EP 5 ก็ดีอย่างต่อเนื่อง จากที่หลังดู EP4 แล้วแอบคิดว่าจะมาทางเดียวกับเลือดค้นคนจางที่สนุกตอนเว้นตอน เว้นให้ตอนปิดสัปดาห์เป็นตอนสนุกเพื่อเลี้ยงกระแสให้คนพูดคุยกัน ซึ่งก็เป็นเหตุผลทางการตลาดที่เข้าใจได้ เพราะทำสนุกทุกตอนใครก็อยากทำ แต่มันยาก ก็มีบางตอนผ่อนบ้างด้วยเงื่อนไขงบประมาณ เวลา ไอเดียไม่พอ อะไรก็ว่าไป แต่ก็ผิดคาด EP5 เปิดสัปดาห์วันศุกน์ของรักฉุกเฉินถือว่าทำได้ดี
เปิดตอนมาแทบจะคล้ายตอนก่อนๆ ทานตะวันยังสับสนในหัวใจรัก เออ รักเป้งๆ แต่ทำไมมันน่ารักจังวะ ผู้หญิงคงชอบกัน
แต่ซีนแรกๆ ในตอนนี้เล่าอีกเรื่องคือนางเอกเปลี่ยนที่อยู่ละ ชีวิตตอนนี้มานอนโรงพยาบาล ทิ้งมือถือรูปจีบฉลามที่ทำให้หวั่นไหว แต่ก็ไม่ได้ เพราะมันกลายเป็นทิ้งรูปกับหมอเป้งด้วย ก็น่าสนใจ ถือเป็นลูกล่อลูกชนพอได้กับว่านางเอกมันจะยังไงกันแน่
นางเอกที่มีลักษณะแบบมีชายสองคน เลือกไม่ได้แบบนี้ ก็รู้สึกว่ามีความเยอะ แต่สำหรับผม รู้สึกว่าเข้าใจได้ เป็นภาวะสับสนทางความสัมพันธ์ที่นางเอกก็ค่อยๆ ไปสากให้ชัดแล้วจัดการประเด็นเหล่านั้น
ความสัมพันธ์ของนางเอกเอาจริงๆ ค่อนข้างยุ่งเหยิงซับซ้อน แต่หนังก็เล่ามาได้ดี คือทานตะวันในความสัมพันธ์ตอนนี้คือ 1 รักหมอเป้ง 2 แต่ดันไปเผลอใจรักฉลามมากกว่า 3 แต่ใจก็ยังเชื่อมั่นหนักแน่นในรักเดิม 4 แต่ก็รู้สึกน้อยใจที่ความสัมพันธ์กับหมอเป้งก็เหมือนมาถึงทางตันที่ไปสู่การมีครอบครัวไม่ได้ 5 พลันนั้นความวูบวาบของสายสัมพันธ์ใหม่ก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นไปอีก
ลักษณะมันเหมือนนางเอกจะเผลอใจ แต่เรื่องเล่าให้เป็นรักเชิงชู้สาวแบบที่คนยอมรับได้ (หรือเข้าใจได้แทน) ด้วยกลวิธีในการให้นางเอกรู้สึกผิด และพยายามต่อสู้กับความผิดบาปในใจที่เราจะเห็นแทบทุกซีนที่เจอ และมันไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงให้คนดูเห็นใจ แต่ก็มีฟังค์ชั่นให้คนดูขำขันในความ (ซึน) ปากไม่ตรงกับใจของทานตะวันต่อฉลามอีกด้วย
ถึงซีนทานตะวันกับหมอเป้ง ผมว่าซันนี่กับใหม่ เขารู้ทางกันดีมาก พาร์ทความสัมพันธ์ของทานตะวันกับฉลามมักจะเหมือนนิยายลูกกวาด ดูตลก (ซึ่งผมเฉยๆ พอดูได้ มีเซอร์วิส) แต่พาร์ทความสัมพันธ์ของทานละตัวกับหมอเป้งกลับเป็นรักจริงจัง จริงจังทั้งการเล่าวางบท วางกลวิธีบอกว่ารักกัน กับฉลามมันคือมองตาจับมือ แต่กับหมอเป้งมันซีเรียส ลึกซึ้งและจริงจังกว่ามาก มันคือการรอคอย การดีใจนะที่แกพูดตรงๆ ซึ่งผมขนลุกมาก โรแมนติกจริงจังมันต้องแบบนี้
