คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
บุคคลที่มีความศรัทธาที่ประกอบไปด้วยปัญญา จะให้ผลเป็นความเลื่อมใส ตรงข้ามกับความงมงาย ที่ให้ผลเป็นความเศร้าหมอง
ชีวิตของเขาไม่เป็นหมัน หมายถึงความศรัทธาเลื่อมใสนั้นมีผล(อานิสงค์) แม้ว่าพระพุทธ์องค์จะปรินิพพานไปแล้ว
เหตุนั้นเพราะว่า
อัตตาภายนอกที่เป็นสรีระแม้จะเสื่อมไปแล้ว แต่อัตตาภายในหรือธรรมขันธ์ของพระองค์ ไม่ได้สูญตามไปด้วย
อัตตาภายนอกนั้นเป็นเบญจขันธ์ พระองค์ถือว่าเป็นอนัตตา เพราะพึ่งไม่ได้ แต่อัตตาภายในนั้นเป็นกายตรัสรู้ธรรมของพระองค์
ซึ่งหลุดออกไปจากภพสามแล้ว ซึ่งอยู่ในสภาพ นิจจัง สุขขัง อัตตา(ตัวตนที่แท้จริง)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
นันทกยักษ์ มีจิตประทุษร้ายต่อ พระสารีบุตรเถรเจ้า เขาถูกแผ่นดินสูบ พระเถระไม่ได้ยินดีให้นันทกยักษ์ถูกแผ่นดินสูบเลย เพราะท่านได้ตัดมูลเหตุที่ก่อให้เกิดความยินดียินร้ายแล้ว ถึงจะมีผู้ทำลายชีวิตของท่าน ท่านก็ไม่โกรธ แต่ที่นันทกยักษ์ถูกแผ่นดินสูบ เพราะอกุศลกรรมของเขาแรงกล้ามาก เพราะฉะนั้น การบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ไม่รู้จักยินดี ก็ไม่เป็นหมัน ยังมีอานิสงส์อยู่ เพราะกุศลกรรมเป็นของแรงกล้าเช่นกัน
ดังในสมัยของพระอัตถทัสสีพุทธเจ้า มียักษ์ตนหนึ่งเป็นยักษ์ชั้นต่ำ แต่มีจิตใจสูงส่ง เพราะมีจิตเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า อยากไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่ยังไม่มีโอกาส เพราะมีเทวดาและยักษ์ที่มีศักดิ์ใหญ่มากมาย แต่ยังปรารถนาที่จะฟังธรรม ยักษ์ตนนี้จึงได้แต่รอโอกาสที่จะไปกราบถวายบังคม รอไปหลายหมื่นปี จนพระบรม
ศาสดาเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ยักษ์ตนนี้เสียใจว่า ตัวเองบุญน้อย ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์แม้สักครั้งเดียว พระอัครสาวกชื่อว่า สาคระ เห็นยักษ์ตนนั้นกำลังเศร้าโศก จึงได้ปลอบโยนและเทศน์ให้ฟังว่า ผู้ใดพึงบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ดี พึงบูชาพระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาดของพระพุทธเจ้า แม้นิพพานแล้วก็ดี เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญมีผลมากเสมอกัน เพราะฉะนั้นท่านจงบูชาพระสถูปเจดีย์ของพระชินเจ้าเถิด
ยักษ์ฟังแล้ว เกิดแรงบันดาลใจ ได้แวะเวียนไปกราบไหว้พระเจดีย์ และทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เจริญพุทธานุสติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ทั้งวันและคืน ทำเช่นนั้นตลอด ๕ ปี ครั้นละจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดในสวรรค์เป็นเวลายาวนาน ในกัปที่ ๗๐๐ นับจากภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามเดียวกันถึง ๔ ครั้งว่า ภูริปัญญา สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ และตั้งแต่นั้นท่านไม่เคยไปเกิดเป็นยักษ์อีก ได้เวียนวนอยู่ในสุคติภูมิเพียงอย่างเดียว
นี่เป็นอานิสงส์ที่เกิดจากการบูชาพระพุทธเจ้า ซึ่งแม้จะดับขันธปรินิพพานไปแล้ว อานิสงส์แห่งความเลื่อมใสนั้น ก็ไม่ ลดน้อยถอยลงไป ผลนั้นยังส่งต่อมาถึงภพชาติสุดท้าย ทำให้ท่านได้ออกบวชและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
เพราะฉะนั้น ให้ทุกคนหมั่นทำใจให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และหาโอกาสไปนมัสการพระเจดีย์หรือพระสถูปต่างๆ ที่เนื่องด้วยพระพุทธเจ้า
ชีวิตของเขาไม่เป็นหมัน หมายถึงความศรัทธาเลื่อมใสนั้นมีผล(อานิสงค์) แม้ว่าพระพุทธ์องค์จะปรินิพพานไปแล้ว
เหตุนั้นเพราะว่า
อัตตาภายนอกที่เป็นสรีระแม้จะเสื่อมไปแล้ว แต่อัตตาภายในหรือธรรมขันธ์ของพระองค์ ไม่ได้สูญตามไปด้วย
อัตตาภายนอกนั้นเป็นเบญจขันธ์ พระองค์ถือว่าเป็นอนัตตา เพราะพึ่งไม่ได้ แต่อัตตาภายในนั้นเป็นกายตรัสรู้ธรรมของพระองค์
