เราเป็นโรคซึมเศร้า !!!!!!!! มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับคนรอบข้างและตัวเราเอง แต่เราโชคดีตรงที่คนรอบข้างพยายามเข้าใจ พยายามอยู่เป็นกำลังใจ
พยายามดูแล เอาใจใส่ ไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว วันนี้คือวันครบรอบ1เดือนที่เราคิดอยากหายไปจากโลกนี้หรือจากไปแบบสงบโดยลืมนึกถึงคนข้างหลังที่เป็นห่วง รักเรา และหวังดีกับเรา เราไม่ได้อยากทำร้ายตัวเองแต่ .. เพราะเราไม่รู้ว่าการจากไปกับการอยู่ต่อบนโลกนี้อะไรมันเจ็บปวดน้อยกว่ากัน
เราเหนื่อยกับทุกปัญหาจากรอบข้าง ที่มาจากครอบครัวบ้าง สังคมบ้าง คนใกล้ตัวบ้าง ก่อนหน้าที่เราจะทำร้ายตัวเองแบบจริงจัง เราไม่เคยเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตให้ผู้ใหญ่ฟังเพราะเรากลัว .. กลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจละจะหายไปจากชีวิตเรา เราอายุยี่สิบกว่า เราเจอเรื่องสาหัสกับชีวิตของตัวเองมาเยอะมาก (เราขอไม่พูดถึงว่าเคยเกิดขึ้นอะไรกับเราบ้าง ) เพราะความหนักเบาของปัญหาที่แต่ละคนต้องพบเจอมันไม่เท่ากัน บางเรื่องของบางคนเป็นเรื่องเล็ก แต่บางเรื่องสำหรับบางคนคือเรื่องใหญ่ เราเคยสงสัยว่าชีวิตผู้ใหญ่จะขมแค่ไหน คำว่าขมของเราหมายถึง ความผิดหวัง ความเจ็บปวด มันจะเป็นแบบไหน? จนวันที่ได้เจอทุกอย่างกับตัวเองเลยทำให้เข้าใจ อาจจะยังไม่ได้เข้าใจในทุกๆเรื่องหรือทุกๆการตัดสินใจของผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรามันก็มีทั้งประสบการณ์ที่ดีและแย่พร้อมๆกัน เรื่องแย่ๆเรามักจะเก็บไว้เป็นบทเรียน เรื่องดีๆเราจะเก็บไว้เป็นของขวัญในชีวิต
แต่สิ่งที่อยากมาบอกคือ !!!!!!! ตอนนี้เรารักษาตัวอยู่ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินท์
ที่อยู่ : 23 ถนนพุทธมณฑลสาย4 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
( ทางเข้าจะมีป้ายของสถาบันสถาบันกัลยาณ์ราชนครินท์เขียนอยู่ อยู่ทางซ้ายมือ พยายามขับช้าๆคอยสังเกตดีๆ
เพราะทางเข้าก็ไม่ได้มีอะไรที่เป็นจุดเด่นมากนัก)
ชั่วโมงการให้บริการ : วันจันทร์ถึงวันศุกร์ 08.00 - 16.00 , 16.30 - 20.30น. / วันเสาร์กับวันอาทิตย์ไม่เปิดนะจ้า
เบอร์โทรศัพท์ : 02441 6100
ราคา : แล้วแต่ตัวยาที่จะได้ตามอาการที่เป็นกับค่าหมอ
* แต่ที่นี่ไม่แพงมาก เราไปรักษาและพูดคุยกับคุณหมอมาแล้วสองครั้ง เสียไปครั้งละ 200 กว่าบาทไม่ถึงสามร้อย *
ซึ่งคุณหมอให้คำปรึกษาได้ดี และการบริการที่นั้นมีคนคอยบอกว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างในจุดไหนได้ดี
เราไปแบบไม่ใช้บัตรสามสิบบาทเพราะเราเป็นหนักเกินกว่าจะมานั่งรอรพ.เดิมที่มีสิทธิ์ส่งตัวให้ เราเลยไปเอง
