ความจริงเคยเขียนกระทู้เกี่ยวกับละครไทยไปแล้วค่ะ แต่กระทู้ก่อนจะกล่าวถึงเรื่องพล๊อตของละครซะส่วนใหญ่ แต่ครั้งนี้อยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องเนื้อหาของละครและรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
โดยส่วนตัวเรา เราเติบโตมากับละครไทยค่ะ อย่างเช่นดาวพระศุกร์ นางสิบสอง บลาๆหลายเรื่อง เป็นเด็กยุค 90 คนนึงค่ะ แต่พอเราโตขึ้นได้เข้าถึงสื่อต่างๆมากขึ้น ยิ่งเฉพาะสมัยนี้เราเข้าถึงภาพยนตร์และหนังของต่างประเทศมากขึ้น จากนั้นเราก็ไม่ค่อยดูละครไทยอีกเลยค่ะ เนื่องจากเราเห็นว่าละครและบทของไทยค่อนข้างตื้นเขิน ไม่มีมิติ และนำเสนอในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ค่ะ
ในความคิดเห็นของเรา สื่อหรือละครค่อนข้างมีอิทธิพลกับคนดูมากค่ะ เนื่องจากแน่นอนคนเราไม่มีใครไม่เคยดูละคร แต่สิ่งที่อยากนำเสนอให้ละครไทยปรับปรุง คือละครสร้างสรรค์สังคมมากกว่าการสะท้อนสังคมค่ะ คือมุมมองเราโอเคค่ะสะท้อนสังคมมันทำให้เราเห็นด้านอื่นๆที่มีอยู่จริงในสังคม แต่สร้างสรรค์สังคมแบบที่ประมาณว่าการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง อย่างมีอารยธรรมมันเป็นยังไง เราไม่ค่อยเห็นนะคะ น้อยมากจริงๆ
ละครไทยส่วนใหญ่ถ้าเป็นละครแบบทั่วๆไป ตัวละครจะฟู่ฟ่ามากค่ะ แต่งตัวฟู่ฟ่า โอ่อ่า คนรวยก็รวยแบบเว่อวังกันไปเลยค่ะ (เหมือนปลูกฝังให้คนฟุ่มเฟือยทางอ้อม) ทั้งๆที่ในความจริงแล้วการร่ำรวยแบบไม่แสดงลักษณะฟุ่มเฟือยก็มีมากนะคะ อารมณ์ประมาณน้อยแต่มาก แล้วแฟชั่นบ้านเราบอกตรงๆค่ะว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะอากาศร้อนมากค่ะ พระเอกนางเอกบางเรื่องใส่เสื้อผ้าแขนยาวที่ดูหนา ประหนึ่งว่าอยู่แถบเวสเทิร์น
การปลูกฝังค่านิยมการโกหก รึไม่ยอมรับความจริง เราเห็นละครหลายๆเรื่อง เวลามีปัญหาเกิดขึ้น บทของตัวละครมักจะให้หลีกเลี่ยงการพูดความจริง การพูดความจริงไม่หมด ไม่กล้าเผชิญหน้าความเป็นจริง ยกตัวอย่างในบทละคร ถ้าคนในครอบครัวทำผิด คนในครอบครัวมักจะทำทุกวิถีทาง เพื่อในคนในครอบครัวพ้นผิด แม้การบิดเบือนความจริงหรือสิ่งใดๆก็ตาม ในที่นี้เรามองว่า มันเป็นอรรถรสของละครนะคะ แต่ถ้าละครส่วนใหญ่เล่นมุมนี้หมด เรามองว่ามันจะกลายเป็นตรรกะเพี้ยนๆที่ปลูกฝังคนไทยว่า มันเป็นเรื่องปกตินี่ ที่เราจะปกป้องคนที่เรารัก แม้ว่าจะต้องบิดเบือนความจริงก็ตาม เราอยากเห็นละครที่ปลูกฝังความรับผิดชอบให้คนมากกว่านี้ค่ะ ทำผิดคือยอมรับผิด
