สวัสดีค่ะ วันนี้เราอยากจะมาแบ่งปันและเล่าเรื่องถึงวิวัฒนาการเกี่ยวกับความขาวของตัวเองมาให้อ่านกัน คือจริงๆแล้วเราก็ไม่ได้เป็นคนขาวมากขนาดนั้นแต่หลังๆมานี้มีคนทักเยอะมากว่าเราขาวมาก ขาวเว่อร์สุดๆ ซึ่งจริงๆแล้วพื้นฐานผิวจริงๆของเราจะเป็นคนที่ขาวมากอยู่แล้ว ก็ระดับเดียวกับดาราดังที่ขึ้นชื่อว่าขาวโอโม่ก็แล้วกัน เพราะคุณแม่มีเชื้อญวนแท้ๆ (ญวนอีสานเหนือ) มาตั้งแต่กำเนิด คุณแม่เราเล่าให้ฟังว่าตอนแม่สาวๆ แม่ขาวแบบเรืองแสงได้นะ ทั้งๆที่แม่เราบำรุงแค่ไม่กี่ตัวเอง แต่จะบอกว่าก่อนที่เราจะขาวมาถึงขนาดนี้ได้เราได้ลองผิดลองถูกมาเยอะแยะเหมือนเราเป็นหนูทดลองเลยแหละ ฮิๆ แต่พอเรารู้ว่าของถูกและดีมันมีจริงๆ และก็ได้ผลด้วยแหละ เราเคยใช้ทั้งของแพงและของที่ขายตามวัตสัน ตาม 7-11 มาหมดแล้ว วันนี้เราจะมาเทียบให้ดูว่าขาวสุดในแต่ละช่วงมันเป็นยังไง และแตกต่างกันมากแค่ไหน

*รูปซ้ายคือรูปที่ผิวขาวที่สุดก่อนเข้าทำงาน ถ่ายเมื่อปี 2017 ถ้าจำไม่ผิดนะ และรูปขวาก็คือถ่ายเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมา ภาพที่เห็นอยู่นี้ไม่มีการแต่งภาพใดๆทั้งสิ้น
ก่อนหน้านี้เราอยู่แต่ในห้องพัดลมมาโดยตลอดเพราะเราเรียนปริญญาที่ มสธ. ก็คือเรียนทางไกลนี่แหละเลยจะมีผิวที่ออกบ่มแดดนิดๆบ้าง และก็ตอนนั้นเราก็ยังไม่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะซื้อสกินแคร์รวมไปถึงวิตามินผิวที่เห็นผลจริงได้ แต่สุดท้ายถ้าเราใช้อะไรแล้วถูกกับผิวเราและรู้จักวิธีการดูแลผิวอย่างถูกต้องยังไงก็ได้ผลตามที่เราต้องการได้
แล้วยิ่งตอนใกล้เข้ามาทำงานประจำ ซึ่งปัจจุบันเราทำงานเป็นพนักงานราชการอยู่หน่วยงานความมั่นคงแห่งหนึ่ง เงินเดือนก็ไม่ได้เยอะมากแต่ทำไมเราถึงมีทุนทรัพย์มากพอที่จะซื้อสกินแคร์ที่ตัวเองใช้แล้วดีและก็ขาวด้วย
เริ่มจากตอนเข้าทำงานเดือนตุลาคม 2017

สังเกตได้ว่าผิวเรามันจะกระดำกระด่าง ไม่สม่ำเสมอกันเลยทีเดียว แรกๆเลยเราใช้สกินแคร์ของตัวดังต่อไปนี้
- ทาผิวกาย ณ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Eucerin white therapy whitening lotion (2015-ประมาณปลายปี 2018)
คือตัวนี้ใช้มาตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงานแล้วและใช้มาค่อนข้างยาวนานที่สุดมาประมาณ 3-4 ปีได้มั้ง คือตัวนี้มันดีตรงที่ว่าช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส และก็ช่วยในเรื่องสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ตอนที่เราใช้รู้สึกว่ามันเกลี่ยง่ายและก็ชอบตรงที่ไม่มีกลิ่นไม่มีสีด้วย แต่มันขาวแบบไม่ค่อยสุดเท่าไหร่นะถ้าตามความคิดของเรา บวกกับราคาค่อนข้างแพงด้วย ขวดนึงราคาที่ขายตามร้านขายยา 336 บาท หลังจากนั้นเลยไม่ซื้ออีกเลยเพราะอยากลองอะไรใหม่ๆ
โลชั่นของ CM 1957 ขออภัยที่ไม่มีภาพประกอบ (ปลายปี 2018-กรกฎาคม 2019)
คือโลชั่นตัวนี้ได้มาลองใช้ตอนไปงานอุ่นไอรัก คลายความหนาวที่ซุ้มมูลนิธิจุฬาภรณมา แล้วก็ได้ไปอุดหนุนมา 2-3 หลอด คือเนื้อมันจะออกเจลเยอะนิดนึง ทาแล้วมันเบาสบายผิว กลิ่นหอมของกุหลาบจนคนอื่นได้รับรู้กลิ่นได้ และก็แพกเกจก็สวยงามมาก แต่สถานที่ซื้อต้องไปซื้อที่พระตำหนักจักรีบงกชเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้ผิวจะออกใสๆซะมากกว่า ไม่ได้ขาวมากเท่าไหร่ แต่หลังๆไม่ได้ซื้อก็เพราะว่ามันไกลเกินไป ราคาเอื้อมถึงได้ 250 บาทเท่านั้น

