลพ
แล้วก็มาหยุดตรงหน้าณัฐกานต์ ดวงตาผลึกแก้วสีดำขุ่นของหล่อนมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
เธอยิ้มร่าแล้วเข้าสวมกอดน้องชายของบ้านอย่างรักใคร่พร้อมกับถูแก้มที่ทำจากซิลิโคนเหมือนผิวหนังมนุษย์เข้ากับแก้มของขาด้วย

 

            “โตขึ้นเยอะนะนัท ใช้ได้แล้วนะเรา”
อารยาพูดอย่างไม่สงวนท่าที แล้วจับมือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายมาซุกไว้ที่ร่องอกของตัวเอง
ณัฐกานต์ผู้ถูกหุ่นยนต์ลวนลามถึงกับอายม้วนถอยกรูดไปหลบหลังพี่ชาย “อะไรกัน
จำไม่ได้แล้วหรอที่ว่าพอเธอโตขึ้นเราจะแต่งงานกัน”

 

            “ไม่เอาน่าอารยา
เป็นงานเป็นการหน่อยได้ไหม อย่างน้อยก็ต่อหน้าฉัน”
นพรัตน์ปรามหุ่นอารยากับน้องชายที่กำลังเริ่มเล่นไล่จับกัน

 

            หุ่นยนต์หญิงชะงักแล้วทำทีสงบเสงี่ยมเป็นงานเป็นการตามคำสั่ง

 

            “โตขึ้นเหมือนกันนะคุณนพรัตน์
เกือบเหมือนคุณวัลลภเลย” 

 

            อารยากล่าวทักทายนพรัตน์
ก่อนถูกพาตัวไปยังรถบ้านสีขาวแบบที่ฝรั่งใช้กันเป็นปกติ ตัวรถสีขาวครีมทรงยาวเหมือนรถตู้ขนาดใหญ่ที่ฝุ่นจับเขรอะ
พี่ชายฝากน้องเคลื่อนย้ายมันออกมาจากโรงจอดรถชั้นใต้ดิน
รออารยาทำการอัพเดทเครื่องยนต์และคอมพิวเตอร์ของรถ

 

            “คู่หูของเธอไงอารยา
ฝุ่นจับไปหน่อยแต่โดยรวมแล้วยังใช้ได้ ตรวจสภาพทุกครึ่งปี
เดี๋ยวเราจะไปเดินทางไกลกัน ช่วยเตรียมระบบเรื่องการเดินรถกับพวกเครื่องจักรเบื้องต้นให้ด้วย”
พี่ชายของบ้านเคาะตัวรถเบาๆ

 

            “แล้วแขกที่คารม่าพูดถึงล่ะคะ”
อารยาง่วนอยู่กับการหยิบสายเชื่อมต่อออกมาจากกระเป๋าเดินทาง

 

            พี่ชายเห็นว่าได้เวลาแล้วจึงใช้นิ้วเคาะข้างรถเรียกโรสที่กำลังดูภายในรถออกมาพบอารยา
หุ่นยนต์หญิงกล่าวทักทายหญิงสาวจากต่างโลกแล้วหยุดนิ่งอยู่หลายวินาที

 

            “เรื่องนี้ไม่ได้โปรแกรมไว้ที่หน่วยความจำของฉันนี่คะ
ว่าคุณนพรัตน์ชอบทำเรื่องอย่างว่าเป็นกลุ่ม ข้อมูลใหม่เลยนะคะ”

 

            “เรื่องอย่างว่าอะไร
ฉันว่าแก้หน่วยประมวลผลของเธอไปหลายรอบแล้วนะอารยา เรื่องพูดจาสองแง่สองง่ามนี่น่ะ! รู้ไหมว่ามันเสียมารยาท และฉันไม่มีรสนิยมแบบนั้น!”
พี่ชายโวยขึ้นทันที

 

