
สวัสดีครับ หลวงพระบางที่ผมได้ไปสัมผัสมาคราวนี้ เป็นเรื่องราวเมื่อ สอง ปีก่อนนะครับ เป็นการเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศคนเดียวครั้งแรก ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ กับการเดินทางครั้งนี้ ผมเดินทางช่วง วันที่ 4 - 7 ธันวาคม 2560 เป็นช่วงหน้าหนาว แผนการเที่ยวก็จะอยู่แต่ในตัวเมืองหลวงพระบาง มี ออกไปน้ำตกกวางสี 1 วันครับ
หลังจากที่ผมเดินทางมาถึง หลวงพระบางในช่วงเย็น ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า ติดต่อรถเข้าเมือง และเดินเข้าที่พักในช่วงค่ำ ผมไม่มีเวลาที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปอะไรเลยในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะกระเป๋า ที่ต้องแบกไปมา แถมต้องคอยระมัดระวังอันตรายจากสถานที่ที่ยังไม่คุ้นเคยอีกด้วย ยิ่งเดินทางคนเดียวด้วยแล้ว ต่อให้เป็นผู้ชาย ก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง แม้จะเคยได้ยินว่าเมืองนี้ไม่อันตรายก็ตาม ^^
ผมเลือกที่พักจาก Booking.com เช่นเคย และก็เลือกที่พัก Hoxieng Guesthouse ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดมืดเท่าไหร่นัก ผมเข้าที่พักเพื่อเก็บสัมภาระต่าง ๆ ล้างหน้าเล็กน้อย แล้วรีบออกมาเดินสำรวจเมืองเล็ก ๆ เมืองนี้ทันที แน่นอนที่สุดว่าในค่ำคืนแรก คงไม่มีที่ไหนจะน่าสนใจไปกว่า ตลาดมืด ที่ถนนศรีสว่างวงค์ อีกแล้ว


ผมว่า หลวงพระบางเป็นเมืองที่ยังคงรักษาสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ไว้ได้ดี ไม่ได้โดยยุคสมัยเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นัก ดูอย่างร้านโชว์ห่วย ที่หาได้ทั่วไปในเมืองแห่งนี้ มันดูดีนะผมว่า มันเหมือนกับร้านขายของที่อยู่แถว ๆ บ้านผมสมัยเด็ก ๆ ที่ตอนนี้กลายเป็นร้านสะดวกซื้อ 7-11 ไปกันหมดแล้ว

ผมยังคงเดินวนเวียนไปกับการหาของกินมื้อแรกของผม ในย่านนี้ อะไร อะไร มันก็น่าลองไปหมด แต่สิ่งที่ดึงดูดผมมากที่สุด คงจะเป็น ขนมครก ร้อน ๆ ในอุณหภูมิอันหนาวเย็น เมืองไทยก็มีนะ ปั๊ดโถ่ ก็ลองดูหน่อยต่างกันอย่างไร จะได้ไปบอกคนอื่นเขาถูก สรุป รสชาดหวานนิด ๆ อร่อยดีครับ

ขนมครกร้อน ๆ เป็นของรองท้องอย่างดี ผมเริ่มมองหาร้านนั่งดื่มดอกคำฝอย ที่ทำเลดี ๆ ที่นั่งติดริมถนน และผมก็เลือกเอา 1 ร้านแบบไม่มีทางเลือก เพราะร้านที่น่านั่ง เต็มหมดเลย แต่ผมไม่คิดมากหรอก ขอแค่ริมถนน ดูผู้คนผ่านไปมาก็พอ มาถึงลาวทั้งที ก็ต้องเบียร์ลาวอยู่แล้วครับ แกล้มกับไส้อั่ว เป็นมื้อเย็นแรกของผม ที่ประทับใจของผมคนเดียว ก่อนที่จะเดินกลับที่พัก เพื่อเก็บแรง ในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันที่ 05 ธันวาคม เป็นเช้าแรกที่นี่ และเป็นเช้าที่สองของการเดินทาง ผมตั้งใจตื่นแต่เช้า ฝืนใจตัวเองลุกจากที่นอนตั้งแต่ 0430 น. ตั้งใจจะไปชมการตักบาตรข้าวเหนียวในตอนเช้า กลางถนนเส้นหลักตอน 0500 น. มีเพียงผมและแม่ค้าขายของสำหรับการตักบาตรเท่านั้น ผมจึงเดินไปเรื่อย ๆ หามุมสวย ๆ นั่งรอถ่ายรูป . . . 0550 น. ได้ยินเสียงระฆังวัดดัง เป็นสัญญาณ ว่าพระจะเริ่มเดินแล้วนะ เหลือบไปเห็นพระเริ่มทยอยตั้งแถว ผมไม่รอช้ายกกล้องขึ้นในทำเลที่ชอบที่สุด . . . Wat Sensoukaram . . . คนเยอะมาก มากจากไหนไม่รู้ มีการยิงแฟรชกล้องกันราวกับมีดารามา ผมฝ่าเข้าไปในฝูงชนไม่ได้ อีกทั้งในเวลานั้น . . . มืดมากครับ ผมกลับมานั่งอีกครั้ง คิดว่ารอซักแป๊ปให้ฟ้าสว่างขึ้นซักนิด ค่อยไปเบียด ๆ เค้าถ่ายกัน . . . ไม่ถึง 10 นาที พระหมด . . . ไหนใครบอกว่าพระเยอะมากไง ผมไม่ได้รูปอะไรเลย . . .