Garnier Sakura White Body Lotion (สิงหาคม 2019-ปัจจุบัน)
คือตัวนี้เป็นตัวที่เราใช้ในปัจจุบัน คือจริงๆเราก็อยากจะลองมาหลายรอบแล้วเพราะว่าเราดูจากรีวิวของ blogger คนอื่นๆในไทย มีแต่คนบอกว่าไอ้ครีมตัวนี้มันขาวจริงอะไรจริง ขาวขึ้น 7 วัน ทางเราก็ยอมเสียสละเงินไปซื้อมาลองใช้ในราคาแพ็คคู่ 199 บาท ที่เขาจัดโปรนะ แล้วเชื่อไหม? คือขาวขึ้นใน 7 วันตามที่เขาบอกจริงๆ แต่มันจะขาวออร่าดูวิ๊งค์ๆไปเลย 7 วันหลังใช้มันจะรู้สึกว่าผิวดูขาวใสก่อน พอใช้ไปเรื่อยๆผิวจะขาวออร่าโคตรๆ แล้วที่ประทับใจมากอีกอย่างนึงก็คือช่วงนี้เราไปต่างจังหวัดบ่อยมากเพื่อไปดูงานแข่งรถแล้วต้องตากแดดทั้งวันด้วย เชื่อไหมว่ากลับมาไม่ดำเลยก็เป็นเพราะตัวนี้ด้วยส่วนหนึ่ง แล้วถ้าช่วงไหนค่อนข้างคล้ำก็จะใช้ตัวนี้ฟื้นฟูผิวให้ขาวเท่าในร่มผ้ามากขึ้นแล้วมันทันใจจริงๆด้วย มันฟื้นฟูผิวที่คล้ำเสียจากอะไรก็แล้วแต่มันกลับมาขาวไวมากจริงๆ อันนี้เราทาเฉพาะกลางคืนเท่านั้นนะ ถ้าทากลางวันมันจะเหนอะจริงๆ แนะนำให้ทากลางคืนดีกว่า
- ทาผิวหน้า ณ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Etude House Moistful Collagen Cream (แต่ในรูปเป็น Deep Cream ต้องขออภัยที่ไม่สามารถหาภาพแบบนั้นได้)
ตัวนี้เป็นตัวที่ใช้มาตั้งแต่ Etude House ยังไม่กลับเข้ามาในไทยอีกครั้ง เดิมเราใช้อีกตัวนึงที่เป็นกระปุกขาวๆ ที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส พอตัวนั้นเลิกผลิตเราก็เลยใช้ตัว Collagen Cream มาจนถึงปัจจุบันนี้ สาเหตุที่เราใช้ตัวนี้ก็เพราะว่าตัว collagen cream เป็นตัวที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้น ความกระจ่างใสและรวมไปถึงผิวที่อ่อนเยาว์และแข็งแรงขึ้นด้วย อยากจะบอกว่าตัวนี้รักมากต้องซื้อทุกๆ 2-3 เดือนกันเลยทีเดียว หรือเวลาที่มีคนที่เรารู้จักไปเที่ยวเกาหลีจะให้เขาฝากซื้อครีมตัวนี้มาให้เราทุกครั้งเพราะว่าราคาถูกกว่าไทย 200 กว่าบาทเอง และก็ทาแล้วมันชุ่มชื้นสุดๆ และก็มีแต่คนชมว่าผิวหน้าเราดีกันทั้งนั้น แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานก็มีคนทักเยอะมากว่าหน้าดีมาก อ้อ!!! ตัวนี้มันทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้นะเพราะมีคอลลาเจนด้วยแหละ

