ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ! ในกาลใด อวิชชาของภิกษุดับไป วิชชาเกิดขึ้นแล้ว. เพราะอวิชชาหาย
ไป( ) วิชชาเกิดขึ้นนั้นแหละ, ภิกษุนั้น ย่อมไม่ทำความยึดมั่นในกาม(โลกิยสุข )ให้เกิดขึ้น,
ไม่ทำความยึดมั่นด้วยทิฏฐิให้เกิดขึ้น, ไม่ทำความยึดมั่นใน ศีล และ วัตร ให้เกิด
ขึ้น และไม่ทำความยึดมั่นว่าตัวตนให้เกิดขึ้น.
ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ! เมื่อไม่ทำความยึดมั่นทั้งหลายให้เกิดขึ้น ย่อมไม่หวั่นใจไปตามสิ่งใด
ๆ, เมื่อไม่หวั่นใจ ย่อมดับสนิทเฉพาะตนโดยแท้.
ภิกษุนั้น ย่อมรู้ชัดว่า “ชาติสิ้น
แล้ว, พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว, กิจที่ควรทำได้ทำสำเร็จแล้ว, กิจอื่นที่จะต้องทำเพื่อ
ความเป็นอย่างนี้ มิได้มีอีก” ดังนี้แล.
- มู. ม. ๑๒/๑๓๕/๑๕๘.
ว่าด้วยเมื่อวิชชาเกิดขึ้น....
ไป( ) วิชชาเกิดขึ้นนั้นแหละ, ภิกษุนั้น ย่อมไม่ทำความยึดมั่นในกาม(โลกิยสุข )ให้เกิดขึ้น,
ไม่ทำความยึดมั่นด้วยทิฏฐิให้เกิดขึ้น, ไม่ทำความยึดมั่นใน ศีล และ วัตร ให้เกิด
ขึ้น และไม่ทำความยึดมั่นว่าตัวตนให้เกิดขึ้น.
ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ! เมื่อไม่ทำความยึดมั่นทั้งหลายให้เกิดขึ้น ย่อมไม่หวั่นใจไปตามสิ่งใด
ๆ, เมื่อไม่หวั่นใจ ย่อมดับสนิทเฉพาะตนโดยแท้.
ภิกษุนั้น ย่อมรู้ชัดว่า “ชาติสิ้น
แล้ว, พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว, กิจที่ควรทำได้ทำสำเร็จแล้ว, กิจอื่นที่จะต้องทำเพื่อ
ความเป็นอย่างนี้ มิได้มีอีก” ดังนี้แล.
- มู. ม. ๑๒/๑๓๕/๑๕๘.