ตอนแรกคิดวว่าจะเสียเงินเยอะเพราะเราเองก็ยังไม่มีรายได้ ยังไม่ได้ทำงาน แต่พอไปจริงๆเราว่ามันดีมากและราคาเหมาะสมกับวัยเรียนอย่างเรา
ตอนเราไปเราเอาญาติคนสนิทไปด้วยเขาช่วยบอกอาการและพยายามสอบถามว่าต้องช่วยรักษายังไงบ้าง
เราไม่จำเป็นต้องเอาผู้ใหญ๋ไปด้วยแต่เราควรเอาคนที่รู้และอยากช่วยเหลือพาไปนั่งรับฟังสิ่งที่คุณหมอบอก หรือพี่สาวพี่ชายก็ได้
แต่ถ้าในมุมของเรา เอาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องไปก็จะดี เพราะความเป็นผู้ใหญ่เขาจะช่วยตัดสินใจกับเราได้มากกว่าในหลายๆเรื่อง
สิ่งที่หมอพูดกับเรานะ : คือเราอายุยี่สิบกว่าเองถือว่าน้อยมาก ยังเริ่มต้นใหม่ได้อีกเยอะ ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเจอเรื่องอะไรมาที่ทำให้เจ็บปวดก็ขอให้ปล่อยมันไป เราเข้าใจสิ่งที่หมอบอกนะ ( มันเหมือนกับการที่คนอื่นทำร้ายเราด้วยคำพูดหรือการกระทำได้ครั้งเดียว แต่เรากลับเอาสิ่งพวกนั้นมาแทงหัวใจตัวเองซ้ำๆ จมกับมัน ) หมอบอกให้เราหลีกเลี่ยงกับทุกปัญหาที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ หรือปัญหาที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ใหญ่ ขอให้เรานึกถึงหน้าที่ของตัวเองว่าสิ่งที่ตัวเองต้องทำคือตั้งใจเรียนให้จบ ทำให้ครอบครัว คนรอบข้างภูมิใจ ให้กำลังใจตัวเองมากๆ อย่าโทษตัวเองอีก แล้วหมอก็แนะนำให้คนรอบข้างเราที่รู้ว่าเราเป็นพยายามให้กำลังใจตัวเรามากๆ เพราะถึงบางทีการช่วยอะไรไม่ได้มากแต่การอยู่ข้างๆ แค่กอด แค่รับฟัง แค่ให้กำลังใจมันก็ดีมากพอสำหรับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าแล้วนะ
อาการที่เราเป็น : โทษตัวเองทุกเรื่องว่าตัวเราเป็นเรื่องแย่ๆ ทำร้ายตัวเอง ซึม เศร้า ร้องไห้ง่าย เครียด นอนไม่หลับ กินอาหารไม่ลง น้ำหนักเราภายในเดือนเดียวลดลงจาก55เหลือ50 เพราะเราไม่มีความอยากอาหารเลย เราเบื่อทุกอย่างรอบตัว มันไม่ใช่ว่าใครทำอะไรไม่ถูกใจเรานะ แต่มันคือความรู้สึกที่เห็นโลกเป็นสีเทาๆ เราไม่สนุกกับเรื่องที่เคยสนุก เราอยากจากไปเพราะคิดแค่ว่าการไม่มีเราอยู่อาจจะดีกว่าการยังมีชีวิตอยู่ เราอยู่คนเดียวไม่ได้เพราะสมองคิดด้านลบตลอดเวลา เราสู้กับความคิดตัวเองในทุกๆวันหรือแทบจะทุกเวลา เป็นจิตใต้สำนึกข้างในทั้งด้านดีและบวกที่ตีกันตลอดเวลา
หลังจากรักษา : เรารักษาตัวมาได้เดือนกว่าแล้ว ต้องรับประทานยาตามที่หมอสั่ง ตามเวลามันจะช่วยให้เราได้พักผ่อนมากขึ้น และช่วยให้สารในสมองปรับสมดุล แต่หมอบอกว่าถ้าการรักษาไม่ว่าจะด้วยวิธีกินยาหรือการพูดคุยกับหมอ แล้วยังอาการไม่ดีขึ้นก็ต้องมีการช๊อตไฟฟ้า ลองหาอ่านดูได้ตามอินเตอร์เน็ตนะว่าการรักษามีอะไรบ้าง มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ใครที่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นหรือรู้สึกว่าอาจจะเป็น สามารถทำแบบสอบถามดูตามเว็บไซต์ต่างๆหรือลองไปหาหมอให้หมอตรวจได้ฃ