Ample:N สูตร VC Shot ขนาด 100 ML
ตัวนี้จริงๆได้ลองมาเกือบปีแล้วละถ้าจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้ลองใช้สูตรสีฟ้า แล้วมาใช้สูตรเปปไทด์ หลังจากนั้นก็มีคนแนะนำให้มาใช้สูตร VC shot เพราะเขาบอกว่าช่วยความขาวกระจ่างใสโดยตรง จริงๆต้องขอสารภาพว่าเคยใช้ทุกสูตรแล้ว เปปไทด์เราก็ชอบเพราะผิวมันดูฟูขึ้น อ่อนเยาว์ขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น กระจ่างใสด้วย แต่ถ้าชอบจริงๆเลยก็คือสูตร VC Shot เพราะว่าเป็นสูตรที่ใช้มาตอนนี้เป็นขวดที่ 3 แล้ว ตัวนี้นอกจากจะช่วยในเรื่องความขาวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำแล้ว ยังช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นและความอ่อนเยาว์ของผิว(อันสุดท้ายเป็นความคิดส่วนตัวของเราเอง) คือใช้แล้วผิวมันดูละเอียดมากและก็ทำให้ผิวดูเผยออกมาโดยไม่ต้องใช้รองพื้นเลย มันโชว์ผิวสดได้อย่างมั่นใจมากจริงๆ กล้าพูดจริงๆ ถ้าใช้อย่างต่อเนื่องผิวจะดูขาวออร่ากระจ่างใสมากขึ้น จุดด่างดำจางลงไวมาก สิวยุบด้วยส่วนหนึ่ง อีกอย่างมีอยู่ช่วงนึงเซรั่มกำลังจะหมดแล้วแม่แอบลองมาใช้พอแม่เราใช้มาสักพักกลับติดใจตัวนี้มาก หลังจากนั้นแม่กับเราก็หารเงินซื้อตัวนี้กันคนละครึ่งเลยค่ะ เพราะแม่บอกว่าใช้ตัวนี้แล้วผิวดูอ่อนเยาว์ ขาวใสขึ้นจริงๆ
กันแดดทาตัว

Biore Anti Pollution สีชมพู
คือจะบอกว่าที่ได้ใช้ตัวนี้อันเนื่องมาจากได้ดูคลิปที่พี่สายป่าน SP Saypan ได้รีวิวทดสอบกันแดดทาตัวที่สวนน้ำแห่งหนึ่ง แล้วปรากฏว่าตัว Biore สีชมพูกลับไม่ดำเลย เราก็เลยตัดสินใจได้ใช้มาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน คือตัวนี้มันดีตรงที่ว่าทาครั้งเดียวรู้เรื่องเลย ทาแล้วปกป้องทันที แล้วกลับมาแทบจะไม่ดำเลยด้วยซ้ำ ยิ่งช่วงนี้เราไปทำกิจกรรมดูแข่งรถกลางแจ้งแบบนี้ด้วยก็จะพกตัวนี้ทุกครั้งด้วย แล้วก็อีกอย่างตัวนี้ให้การปกป้องถึงขีดสุดด้วย เพราะมี SPF 50+ PA+++ ด้วย เลยมั่นใจในการใช้มากๆ และใช้อย่างต่อเนื่องต่อไป อีกอย่างเนื้อครีมมันจะไม่เหนียวด้วย แถมเบาบาง เกลี่ยง่ายมาก คราบขาวอาจจะมีบ้างเล็กน้อย แต่ต้องเกลี่ยให้ดีๆละ ถึงจะไม่เป็นคราบขาว ส่วนตัวลองทุกสูตรมาหมดแล้วแต่ถ้าชอบมากที่สุดก็คือสูตรสีชมพูเพราะมันเน้นในเรื่องความขาวกระจ่างใสโดยตรง
กันแดดทาหน้า