ไดอะล๊อกในซีนนี้ยอดเยี่ยมเหมือนเช่นซีนรักตัดสินทุกซีนของจีดีเอชที่ทำได้ดีเสมอ
ชอบช๊อทกางแขนจะกอดแล้วเว้นไว้ให้คนดูลุ้นว่าหมอเป้งจะทำยังไง มันเหมือนแอบแกล้งคนดูให้คิดว่าหมอเป้งอาจไม่กอด แต่ก็กอด และรู้สึกอิ่มมากกับช๊อทนี้
จากนั้นบะหมี่เข้ามา ช๊อทน้องยกของมา กลิ่นเพื่อนสนิทมามาก มันคือกลิ่นเดียวกับพวกการ์ตูนญี่ปุ่นสไตล์อาดาจิ มิซึรุ ช่วงจีทีเอชตั้งไข่ด้วยหนังรักสไตล์เพื่อนสนิทนั้น เคยอ่านเจอจากสักที่ว่าผู้กำกับอย่างเอส - คมกฤษมีเอาการ์ตูนของอาดาจิมาคิดๆ ฟิลลิ่งแอบรัก บอกรักแบบไม่บอก ซีนนี้ดูง่ายๆ แต่ก็น่ารักดี
ซึ่งมันส่งผลไปซีนต่อไปด้วย
เพราะเป็นซีนบะหมี่ระบายอารมณ์ ร้องไห้ฟูมฟาย แล้วอยากชมบะหมี่ซีนนี้ที่เล่นคอมิดีแบบการ์ตูนได้ดีมาก เออ ต้องเล่นแบบนี้ เห็นสีสันของคาแลกเตอร์นี้ชัดกว่าตอนก่อนๆ เดิมทีซาวของตัวละครบะหมี่เด่นและน่าจดจำอยู่แล้ว แต่บทยังไม่ส่ง มาซีนนี้แอ็กติ้งฟูมฟายแบบการ์ตูนของต้าเหนิงทำได้ดีมาก (ตัวอย่างที่ไม่ดีคือฉลามซีนร้องไห้แบบเว่อร์ใน EP3 นะครับ อันนี้ออกคอมิดี้เกิน คือมันต้องร้องไห้แบบตัวละครในการ์ตูนวันพีชน่ะครับ คือหน้าตาตอนร้องดูตลก แต่ก็ดูน่าสงสารไปด้วย ซึ่งมันโคตรยากที่จะพอดี)
การแสดงของต้าเหนิงสามารถทำให้เราคนดูรู้สึกเข้าใจความบันเทิงที่ผู้สร้างต้องการนำเสนอชัดขึ้น คือมันก็เศร้าเห็นใจด้วย อยากเอาใจช่วยเพราะก็เป็นตัวละครที่สู้นะ รักหมอเป้งจริงนะ โกรธที่คนที่ตัวเองรักมีแฟนแล้ว การแสดงและทางเลือกที่พยายามทำงานเพื่อเอาชนะใจ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้มีซีนใกล้ชิด ทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวละครนี้น่าเอาใจช่วย และไม่รู้สึกแย่แม้ว่าแท้จริงแล้วการกระทำของบะหมี่คือเป็นชู้นะ (ซึ่งบะหมี่รุ้ว่ามีแฟนแล้วก็เสียใจ ไม่ได้จะแย้ง)