เราขอเป็นกำลังใจให้คนที่ป่วยแบบเรา ขอพวกคุณให้มีรอยยิ้มมากกว่ารอยน้ำตา ขอให้คุณสู้ ขอให้คุณนึกถึงคนข้างหลังที่รักและจริงใจกับเรา อย่าลืมว่าตัวเรานั้นมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด เรามีเพลงที่อยากให้คนที่เป็นได้ฟัง 1. ตราบใดที่เธอยังมีชีวิตของน้อย 2.ยังยิ้มได้ของพลพล 3.หลับตาของน้องชูใจ 4.อย่าเสียใจคนเดียว 5.ทุกคนเคยร้องไห้ของป้าง เพลงพวกนี้มีความหมายที่ดีมากมันทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้เจอเรื่องแย่ๆบนโลกนี้คนเดียว เราขอบคุณทุกกำลังใจจากคนรอบข้างที่รับรู้ว่าเราเป็นแต่ไม่รังเกียจหรือตำหนิอะไร
ขอบคุณที่ไม่ซ้ำเติมเราขอบคุณที่ให้โอกาสเราขอบคุณที่บอกว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกันได้
โรคซึมเศร้าไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่การอยากมีตัวตนตลอดเวลา แต่มันเป็นโรคที่ต้องการกำลังใจมากๆ อย่าบั่นทอนจิตใจด้วยคำพูดแย่ๆเลย
ใช้ความเข้าใจในการช่วยอยู่เป็นเพื่อนหรืออยู่ข้างๆคนที่ป่วยเป็นโรคนี้กันดีกว่า
ขอบคุณที่อ่านบทความของเราจนจบ เราหวังว่าเรื่องของเราจะช่วยผู้อื่นได้บ้าง
โรคซึมเศร้า 2019
พยายามดูแล เอาใจใส่ ไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว วันนี้คือวันครบรอบ1เดือนที่เราคิดอยากหายไปจากโลกนี้หรือจากไปแบบสงบโดยลืมนึกถึงคนข้างหลังที่เป็นห่วง รักเรา และหวังดีกับเรา เราไม่ได้อยากทำร้ายตัวเองแต่ .. เพราะเราไม่รู้ว่าการจากไปกับการอยู่ต่อบนโลกนี้อะไรมันเจ็บปวดน้อยกว่ากัน
เราเหนื่อยกับทุกปัญหาจากรอบข้าง ที่มาจากครอบครัวบ้าง สังคมบ้าง คนใกล้ตัวบ้าง ก่อนหน้าที่เราจะทำร้ายตัวเองแบบจริงจัง เราไม่เคยเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตให้ผู้ใหญ่ฟังเพราะเรากลัว .. กลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจละจะหายไปจากชีวิตเรา เราอายุยี่สิบกว่า เราเจอเรื่องสาหัสกับชีวิตของตัวเองมาเยอะมาก (เราขอไม่พูดถึงว่าเคยเกิดขึ้นอะไรกับเราบ้าง ) เพราะความหนักเบาของปัญหาที่แต่ละคนต้องพบเจอมันไม่เท่ากัน บางเรื่องของบางคนเป็นเรื่องเล็ก แต่บางเรื่องสำหรับบางคนคือเรื่องใหญ่ เราเคยสงสัยว่าชีวิตผู้ใหญ่จะขมแค่ไหน คำว่าขมของเราหมายถึง ความผิดหวัง ความเจ็บปวด มันจะเป็นแบบไหน? จนวันที่ได้เจอทุกอย่างกับตัวเองเลยทำให้เข้าใจ อาจจะยังไม่ได้เข้าใจในทุกๆเรื่องหรือทุกๆการตัดสินใจของผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรามันก็มีทั้งประสบการณ์ที่ดีและแย่พร้อมๆกัน เรื่องแย่ๆเรามักจะเก็บไว้เป็นบทเรียน เรื่องดีๆเราจะเก็บไว้เป็นของขวัญในชีวิต