การขยี้ปมของตัวละคร อย่างเช่นปมเด็กกำพร้า ปมพ่อติดเหล้า แม่ขี้ยา เรามองว่านี่ก็เป็นอีกส่วนนึงที่ ละครไทยไม่ควรเอามุขเก่ามาขยี้ค่ะ มันไร้สาระมากเกินไป เด็กกำพร้าต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง มันน่าสงสาร เราว่าถ้าเราเห็นในละครบางเรื่องมันโอเคนะคะ แต่ละครส่วนใหญ่เวลามีเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กกำพร้า มักจะขยี้ปมนี้ให้ดูน่าสงสาร มันทำให้สร้างตรรกะที่ว่าเด็กกำพร้าคือเด็กน่าสงสาร ในความเป็นจริงเด็กกำพร้าน่าสงสารค่ะ แต่ทุกคนมีมือมีเท้าและมีชะตาชีวิตของตนเอง ดังนั้นเค้าจะต้องหาทางไปได้อยู่แล้ว ลองสังเกตหนังฝรั่งดีๆนะคะ เค้าไม่ค่อยมานั่งขยี้ปมพวกนี้ค่ะ เพราะมันไม่ค่อยสร้างสรรค์ในการนำเสนอความน่าสงสารพวกนี้ค่ะ
การนำเสนอบทการข่มขืน เราคิดว่าละครไทยหลายเรื่องนำเสนอเรื่องนี้บ่อยมากเลยค่ะ การที่พระเอกจาบจ้วงนางเอก แล้วสุดท้ายรักกัน ในความเป็นจริงกับละครมันต่างนะคะ อย่าบอกว่าคนดูก็ต้องแยกแยะให้ได้ จริงค่ะคนดูจะต้องแยกแยะให้ได้จริงๆค่ะ แต่พอดูละครไทยบ่อยขึ้น มันเริ่มเคยชินและกลายเป็นเรื่องปกติที่พระเอกล่วงเกินนางเอก แต่เดี๋ยวก็กลับมารักกัน ทั้งที่ในความเป็นจริง มันคือเรื่องของ sexual harassment การคุกคามทางเพศ ฉากที่ตัวละครผู้ชายแซวหญิง เรามองว่ามันเป็นอรรถรสของเรื่อง แต่การนำเสนอที่สร้างสรรค์กว่าอาจจะเป็นการปรับบทว่า ผู้ชายควรปฏิบัติต่อผู้หญิงอย่างไร
การนำเสนอเรื่องของการแย่งชิง ริษยา เรื่องราวความรักที่ซับซ้อน แย่งกันเพื่อผู้ชายคนเดียว เรามองว่ามันยังเป็นละครที่ดึงดูดผู้คนได้ดี เพราะว่ามันดูมีอะไร พร้อมๆไปกับการปลูกฝังค่านิยมการริษยา แย่งชิงให้กับคนดูและรู้สึกว่าการชนะคือการได้ครอบครองผู้ชายที่เราสนใจ ซึ่งมันค่อนข้างไร้สาระมากค่ะ และเป็นไปที่ละครกี่ช่องๆ ก็มีแต่เรื่องแบบนี้ เรามองว่าละครไทยไม่ควรขยี้เรื่องพวกนี้มากไปค่ะ มันไม่ได้สร้างสรรค์รึพัฒนาอะไรให้กับคนดูเลยค่ะ
การใส่กิมมิคเล็กๆให้กับละคร การปลูกฝังค่านิยมรักษ์โลก ไม่ฟุ่มเฟือยฟู่ฟ่า ซื่อสัตย์กับตัวเองและคนอื่น การปลูกฝังการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง การใช้คำพูดที่ดีในบทละคร ไม่ด่าทอ ค่านิยมการปฏิบัติของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เราสังเกตได้จากละครเกาหลีเก่าๆนั้น จะมีค่านิยมฝ่ายชายด่าทอฝ่ายหญิง แต่ปัจจุบันบทถูกปรับให้นำเสนอในด้านของผู้ชายควรเป็นสุภาพบุรุษและให้เกียรติฝ่ายหญิง เราว่ามันค่อนข้างจะใช้เวลาค่ะในการเปลี่ยนค่านิยม แต่มันจะค่อยๆถูกปลูกฝังในรุ่นต่อๆไปกับการสร้างค่านิยมใหม่ๆ
เราว่าบทละครของไทยควรพัฒนาให้มากขึ้นได้แล้วค่ะ และคนเขียนบทควรเขียนอะไรที่มันจรรโลงใจ มากกว่าบทตบตีแย่งชิงค่ะ ทั้งนี้กระทู้นี้เป็นมุมมองส่วนตัวนะคะ ยอมรับทุกความเห็นต่าง
เราอยากเห็นคนในประเทศเป็นแบบไหน ก็นำเสนอสิ่งนั้นออกมาให้เค้าเห็นบ่อยๆค่ะ มันจะกลายเป็นค่านิยมเอง และสิ่งที่เรานำเสนอออกมาบ่อยๆมันก็สะท้อนสิ่งที่เป็นของคนในประเทศค่ะ ถ้ายิ่งเราสะท้อนเรื่องราวของการตบตีแย่งชิงบ่อยๆ ก็นั่นล่ะค่ะ มันอาจแสดงให้เห็นถึงความหมกหมุ่นของคนส่วนใหญ่ ว่าสนใจเรื่องพวกนี้ ผู้จัดทำจึงชอบนำเสนอเรื่องพวกนี้เพราะถูกจริตคนไทย