ซึ่งหลุดออกไปจากภพสามแล้ว ซึ่งอยู่ในสภาพ นิจจัง สุขขัง อัตตา(ตัวตนที่แท้จริง)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มีวาระพระบาลีใน ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน ว่า
"ผู้ใดพึงบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ดี
พึงบูชาพระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาดของพระพุทธเจ้าแม้นิพพานแล้วก็ดี
เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญก็มีผลมากเสมอกัน"
"ผู้ใดพึงบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ดี
พึงบูชาพระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาดของพระพุทธเจ้าแม้นิพพานแล้วก็ดี
เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญก็มีผลมากเสมอกัน"
นันทกยักษ์ มีจิตประทุษร้ายต่อ พระสารีบุตรเถรเจ้า เขาถูกแผ่นดินสูบ พระเถระไม่ได้ยินดีให้นันทกยักษ์ถูกแผ่นดินสูบเลย เพราะท่านได้ตัดมูลเหตุที่ก่อให้เกิดความยินดียินร้ายแล้ว ถึงจะมีผู้ทำลายชีวิตของท่าน ท่านก็ไม่โกรธ แต่ที่นันทกยักษ์ถูกแผ่นดินสูบ เพราะอกุศลกรรมของเขาแรงกล้ามาก เพราะฉะนั้น การบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ไม่รู้จักยินดี ก็ไม่เป็นหมัน ยังมีอานิสงส์อยู่ เพราะกุศลกรรมเป็นของแรงกล้าเช่นกัน
ดังในสมัยของพระอัตถทัสสีพุทธเจ้า มียักษ์ตนหนึ่งเป็นยักษ์ชั้นต่ำ แต่มีจิตใจสูงส่ง เพราะมีจิตเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า อยากไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่ยังไม่มีโอกาส เพราะมีเทวดาและยักษ์ที่มีศักดิ์ใหญ่มากมาย แต่ยังปรารถนาที่จะฟังธรรม ยักษ์ตนนี้จึงได้แต่รอโอกาสที่จะไปกราบถวายบังคม รอไปหลายหมื่นปี จนพระบรม
ศาสดาเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ยักษ์ตนนี้เสียใจว่า ตัวเองบุญน้อย ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์แม้สักครั้งเดียว พระอัครสาวกชื่อว่า สาคระ เห็นยักษ์ตนนั้นกำลังเศร้าโศก จึงได้ปลอบโยนและเทศน์ให้ฟังว่า ผู้ใดพึงบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ดี พึงบูชาพระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาดของพระพุทธเจ้า แม้นิพพานแล้วก็ดี เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญมีผลมากเสมอกัน เพราะฉะนั้นท่านจงบูชาพระสถูปเจดีย์ของพระชินเจ้าเถิด
ยักษ์ฟังแล้ว เกิดแรงบันดาลใจ ได้แวะเวียนไปกราบไหว้พระเจดีย์ และทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เจริญพุทธานุสติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ทั้งวันและคืน ทำเช่นนั้นตลอด ๕ ปี ครั้นละจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดในสวรรค์เป็นเวลายาวนาน ในกัปที่ ๗๐๐ นับจากภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามเดียวกันถึง ๔ ครั้งว่า ภูริปัญญา สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ และตั้งแต่นั้นท่านไม่เคยไปเกิดเป็นยักษ์อีก ได้เวียนวนอยู่ในสุคติภูมิเพียงอย่างเดียว
นี่เป็นอานิสงส์ที่เกิดจากการบูชาพระพุทธเจ้า ซึ่งแม้จะดับขันธปรินิพพานไปแล้ว อานิสงส์แห่งความเลื่อมใสนั้น ก็ไม่ ลดน้อยถอยลงไป ผลนั้นยังส่งต่อมาถึงภพชาติสุดท้าย ทำให้ท่านได้ออกบวชและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
เพราะฉะนั้น ให้ทุกคนหมั่นทำใจให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และหาโอกาสไปนมัสการพระเจดีย์หรือพระสถูปต่างๆ ที่เนื่องด้วยพระพุทธเจ้า
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คำว่าไม่เป็นหมันหมายความว่าอย่างไรครับ
และศีลของผู้ใดงดงาม เป็นที่สรรเสริญที่พอใจของพระอริยเจ้า
ความเลื่อมใสของผู้ใดมีในพระสงฆ์ และความเห็นของผู้ใดตรง
บัณฑิตกล่าวเรียกเขาผู้นั้นว่า “คนไม่จน”
ชีวิตของเขาไม่เป็นหมัน
จากข้อความดังกล่าวคำว่าไม่เป็นหมันในทีนี้หมายว่าอย่างไรท่านใดช่วยขยายให้ทีครัย