แต่สิ่งที่อยากมาบอกคือ !!!!!!! ตอนนี้เรารักษาตัวอยู่ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินท์
ที่อยู่ : 23 ถนนพุทธมณฑลสาย4 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
( ทางเข้าจะมีป้ายของสถาบันสถาบันกัลยาณ์ราชนครินท์เขียนอยู่ อยู่ทางซ้ายมือ พยายามขับช้าๆคอยสังเกตดีๆ
เพราะทางเข้าก็ไม่ได้มีอะไรที่เป็นจุดเด่นมากนัก)
ชั่วโมงการให้บริการ : วันจันทร์ถึงวันศุกร์ 08.00 - 16.00 , 16.30 - 20.30น. / วันเสาร์กับวันอาทิตย์ไม่เปิดนะจ้า
เบอร์โทรศัพท์ : 02441 6100
ราคา : แล้วแต่ตัวยาที่จะได้ตามอาการที่เป็นกับค่าหมอ
* แต่ที่นี่ไม่แพงมาก เราไปรักษาและพูดคุยกับคุณหมอมาแล้วสองครั้ง เสียไปครั้งละ 200 กว่าบาทไม่ถึงสามร้อย *
ซึ่งคุณหมอให้คำปรึกษาได้ดี และการบริการที่นั้นมีคนคอยบอกว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างในจุดไหนได้ดี
เราไปแบบไม่ใช้บัตรสามสิบบาทเพราะเราเป็นหนักเกินกว่าจะมานั่งรอรพ.เดิมที่มีสิทธิ์ส่งตัวให้ เราเลยไปเอง
ตอนแรกคิดวว่าจะเสียเงินเยอะเพราะเราเองก็ยังไม่มีรายได้ ยังไม่ได้ทำงาน แต่พอไปจริงๆเราว่ามันดีมากและราคาเหมาะสมกับวัยเรียนอย่างเรา
ตอนเราไปเราเอาญาติคนสนิทไปด้วยเขาช่วยบอกอาการและพยายามสอบถามว่าต้องช่วยรักษายังไงบ้าง
เราไม่จำเป็นต้องเอาผู้ใหญ๋ไปด้วยแต่เราควรเอาคนที่รู้และอยากช่วยเหลือพาไปนั่งรับฟังสิ่งที่คุณหมอบอก หรือพี่สาวพี่ชายก็ได้
แต่ถ้าในมุมของเรา เอาผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องไปก็จะดี เพราะความเป็นผู้ใหญ่เขาจะช่วยตัดสินใจกับเราได้มากกว่าในหลายๆเรื่อง
สิ่งที่หมอพูดกับเรานะ : คือเราอายุยี่สิบกว่าเองถือว่าน้อยมาก ยังเริ่มต้นใหม่ได้อีกเยอะ ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเจอเรื่องอะไรมาที่ทำให้เจ็บปวดก็ขอให้ปล่อยมันไป เราเข้าใจสิ่งที่หมอบอกนะ ( มันเหมือนกับการที่คนอื่นทำร้ายเราด้วยคำพูดหรือการกระทำได้ครั้งเดียว แต่เรากลับเอาสิ่งพวกนั้นมาแทงหัวใจตัวเองซ้ำๆ จมกับมัน ) หมอบอกให้เราหลีกเลี่ยงกับทุกปัญหาที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ หรือปัญหาที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ใหญ่ ขอให้เรานึกถึงหน้าที่ของตัวเองว่าสิ่งที่ตัวเองต้องทำคือตั้งใจเรียนให้จบ ทำให้ครอบครัว คนรอบข้างภูมิใจ ให้กำลังใจตัวเองมากๆ อย่าโทษตัวเองอีก แล้วหมอก็แนะนำให้คนรอบข้างเราที่รู้ว่าเราเป็นพยายามให้กำลังใจตัวเรามากๆ เพราะถึงบางทีการช่วยอะไรไม่ได้มากแต่การอยู่ข้างๆ แค่กอด แค่รับฟัง แค่ให้กำลังใจมันก็ดีมากพอสำหรับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าแล้วนะ