            “คุณวัลลภเคยบอกฉันค่ะ
ว่าท่านใส่นิสัยบางอย่างของฉันไว้ในลักษณะแบบเดียวกับสันดานในมนุษย์
ท่านบอกว่ามันจะไม่มีวันแก้ได้” หุ่นอารยายิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นนพรัตน์คำรามอย่างไม่ชอบใจ

 

            หุ่นยนต์หญิงเสียบปลายสายข้างหนึ่งลงบนช่องเสียบที่คอ
ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งนั้นเธอเปิดช่องเล็กๆข้างประตูออกแล้วเสียบมันเข้าไปอย่างไม่มีพิธีรีตอง
จากนั้นก็ยืนนิ่งเชื่อมต่อสมองกลเข้ากับรถเพื่อดำเนินการ

            “เธอเป็นหุ่นยนต์ของบ้านเรา
พ่อกับอาของพวกเราสร้างเธอขึ้นเอง” นพรัตน์แนะนำอารยากับโรส “ออกจะเพี้ยนอยู่บ้างแต่เรื่องประมวลผลข้อมูลยิบย่อยมาเป็นอันดับหนึ่ง
อาของเราเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์ด้านนี้”

 

            “ฉันได้ยินนะคะคุณนพรัตน์”
หุ่นอารยาแทรก นพรัตน์ถอนหายใจเบาๆด้วยความไม่ชอบใจที่ควบคุมหุ่นยนต์ของพ่อได้ไม่เต็มที่

 

            “เตรียมตู้เสบียงเรียบร้อยแล้วครับพี่นพ
ตามรายการที่สั่งเลย บางครั้งผมก็คิดนะว่าที่เก็บอาหารมันเล็กไป
น่าจะทำใหม่ได้แล้ว” ณัฐกานต์ออกความเห็นลอยๆหลังจากหนีอารยาไปตรวจคลังอาหารในรถ
“ถังแก๊สเปลี่ยนแล้ว เตาทำอาหารผมตรวจแล้ว ไม่มีข้อบกพร่อง”

 

            “ฉันอยากเล่นมุกนะคะคุณนพรัตน์”
หุ่นอารยาพูดอีกครั้ง “แต่การตรวจขั้นแรกเสร็จแล้วค่ะ
ฉันขอใส่ข้อมูลลงในแท็บเล็ตของคุณนพรัตน์ ขอยืมด้วยค่ะ” เธอยื่นมือมาทางนพรัตน์

 

            “ไม่เข้าใจพ่อจริงๆว่าจะใส่โปรแกรมการเล่นมุกทำซากอะไร”
นพรัตน์บ่นกับตัวเอง เขายื่นแท็บเล็ตให้หุ่นยนต์
“เราพร้อมเดินทางกันเมื่อไหร่น้องชาย”

 

            “เหลือตรวจสอบอุปกรณ์ในรถครั้งสุดท้ายแล้วก็พวกเสื้อผ้าของพวกเราครับพี่
อย่างช้าคงพรุ่งนี้เช้า” น้องชายตอบ
เขาไม่ค่อยชอบใจนักที่หุ่นอารยาชอบเล่นมุกเสี่ยวๆกับเขาประจำ

 

            “ส่วนการปรับปรุงรถอย่างช้าก็เย็นนี้ค่ะ
คุณนพรัตน์” หุ่นอารยาตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ต
ยังคงใส่ข้อมูลลงไปอย่างต่อเนื่อง พี่ชายกล่าวขอบคุณเบาๆ

 

            “อยากดูหนังไหมโรส
ไปด้วยกันเลยนัท...ส่วนที่นี่ก็ฝากด้วยนะอารยา”

 

            “ฉันอยากไปด้วยค่ะคุณนพรัตน์
ฉันอยากลองสวิงกิ้งมา...” หุ่นยนต์หญิงเล่นมุกใต้สะดืออย่างไม่สนหน้าอินหน้าพรหม

 

            “ฉันสั่งให้หยุดเล่นมุกต่ำๆพรรค์นั้น!” นพรัตน์ใช้เสียงดังจนเกือบเป็นตะคอก...

 
(มีต่อ)

 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่