หลังจากได้ชมการตักบาตรข้าวเหนียวเรียบร้อยแล้ว ผมก็ตัดสินใจเดินต่อมาที่แหลมปลายยอดของเมืองหลวงพระบาง ก็ไม่รู้อะไรดลใจให้มาที่นี่เหมือนกัน แค่คิดว่าถ้ามาริมแม่น้ำ เราคงจะได้เห็นอะไรบ้าง และก็ไม่ผิดหวังครับ ภาพที่อยู่เบื้องหน้า คือ บรรยากาศยามเช้าอันเงียบสงบ มีคนหาปลา เมฆลอยคล้อยต่ำ แสงอาทิตย์ยามเช้าค่อย ๆ สว่างขึ้น แม้ว่าเมฆจะบดบังแสงอาทิตย์ไปมากก็ตาม ผมโคตรชอบเลย คิดไม่ผิดที่ตื่นเช้าสู้หนาวออกมาจริง ๆ

ไม่นานเท่าไหร่นัก ผมเหลือบไปเห็น พระที่มาเดินเมื่อเช้า เริ่มลงเรือเพื่อที่จะกลับวัดซึ่งอยู่อีกฝั่งนึงของแม่น้ำ ผมไม่รอช้ารีบวิ่งไปเก็บภาพนี่ไว้ ได้มาแบบงง ๆ และก็ดีใจที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ ^^

ระหว่างเดินกลับย่านที่พัก ผมสนใจร้านหนึ่งอยู่ " Le Banneton " ร้านกาแฟ ที่เน้นขายพวก ขนมปัง กลิ่นกาแฟที่โชยออกมาน่าดึงดูดใจมาก ๆ และแน่นอนครับ อาหารเช้าของวันนี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก ขนมปัง ทานคู่ กาแฟ ครับ

หลังจากทานเสร็จ เก็บบรรยากาศตอนเช้า ๆ ซักเล็กน้อยครับ โรงแรม ทรีนาคา โรงแรมอันโด่งดังแห่งหลวงพระบาง ผมไม่มีตังเข้าพัก เศร้าใจจัง

วัดใหม่สุวรรณภูมารามกับค่าเข้า 10000 กีบ ความงามของวัดแห่งนี้น่าจะเป็น แผ่นทองสลักลวดลายหน้าประตูทางเข้าโบสถ์ นะครับ

พระราชวังหลวงพระบาง กับท้องฟ้าที่เริ่มสดใส น่าเสียดายที่ภายในไม่สามารถบันทึกภาพได้ครับ ได้แต่เก็บบรรยากาศรอบ ๆ มาแทน

เดินไปเดินมา ก็ได้เวลามื้อเที่ยง ร้าน เจ้ติ๋ม ผมก็ไปตามทุกคนที่มาเยือนนี่ล่ะครับ เมนูที่ชอบคงจะหนีไม่พ้น ตำบังหุ้ง หรือ ตำหลวงพระบาง นี่ล่ะครับ น้ำปลาร้า ที่นุ่มนวลกับมะละกอที่ฝ่านบาง ๆ ฮื้มมมม อร่อยยย ครับ

ผมเดินมาที่วัดเชียงทอง มาชมพระม่าน ในหอพระม่าน มองผ่านรูกุญแจครับ

วันนั้นที่ไปมีโอกาส ได้เห็นความสวยงามของว่าที่เจ้าสาวในชุดพื้นถิ่นด้วยครับ

วัดเชียงทอง กับหอพระพุทธไสยาสน์ กับความเชื่อที่ว่า ถ้าอธิฐาน และยกองค์ท่านขึ้นแสดงว่าคำขอนั้นจะเป็นจริง หนักมาก ๆ ผมยกไปสองครั้ง

หลังจากที่เดินมาได้ครึ่งวัน ช่วงบ่าย ๆ ผมตั้งใจมาชิมกาแฟร้านดังร้านนึงในหลวงพระบาง กับร้านที่มีชื่อว่า Saffron Coffee ร้านกาแฟที่รวบรวมเมล็ดพันธุ์กาแฟหลากกลายจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ลองกันครับ ร้านนี้ถูกปากผมมากจริง ๆ ครับ