ซีนห้องน้ำระหว่างทานตะวันกับบะหมี่ ชอบ รู้สึกวางพล๊อตสถานการณ์มาได้น่าสนใจ และมอบคำตอบของซีนมาให้แบบมีชั้นเชิง ตลกมาก แอ็กติ้งการ์ตูนของบะหมี่ ช๊อทคิดในหัวน่ารักและสมบูรณ์มากๆ ถ้าการแสดงแบบเยอะๆ ของใหม่ดูโดดเด่นเป็นธรรมชาติแล้ว การแสดงของต้นเหนิงก็เป็นธรรมชาติที่ลงตัวแนบเนียนในกับแวดล้อมนั้น คือมันไม่สะดุดเลย แต่มีรายละเอียดที่ลงตัว รอยยิ้มแบบ เอ๋อ แต่ก็ไม่เกินเพราะมันยังเป็นบะหมี่ที่ห้าวนะ แต่ห้าวกับคนที่ห้าวได้ 555+ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่รู้สึกว่าฉลามควรแสดงให้เส้นใกล้ๆ กับบะหมี่น่าจะดี (แต่ตอนนี้ซีนฉลามอยู่กับหมอเป้งก็ดีมาก ฉลามไม่เลว แต่หมอเป้งดูอบอุ่นดี)
ซีนแอ็กชั่นท้ายเรื่องฉลามซัดหมอเป้ง ทานตะวันฉะฉลาม ซีนนี้ทำให้เห็นองค์ประกอบของตัวละครชัดยิ่งขึ้น ฉลามเป็นตัวแทนของความรู้สึก ความไร้เดียงสา แต่เพราะเป็นตัวแทนของสิ่งเหล่านี้จึงอ่อนแอ ช่วยคนพลาด ยังอ่อนหัด ไม่เข้าใจอีกด้าน ขณะที่หมอเป้งคือตัวแทนของเหตุผล ความสุขุม รับผิดชอบสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็เพราะมีคุณสมบัติเหล่านี้ เขาจึงเป็นคนเย็นชา ปิดกั้นที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
สิ่งตรงข้ามกันแบบนี้ เมื่อปะทะกันมันจึงเห็นได้ 2 มุมที่ขัดแย้งและคนดูได้รับความสนุกสนานที่ทั้ง 2 มุมนี้ปะทะสังสรรค์กัน
เป็นตอนที่แทบไม่มีพักมานึกๆ ดู เซอร์วิสวายหายไปแล้ว 55+ ไม่รู้ว่าเพราะไม่ใช่ทางหรือเปล่า แอบรู้สึกว่าท๊อปดูเสียแรงเกือบเกินเบอร์ แต่ดูตัวอย่างตอนต่อไป พอคาดเดาได้ว่ามันคงสมเหตุสมผลในตอนถัดไปนั่นเอง
รักฉุดใจ นายฉุกเฉิน EP 5 คืนฟอร์มสมบูรณ์ ไข่ย่อยในร่างหมอเป้ง อยากยกนิ้วให้บะหมี่ (ดูแล้วมาคุยกัน)
เปิดตอนมาแทบจะคล้ายตอนก่อนๆ ทานตะวันยังสับสนในหัวใจรัก เออ รักเป้งๆ แต่ทำไมมันน่ารักจังวะ ผู้หญิงคงชอบกัน
แต่ซีนแรกๆ ในตอนนี้เล่าอีกเรื่องคือนางเอกเปลี่ยนที่อยู่ละ ชีวิตตอนนี้มานอนโรงพยาบาล ทิ้งมือถือรูปจีบฉลามที่ทำให้หวั่นไหว แต่ก็ไม่ได้ เพราะมันกลายเป็นทิ้งรูปกับหมอเป้งด้วย ก็น่าสนใจ ถือเป็นลูกล่อลูกชนพอได้กับว่านางเอกมันจะยังไงกันแน่
นางเอกที่มีลักษณะแบบมีชายสองคน เลือกไม่ได้แบบนี้ ก็รู้สึกว่ามีความเยอะ แต่สำหรับผม รู้สึกว่าเข้าใจได้ เป็นภาวะสับสนทางความสัมพันธ์ที่นางเอกก็ค่อยๆ ไปสากให้ชัดแล้วจัดการประเด็นเหล่านั้น
ความสัมพันธ์ของนางเอกเอาจริงๆ ค่อนข้างยุ่งเหยิงซับซ้อน แต่หนังก็เล่ามาได้ดี คือทานตะวันในความสัมพันธ์ตอนนี้คือ 1 รักหมอเป้ง 2 แต่ดันไปเผลอใจรักฉลามมากกว่า 3 แต่ใจก็ยังเชื่อมั่นหนักแน่นในรักเดิม 4 แต่ก็รู้สึกน้อยใจที่ความสัมพันธ์กับหมอเป้งก็เหมือนมาถึงทางตันที่ไปสู่การมีครอบครัวไม่ได้ 5 พลันนั้นความวูบวาบของสายสัมพันธ์ใหม่ก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นไปอีก