ทั้งนี้ที่เขียนมาไม่ได้หมายความว่าละครไม่ควรมีบทพวกนี้นะคะ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของอรรถรสของละครรึซีรี่ย์ แต่เพราะละครไทยมักนำเสนอพล็อตเรื่องซ้ำๆ ไม่มีอะไรแตกต่าง ซีรี่ย์ฝรั่งก็มีบทนำเน่าพวกนี้นะคะ แต่มันไม่ได้ออกมาถี่ ไม่ได้ซ้ำซากจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ดูเหมือนบ้านเรา
แต่ทั้งนี้เราก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างจากช่องของ GMM ที่มีซีรี่ย์ใหม่ๆเรื่องน่าสนใจให้ดูมากขึ้น พล็อตเรื่องไม่ซ้ำซากวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องตบตี เรื่องของสามีภรรยา ถึงแม้ว่าจะมีบ้างแต่เราเลือกจะดูได้ค่ะ และกระจายบทตัวละครได้ดี เสียดายแต่ไม่ได้ขึ้นกับฟรีทีวี(3,7)นะคะ คือต้องขอโทษด้วยว่า ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าฟรีทีวีคือมีช่องไหนบ้าง เพราะคนเก่าๆส่วนใหญ่เค้ารู้จักแค่ 3,5,7 ซึ่งเปิดไปทีไร เจอเรื่องพล๊อตเดิมบ่อยๆจนรู้แนวหมดแล้วค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าละครไทยไม่ดีนะคะ แต่กระทู้นี้ที่จะสื่อคือเรื่องของการระวังเรื่องการเขียนบท เพราะว่าสิ่งที่สื่อออกมามันทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ ดังนั้นการเขียนบทจึงต้องระวัง
ละครไทยในปัจจุบัน
โดยส่วนตัวเรา เราเติบโตมากับละครไทยค่ะ อย่างเช่นดาวพระศุกร์ นางสิบสอง บลาๆหลายเรื่อง เป็นเด็กยุค 90 คนนึงค่ะ แต่พอเราโตขึ้นได้เข้าถึงสื่อต่างๆมากขึ้น ยิ่งเฉพาะสมัยนี้เราเข้าถึงภาพยนตร์และหนังของต่างประเทศมากขึ้น จากนั้นเราก็ไม่ค่อยดูละครไทยอีกเลยค่ะ เนื่องจากเราเห็นว่าละครและบทของไทยค่อนข้างตื้นเขิน ไม่มีมิติ และนำเสนอในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ค่ะ
ในความคิดเห็นของเรา สื่อหรือละครค่อนข้างมีอิทธิพลกับคนดูมากค่ะ เนื่องจากแน่นอนคนเราไม่มีใครไม่เคยดูละคร แต่สิ่งที่อยากนำเสนอให้ละครไทยปรับปรุง คือละครสร้างสรรค์สังคมมากกว่าการสะท้อนสังคมค่ะ คือมุมมองเราโอเคค่ะสะท้อนสังคมมันทำให้เราเห็นด้านอื่นๆที่มีอยู่จริงในสังคม แต่สร้างสรรค์สังคมแบบที่ประมาณว่าการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง อย่างมีอารยธรรมมันเป็นยังไง เราไม่ค่อยเห็นนะคะ น้อยมากจริงๆ
ละครไทยส่วนใหญ่ถ้าเป็นละครแบบทั่วๆไป ตัวละครจะฟู่ฟ่ามากค่ะ แต่งตัวฟู่ฟ่า โอ่อ่า คนรวยก็รวยแบบเว่อวังกันไปเลยค่ะ (เหมือนปลูกฝังให้คนฟุ่มเฟือยทางอ้อม) ทั้งๆที่ในความจริงแล้วการร่ำรวยแบบไม่แสดงลักษณะฟุ่มเฟือยก็มีมากนะคะ อารมณ์ประมาณน้อยแต่มาก แล้วแฟชั่นบ้านเราบอกตรงๆค่ะว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะอากาศร้อนมากค่ะ พระเอกนางเอกบางเรื่องใส่เสื้อผ้าแขนยาวที่ดูหนา ประหนึ่งว่าอยู่แถบเวสเทิร์น