Biore UV Perfect Milk SPF 50+ PA++++
จริงๆ เราได้ใช้กันแดดหลายยี่ห้อแล้วนะ ใช้ตั้งแต่ถูกยันแพงด้วย แต่ถ้า ณ ปัจจุบันนี้เราใช้กันแดดตัวนี้เพราะเดิมนั้นเราเอาตัวนี้มาทาตัว แต่พอมีผลิตภัณฑ์สำหรับทาตัวเราก็เลยเปลี่ยนมาทาหน้าทันที คือการปกป้องมันสุดยอดมาก จะเทียบกับ Anessa ก็ได้เลยนะเพราะปกป้องถึงขีดสุดจริงๆ ทากี่ครั้งก็กลับมาไม่ดำเลย การปกป้องมันดีเยี่ยมจริงๆ มันเหมาะกับกิจกรรม Outdoor มากๆ และเราเองก็ใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วยเพราะอยู่ใกล้จอคอมทุกวัน ตัวนี้ทาแล้วไม่วอกเลย แล้วก็กันได้ดีสุดๆ ถ้าทากับครีมบำรุงด้วยหน้าจะขาวมากกว่านี้
สครับผิวหน้า

St Ives สูตรแอพฟาริคอต
คือตัวนี้นอกจากจะเน้นขจัดเซลล์ผิวที่ตายออกแล้ว ยังช่วยในเรื่องความขาวกระจ่างใสในระดับหนึ่ง ยังช่วยในเรื่องสิวเสี้ยนรวมไปถึงสิวที่กำลังจะเกิดให้ยุบลงได้ ตัวนี้เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มักจะมาสครับหน้าทุก 2 ครั้ง/สัปดาห์ และก็ตัวนี้ใช้มาตั้งแต่มาเปิดตัวที่ไทยแล้ว สักพักก็หยุดใช้อีกและก็กลับมาใช้อีกครั้งนึงก็ไม่นานนี่เอง ตัวนี้ผิวมันดูใสขึ้น และก็ผิวมันดูเรียบเนียนมากขึ้น สิวยุบลงได้ถ้าใช้กับตัวนี้เพราะสูตรนี้เน้นเรื่องสิวและก็เม็ดจะละเอียดมากก็แนะนำให้ใช้ตัวนี้ดู พอล้างออกจะรู้สึกได้กลิ่นเหมือนยาทานิดหน่อย ความชุ่มชื้นมีแน่นอน
โฟมล้างหน้า

Face Lab สูตรเบอร์ 0
จริงๆที่ได้มาใช้ตัวนี้ก็เพราะได้ดูคลิปรีวิวจากพี่นีน่ามาแล้วทีนี้เราก็เห็นราคาที่ถูกมาก ราคาเพียง 150 บาท แล้วพอเราได้ใช้รู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้นมาก ความชุ่มชื้นก็ได้ในระดับที่ดี และก็ที่น่าทึ่งอีกอย่างก็คือ สิวแทบจะไม่ขึ้นเลยตั้งแต่ใช้ตัวนี้มา ถ้าช่วงไหนเรามีสิวเราจะเน้นล้างบริเวณตรงที่เป็นสิว แล้วสิวก็ยุบไวมาก คือตัวนี้ถูกและก็ดีด้วยจริงๆ
อาหารเสริม

อาหารเสริม Invvhite ของเกรซ กาญจน์เกล้า
คือตัวนี้จะบอกว่าทานมาปีกว่าแล้วค่ะ ตัวนี้จะเน้นในเรื่องความขาวออร่ากระจ่างใส เน้นในเรื่องการปกป้องจากรังสียูวี และก็เน้นในเรื่องผิวที่มีสุขภาพดี และที่สำคัญสามารถทานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดทาน คนเป็นโลหิตจางก็ทานได้ ส่วนตัวแล้วเราทานมาปีกว่ารู้สึกว่ามันขาวอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป มีคนถามเยอะมากว่าทานยังไงถึงจะเห็นผล ก็คือในช่วง 2-3 เดือนแรกแนะนำทานเดือนละ 2 กล่อง แต่พอหลังจาก 3 เดือนแล้วถ้าคุณพอใจกับสีผิวก็ลดเหลือเดือนละ 1 กล่องก็ได้ ทานตามที่เกรซบอกค่ะ 1-2 เม็ดก่อนนอนทุกคืน และก็อีกอย่างเรารู้สึกว่าทานแล้วมันกระปรี้กระเปล่า สดชื่นมากขึ้น และก็มีแรงในการทำอะไรหลายๆอย่างด้วย ผิวมันจะขาวแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปมากกว่าถ้าจะขาวมากกว่านี้แนะนำทานไปเรื่อยๆค่ะ จะเห็นผลมาก
*สุดท้ายเราใช้น้ำมันมะพร้าวในการทาตัว คือต้องทาในช่วงที่เราตัวเปียกหลังจากอาบน้ำนะ ไม่นั้นจะไม่เห็นผล*
กว่าเราจะขาวแบบนี้ได้ก็ใช้ระยะเวลาประมาณเกือบ 2 ปีกันเลยทีเดียว แต่ถ้าเร่งด่วนเลยก็ประมาณ 3 เดือน แต่ต้องมีวินัยถึงจะเห็นผลที่ชัดเจน
และนี่คือรูปในปัจจุบันค่ะ ไม่มีการแต่งภาพใดๆทั้งสิ้น ผิวเริ่มสม่ำเสมอเกือบเท่ากันทั้งหมดแล้ว (ไม่มีการแต่งภาพใดๆทั้งสิ้น และไม่ได้ทารองพื้นด้วย เขียนแค่คิ้วกับทาปากเท่านั้น)