ลักษณะมันเหมือนนางเอกจะเผลอใจ แต่เรื่องเล่าให้เป็นรักเชิงชู้สาวแบบที่คนยอมรับได้ (หรือเข้าใจได้แทน) ด้วยกลวิธีในการให้นางเอกรู้สึกผิด และพยายามต่อสู้กับความผิดบาปในใจที่เราจะเห็นแทบทุกซีนที่เจอ และมันไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงให้คนดูเห็นใจ แต่ก็มีฟังค์ชั่นให้คนดูขำขันในความ (ซึน) ปากไม่ตรงกับใจของทานตะวันต่อฉลามอีกด้วย
ถึงซีนทานตะวันกับหมอเป้ง ผมว่าซันนี่กับใหม่ เขารู้ทางกันดีมาก พาร์ทความสัมพันธ์ของทานตะวันกับฉลามมักจะเหมือนนิยายลูกกวาด ดูตลก (ซึ่งผมเฉยๆ พอดูได้ มีเซอร์วิส) แต่พาร์ทความสัมพันธ์ของทานละตัวกับหมอเป้งกลับเป็นรักจริงจัง จริงจังทั้งการเล่าวางบท วางกลวิธีบอกว่ารักกัน กับฉลามมันคือมองตาจับมือ แต่กับหมอเป้งมันซีเรียส ลึกซึ้งและจริงจังกว่ามาก มันคือการรอคอย การดีใจนะที่แกพูดตรงๆ ซึ่งผมขนลุกมาก โรแมนติกจริงจังมันต้องแบบนี้
ไดอะล๊อกในซีนนี้ยอดเยี่ยมเหมือนเช่นซีนรักตัดสินทุกซีนของจีดีเอชที่ทำได้ดีเสมอ
ชอบช๊อทกางแขนจะกอดแล้วเว้นไว้ให้คนดูลุ้นว่าหมอเป้งจะทำยังไง มันเหมือนแอบแกล้งคนดูให้คิดว่าหมอเป้งอาจไม่กอด แต่ก็กอด และรู้สึกอิ่มมากกับช๊อทนี้
จากนั้นบะหมี่เข้ามา ช๊อทน้องยกของมา กลิ่นเพื่อนสนิทมามาก มันคือกลิ่นเดียวกับพวกการ์ตูนญี่ปุ่นสไตล์อาดาจิ มิซึรุ ช่วงจีทีเอชตั้งไข่ด้วยหนังรักสไตล์เพื่อนสนิทนั้น เคยอ่านเจอจากสักที่ว่าผู้กำกับอย่างเอส - คมกฤษมีเอาการ์ตูนของอาดาจิมาคิดๆ ฟิลลิ่งแอบรัก บอกรักแบบไม่บอก ซีนนี้ดูง่ายๆ แต่ก็น่ารักดี
ซึ่งมันส่งผลไปซีนต่อไปด้วย
เพราะเป็นซีนบะหมี่ระบายอารมณ์ ร้องไห้ฟูมฟาย แล้วอยากชมบะหมี่ซีนนี้ที่เล่นคอมิดีแบบการ์ตูนได้ดีมาก เออ ต้องเล่นแบบนี้ เห็นสีสันของคาแลกเตอร์นี้ชัดกว่าตอนก่อนๆ เดิมทีซาวของตัวละครบะหมี่เด่นและน่าจดจำอยู่แล้ว แต่บทยังไม่ส่ง มาซีนนี้แอ็กติ้งฟูมฟายแบบการ์ตูนของต้าเหนิงทำได้ดีมาก (ตัวอย่างที่ไม่ดีคือฉลามซีนร้องไห้แบบเว่อร์ใน EP3 นะครับ อันนี้ออกคอมิดี้เกิน คือมันต้องร้องไห้แบบตัวละครในการ์ตูนวันพีชน่ะครับ คือหน้าตาตอนร้องดูตลก แต่ก็ดูน่าสงสารไปด้วย ซึ่งมันโคตรยากที่จะพอดี)