อาการที่เราเป็น : โทษตัวเองทุกเรื่องว่าตัวเราเป็นเรื่องแย่ๆ ทำร้ายตัวเอง ซึม เศร้า ร้องไห้ง่าย เครียด นอนไม่หลับ กินอาหารไม่ลง น้ำหนักเราภายในเดือนเดียวลดลงจาก55เหลือ50 เพราะเราไม่มีความอยากอาหารเลย เราเบื่อทุกอย่างรอบตัว มันไม่ใช่ว่าใครทำอะไรไม่ถูกใจเรานะ แต่มันคือความรู้สึกที่เห็นโลกเป็นสีเทาๆ เราไม่สนุกกับเรื่องที่เคยสนุก เราอยากจากไปเพราะคิดแค่ว่าการไม่มีเราอยู่อาจจะดีกว่าการยังมีชีวิตอยู่ เราอยู่คนเดียวไม่ได้เพราะสมองคิดด้านลบตลอดเวลา เราสู้กับความคิดตัวเองในทุกๆวันหรือแทบจะทุกเวลา เป็นจิตใต้สำนึกข้างในทั้งด้านดีและบวกที่ตีกันตลอดเวลา
หลังจากรักษา : เรารักษาตัวมาได้เดือนกว่าแล้ว ต้องรับประทานยาตามที่หมอสั่ง ตามเวลามันจะช่วยให้เราได้พักผ่อนมากขึ้น และช่วยให้สารในสมองปรับสมดุล แต่หมอบอกว่าถ้าการรักษาไม่ว่าจะด้วยวิธีกินยาหรือการพูดคุยกับหมอ แล้วยังอาการไม่ดีขึ้นก็ต้องมีการช๊อตไฟฟ้า ลองหาอ่านดูได้ตามอินเตอร์เน็ตนะว่าการรักษามีอะไรบ้าง มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ใครที่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นหรือรู้สึกว่าอาจจะเป็น สามารถทำแบบสอบถามดูตามเว็บไซต์ต่างๆหรือลองไปหาหมอให้หมอตรวจได้ฃ
เราขอเป็นกำลังใจให้คนที่ป่วยแบบเรา ขอพวกคุณให้มีรอยยิ้มมากกว่ารอยน้ำตา ขอให้คุณสู้ ขอให้คุณนึกถึงคนข้างหลังที่รักและจริงใจกับเรา อย่าลืมว่าตัวเรานั้นมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด เรามีเพลงที่อยากให้คนที่เป็นได้ฟัง 1. ตราบใดที่เธอยังมีชีวิตของน้อย 2.ยังยิ้มได้ของพลพล 3.หลับตาของน้องชูใจ 4.อย่าเสียใจคนเดียว 5.ทุกคนเคยร้องไห้ของป้าง เพลงพวกนี้มีความหมายที่ดีมากมันทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้เจอเรื่องแย่ๆบนโลกนี้คนเดียว เราขอบคุณทุกกำลังใจจากคนรอบข้างที่รับรู้ว่าเราเป็นแต่ไม่รังเกียจหรือตำหนิอะไร
ขอบคุณที่ไม่ซ้ำเติมเราขอบคุณที่ให้โอกาสเราขอบคุณที่บอกว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกันได้
โรคซึมเศร้าไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ ไม่ใช่การอยากมีตัวตนตลอดเวลา แต่มันเป็นโรคที่ต้องการกำลังใจมากๆ อย่าบั่นทอนจิตใจด้วยคำพูดแย่ๆเลย
ใช้ความเข้าใจในการช่วยอยู่เป็นเพื่อนหรืออยู่ข้างๆคนที่ป่วยเป็นโรคนี้กันดีกว่า
ขอบคุณที่อ่านบทความของเราจนจบ เราหวังว่าเรื่องของเราจะช่วยผู้อื่นได้บ้าง