บ่ายแก่ ๆ แล้ว ผมพอจะมีเวลาว่างนิดหน่อยก่อนที่จะขึ้นไปชมพระธาตุพูสี ผมตัดสินใจเดินมาที่ Traditional Arts and Ethnology Centre เป็นสถานที่จัดแสดง ศิลปะ วัฒนธรรมของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ในประเทศลาว ครับ ส่วนตัวแล้วชอบครับ ว่าง ๆ ลองไปดูนะครับ

ถึงเวลาอันสมควรแก่การเดินขึ้นเขาครับ บันไดทางขึ้นไปชมพระธาตุพูสี จะเป็นประมาณนี้ครับ พอได้เหงื่อ

พอขึ้นมาถึงยอดเขา นอกจากองค์พระธาตุแล้ว ทิวทัศน์รอบ ๆ ก็สวยงามมาก ๆ ครับ ผมเพลินมาก ๆ เมื่อขึ้นมาข้างบน ทิวทัศน์ข้างบนนี้ เราสามรถเดินชมได้เกือบจะ 180 องศาเลยครับ ยิ่งพระอาทิยต์ลงต่ำเท่าไหร่ ความงดงามก็ยิ่งทวีขั้นครับ
ผมมัวเพลินกับบรรยากาศรอบ ๆ จนพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว ผมเจอกับฝูงชนที่ผมไม่สามารถผ่าเข้าไปได้เลยครับ ก็ได้ภาพในอีกแบบนึง ที่ผมประทับใจส่วนตัวนะครับ ^^

และเมื่อพระอาทิตย์ลาขอบฟ้าไปแล้ว ผมก็ได้มีโอกาสมายืนข้างหน้าเก็บภาพกับเขาบ้างแล้ว ^^

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินลงกันไปบ้างแล้ว แต่ผมยังคงอยู่ซึมซับบรรยากาศข้างบนนี้อีกซักเล็กน้อย แสงสีส้ม ๆ ได้หมดไปแสงสีน้ำเงินเริ่มเข้ามแทนที่ รถวิ่งไปมาสร้างสีสัน ช่วยให้ภาพจากมุมนี้สวยงามยิ่งขึ้นครับ

ผมเดินลงจากเขา จบวันนี้แบบได้สาระ และเป็นวันที่เดินสนุกมากที่สุดวันหนึ่ง
ไคแผ่น ทอดงา สาหร่ายทอด แกล้มเบียร์ เป็นอะไรที่ไม่เข้ากันมาก ๆ ครับ อย่าลอง
คืนนั้นผมกลับไปนอนแบบมึน ๆ 55
[CR] Luang Prabang :: พาชม หลวงพระบาง แบบเรื่องเล่าทั่วไป :: L M C
สวัสดีครับ หลวงพระบางที่ผมได้ไปสัมผัสมาคราวนี้ เป็นเรื่องราวเมื่อ สอง ปีก่อนนะครับ เป็นการเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศคนเดียวครั้งแรก ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ กับการเดินทางครั้งนี้ ผมเดินทางช่วง วันที่ 4 - 7 ธันวาคม 2560 เป็นช่วงหน้าหนาว แผนการเที่ยวก็จะอยู่แต่ในตัวเมืองหลวงพระบาง มี ออกไปน้ำตกกวางสี 1 วันครับ
หลังจากที่ผมเดินทางมาถึง หลวงพระบางในช่วงเย็น ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า ติดต่อรถเข้าเมือง และเดินเข้าที่พักในช่วงค่ำ ผมไม่มีเวลาที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปอะไรเลยในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะกระเป๋า ที่ต้องแบกไปมา แถมต้องคอยระมัดระวังอันตรายจากสถานที่ที่ยังไม่คุ้นเคยอีกด้วย ยิ่งเดินทางคนเดียวด้วยแล้ว ต่อให้เป็นผู้ชาย ก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง แม้จะเคยได้ยินว่าเมืองนี้ไม่อันตรายก็ตาม ^^
ผมเลือกที่พักจาก Booking.com เช่นเคย และก็เลือกที่พัก Hoxieng Guesthouse ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตลาดมืดเท่าไหร่นัก ผมเข้าที่พักเพื่อเก็บสัมภาระต่าง ๆ ล้างหน้าเล็กน้อย แล้วรีบออกมาเดินสำรวจเมืองเล็ก ๆ เมืองนี้ทันที แน่นอนที่สุดว่าในค่ำคืนแรก คงไม่มีที่ไหนจะน่าสนใจไปกว่า ตลาดมืด ที่ถนนศรีสว่างวงค์ อีกแล้ว
ผมมัวเพลินกับบรรยากาศรอบ ๆ จนพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว ผมเจอกับฝูงชนที่ผมไม่สามารถผ่าเข้าไปได้เลยครับ ก็ได้ภาพในอีกแบบนึง ที่ผมประทับใจส่วนตัวนะครับ ^^
ไคแผ่น ทอดงา สาหร่ายทอด แกล้มเบียร์ เป็นอะไรที่ไม่เข้ากันมาก ๆ ครับ อย่าลอง
คืนนั้นผมกลับไปนอนแบบมึน ๆ 55
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้