การปลูกฝังค่านิยมการโกหก รึไม่ยอมรับความจริง เราเห็นละครหลายๆเรื่อง เวลามีปัญหาเกิดขึ้น บทของตัวละครมักจะให้หลีกเลี่ยงการพูดความจริง การพูดความจริงไม่หมด ไม่กล้าเผชิญหน้าความเป็นจริง ยกตัวอย่างในบทละคร ถ้าคนในครอบครัวทำผิด คนในครอบครัวมักจะทำทุกวิถีทาง เพื่อในคนในครอบครัวพ้นผิด แม้การบิดเบือนความจริงหรือสิ่งใดๆก็ตาม ในที่นี้เรามองว่า มันเป็นอรรถรสของละครนะคะ แต่ถ้าละครส่วนใหญ่เล่นมุมนี้หมด เรามองว่ามันจะกลายเป็นตรรกะเพี้ยนๆที่ปลูกฝังคนไทยว่า มันเป็นเรื่องปกตินี่ ที่เราจะปกป้องคนที่เรารัก แม้ว่าจะต้องบิดเบือนความจริงก็ตาม เราอยากเห็นละครที่ปลูกฝังความรับผิดชอบให้คนมากกว่านี้ค่ะ ทำผิดคือยอมรับผิด
การขยี้ปมของตัวละคร อย่างเช่นปมเด็กกำพร้า ปมพ่อติดเหล้า แม่ขี้ยา เรามองว่านี่ก็เป็นอีกส่วนนึงที่ ละครไทยไม่ควรเอามุขเก่ามาขยี้ค่ะ มันไร้สาระมากเกินไป เด็กกำพร้าต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง มันน่าสงสาร เราว่าถ้าเราเห็นในละครบางเรื่องมันโอเคนะคะ แต่ละครส่วนใหญ่เวลามีเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กกำพร้า มักจะขยี้ปมนี้ให้ดูน่าสงสาร มันทำให้สร้างตรรกะที่ว่าเด็กกำพร้าคือเด็กน่าสงสาร ในความเป็นจริงเด็กกำพร้าน่าสงสารค่ะ แต่ทุกคนมีมือมีเท้าและมีชะตาชีวิตของตนเอง ดังนั้นเค้าจะต้องหาทางไปได้อยู่แล้ว ลองสังเกตหนังฝรั่งดีๆนะคะ เค้าไม่ค่อยมานั่งขยี้ปมพวกนี้ค่ะ เพราะมันไม่ค่อยสร้างสรรค์ในการนำเสนอความน่าสงสารพวกนี้ค่ะ
การนำเสนอบทการข่มขืน เราคิดว่าละครไทยหลายเรื่องนำเสนอเรื่องนี้บ่อยมากเลยค่ะ การที่พระเอกจาบจ้วงนางเอก แล้วสุดท้ายรักกัน ในความเป็นจริงกับละครมันต่างนะคะ อย่าบอกว่าคนดูก็ต้องแยกแยะให้ได้ จริงค่ะคนดูจะต้องแยกแยะให้ได้จริงๆค่ะ แต่พอดูละครไทยบ่อยขึ้น มันเริ่มเคยชินและกลายเป็นเรื่องปกติที่พระเอกล่วงเกินนางเอก แต่เดี๋ยวก็กลับมารักกัน ทั้งที่ในความเป็นจริง มันคือเรื่องของ sexual harassment การคุกคามทางเพศ ฉากที่ตัวละครผู้ชายแซวหญิง เรามองว่ามันเป็นอรรถรสของเรื่อง แต่การนำเสนอที่สร้างสรรค์กว่าอาจจะเป็นการปรับบทว่า ผู้ชายควรปฏิบัติต่อผู้หญิงอย่างไร
การนำเสนอเรื่องของการแย่งชิง ริษยา เรื่องราวความรักที่ซับซ้อน แย่งกันเพื่อผู้ชายคนเดียว เรามองว่ามันยังเป็นละครที่ดึงดูดผู้คนได้ดี เพราะว่ามันดูมีอะไร พร้อมๆไปกับการปลูกฝังค่านิยมการริษยา แย่งชิงให้กับคนดูและรู้สึกว่าการชนะคือการได้ครอบครองผู้ชายที่เราสนใจ ซึ่งมันค่อนข้างไร้สาระมากค่ะ และเป็นไปที่ละครกี่ช่องๆ ก็มีแต่เรื่องแบบนี้ เรามองว่าละครไทยไม่ควรขยี้เรื่องพวกนี้มากไปค่ะ มันไม่ได้สร้างสรรค์รึพัฒนาอะไรให้กับคนดูเลยค่ะ