การแสดงของต้าเหนิงสามารถทำให้เราคนดูรู้สึกเข้าใจความบันเทิงที่ผู้สร้างต้องการนำเสนอชัดขึ้น คือมันก็เศร้าเห็นใจด้วย อยากเอาใจช่วยเพราะก็เป็นตัวละครที่สู้นะ รักหมอเป้งจริงนะ โกรธที่คนที่ตัวเองรักมีแฟนแล้ว การแสดงและทางเลือกที่พยายามทำงานเพื่อเอาชนะใจ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้มีซีนใกล้ชิด ทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวละครนี้น่าเอาใจช่วย และไม่รู้สึกแย่แม้ว่าแท้จริงแล้วการกระทำของบะหมี่คือเป็นชู้นะ (ซึ่งบะหมี่รุ้ว่ามีแฟนแล้วก็เสียใจ ไม่ได้จะแย้ง)
ซีนห้องน้ำระหว่างทานตะวันกับบะหมี่ ชอบ รู้สึกวางพล๊อตสถานการณ์มาได้น่าสนใจ และมอบคำตอบของซีนมาให้แบบมีชั้นเชิง ตลกมาก แอ็กติ้งการ์ตูนของบะหมี่ ช๊อทคิดในหัวน่ารักและสมบูรณ์มากๆ ถ้าการแสดงแบบเยอะๆ ของใหม่ดูโดดเด่นเป็นธรรมชาติแล้ว การแสดงของต้นเหนิงก็เป็นธรรมชาติที่ลงตัวแนบเนียนในกับแวดล้อมนั้น คือมันไม่สะดุดเลย แต่มีรายละเอียดที่ลงตัว รอยยิ้มแบบ เอ๋อ แต่ก็ไม่เกินเพราะมันยังเป็นบะหมี่ที่ห้าวนะ แต่ห้าวกับคนที่ห้าวได้ 555+ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่รู้สึกว่าฉลามควรแสดงให้เส้นใกล้ๆ กับบะหมี่น่าจะดี (แต่ตอนนี้ซีนฉลามอยู่กับหมอเป้งก็ดีมาก ฉลามไม่เลว แต่หมอเป้งดูอบอุ่นดี)
ซีนแอ็กชั่นท้ายเรื่องฉลามซัดหมอเป้ง ทานตะวันฉะฉลาม ซีนนี้ทำให้เห็นองค์ประกอบของตัวละครชัดยิ่งขึ้น ฉลามเป็นตัวแทนของความรู้สึก ความไร้เดียงสา แต่เพราะเป็นตัวแทนของสิ่งเหล่านี้จึงอ่อนแอ ช่วยคนพลาด ยังอ่อนหัด ไม่เข้าใจอีกด้าน ขณะที่หมอเป้งคือตัวแทนของเหตุผล ความสุขุม รับผิดชอบสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็เพราะมีคุณสมบัติเหล่านี้ เขาจึงเป็นคนเย็นชา ปิดกั้นที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
สิ่งตรงข้ามกันแบบนี้ เมื่อปะทะกันมันจึงเห็นได้ 2 มุมที่ขัดแย้งและคนดูได้รับความสนุกสนานที่ทั้ง 2 มุมนี้ปะทะสังสรรค์กัน
เป็นตอนที่แทบไม่มีพักมานึกๆ ดู เซอร์วิสวายหายไปแล้ว 55+ ไม่รู้ว่าเพราะไม่ใช่ทางหรือเปล่า แอบรู้สึกว่าท๊อปดูเสียแรงเกือบเกินเบอร์ แต่ดูตัวอย่างตอนต่อไป พอคาดเดาได้ว่ามันคงสมเหตุสมผลในตอนถัดไปนั่นเอง