การใส่กิมมิคเล็กๆให้กับละคร การปลูกฝังค่านิยมรักษ์โลก ไม่ฟุ่มเฟือยฟู่ฟ่า ซื่อสัตย์กับตัวเองและคนอื่น การปลูกฝังการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง การใช้คำพูดที่ดีในบทละคร ไม่ด่าทอ ค่านิยมการปฏิบัติของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เราสังเกตได้จากละครเกาหลีเก่าๆนั้น จะมีค่านิยมฝ่ายชายด่าทอฝ่ายหญิง แต่ปัจจุบันบทถูกปรับให้นำเสนอในด้านของผู้ชายควรเป็นสุภาพบุรุษและให้เกียรติฝ่ายหญิง เราว่ามันค่อนข้างจะใช้เวลาค่ะในการเปลี่ยนค่านิยม แต่มันจะค่อยๆถูกปลูกฝังในรุ่นต่อๆไปกับการสร้างค่านิยมใหม่ๆ
เราว่าบทละครของไทยควรพัฒนาให้มากขึ้นได้แล้วค่ะ และคนเขียนบทควรเขียนอะไรที่มันจรรโลงใจ มากกว่าบทตบตีแย่งชิงค่ะ ทั้งนี้กระทู้นี้เป็นมุมมองส่วนตัวนะคะ ยอมรับทุกความเห็นต่าง
เราอยากเห็นคนในประเทศเป็นแบบไหน ก็นำเสนอสิ่งนั้นออกมาให้เค้าเห็นบ่อยๆค่ะ มันจะกลายเป็นค่านิยมเอง และสิ่งที่เรานำเสนอออกมาบ่อยๆมันก็สะท้อนสิ่งที่เป็นของคนในประเทศค่ะ ถ้ายิ่งเราสะท้อนเรื่องราวของการตบตีแย่งชิงบ่อยๆ ก็นั่นล่ะค่ะ มันอาจแสดงให้เห็นถึงความหมกหมุ่นของคนส่วนใหญ่ ว่าสนใจเรื่องพวกนี้ ผู้จัดทำจึงชอบนำเสนอเรื่องพวกนี้เพราะถูกจริตคนไทย
ทั้งนี้ที่เขียนมาไม่ได้หมายความว่าละครไม่ควรมีบทพวกนี้นะคะ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของอรรถรสของละครรึซีรี่ย์ แต่เพราะละครไทยมักนำเสนอพล็อตเรื่องซ้ำๆ ไม่มีอะไรแตกต่าง ซีรี่ย์ฝรั่งก็มีบทนำเน่าพวกนี้นะคะ แต่มันไม่ได้ออกมาถี่ ไม่ได้ซ้ำซากจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ดูเหมือนบ้านเรา
แต่ทั้งนี้เราก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างจากช่องของ GMM ที่มีซีรี่ย์ใหม่ๆเรื่องน่าสนใจให้ดูมากขึ้น พล็อตเรื่องไม่ซ้ำซากวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องตบตี เรื่องของสามีภรรยา ถึงแม้ว่าจะมีบ้างแต่เราเลือกจะดูได้ค่ะ และกระจายบทตัวละครได้ดี เสียดายแต่ไม่ได้ขึ้นกับฟรีทีวี(3,7)นะคะ คือต้องขอโทษด้วยว่า ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าฟรีทีวีคือมีช่องไหนบ้าง เพราะคนเก่าๆส่วนใหญ่เค้ารู้จักแค่ 3,5,7 ซึ่งเปิดไปทีไร เจอเรื่องพล๊อตเดิมบ่อยๆจนรู้แนวหมดแล้วค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าละครไทยไม่ดีนะคะ แต่กระทู้นี้ที่จะสื่อคือเรื่องของการระวังเรื่องการเขียนบท เพราะว่าสิ่งที่สื่อออกมามันทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ ดังนั้นการเขียนบทจึงต้องระวัง