ก็จบกับการรีวิวเท่านี้นะคะ ขอเป็นกำลังใจกับทุกคนที่อยากขาวค่ะ
[CR] Review จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางด้านความขาวของตัวเองตั้งแต่ก่อนทำงาน-ปัจจุบัน
*รูปซ้ายคือรูปที่ผิวขาวที่สุดก่อนเข้าทำงาน ถ่ายเมื่อปี 2017 ถ้าจำไม่ผิดนะ และรูปขวาก็คือถ่ายเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมา ภาพที่เห็นอยู่นี้ไม่มีการแต่งภาพใดๆทั้งสิ้น
ก่อนหน้านี้เราอยู่แต่ในห้องพัดลมมาโดยตลอดเพราะเราเรียนปริญญาที่ มสธ. ก็คือเรียนทางไกลนี่แหละเลยจะมีผิวที่ออกบ่มแดดนิดๆบ้าง และก็ตอนนั้นเราก็ยังไม่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะซื้อสกินแคร์รวมไปถึงวิตามินผิวที่เห็นผลจริงได้ แต่สุดท้ายถ้าเราใช้อะไรแล้วถูกกับผิวเราและรู้จักวิธีการดูแลผิวอย่างถูกต้องยังไงก็ได้ผลตามที่เราต้องการได้
แล้วยิ่งตอนใกล้เข้ามาทำงานประจำ ซึ่งปัจจุบันเราทำงานเป็นพนักงานราชการอยู่หน่วยงานความมั่นคงแห่งหนึ่ง เงินเดือนก็ไม่ได้เยอะมากแต่ทำไมเราถึงมีทุนทรัพย์มากพอที่จะซื้อสกินแคร์ที่ตัวเองใช้แล้วดีและก็ขาวด้วย
เริ่มจากตอนเข้าทำงานเดือนตุลาคม 2017
สังเกตได้ว่าผิวเรามันจะกระดำกระด่าง ไม่สม่ำเสมอกันเลยทีเดียว แรกๆเลยเราใช้สกินแคร์ของตัวดังต่อไปนี้
- ทาผิวกาย ณ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
Eucerin white therapy whitening lotion (2015-ประมาณปลายปี 2018)
คือตัวนี้ใช้มาตั้งแต่ก่อนเข้ามาทำงานแล้วและใช้มาค่อนข้างยาวนานที่สุดมาประมาณ 3-4 ปีได้มั้ง คือตัวนี้มันดีตรงที่ว่าช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส และก็ช่วยในเรื่องสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ตอนที่เราใช้รู้สึกว่ามันเกลี่ยง่ายและก็ชอบตรงที่ไม่มีกลิ่นไม่มีสีด้วย แต่มันขาวแบบไม่ค่อยสุดเท่าไหร่นะถ้าตามความคิดของเรา บวกกับราคาค่อนข้างแพงด้วย ขวดนึงราคาที่ขายตามร้านขายยา 336 บาท หลังจากนั้นเลยไม่ซื้ออีกเลยเพราะอยากลองอะไรใหม่ๆ
โลชั่นของ CM 1957 ขออภัยที่ไม่มีภาพประกอบ (ปลายปี 2018-กรกฎาคม 2019)
คือโลชั่นตัวนี้ได้มาลองใช้ตอนไปงานอุ่นไอรัก คลายความหนาวที่ซุ้มมูลนิธิจุฬาภรณมา แล้วก็ได้ไปอุดหนุนมา 2-3 หลอด คือเนื้อมันจะออกเจลเยอะนิดนึง ทาแล้วมันเบาสบายผิว กลิ่นหอมของกุหลาบจนคนอื่นได้รับรู้กลิ่นได้ และก็แพกเกจก็สวยงามมาก แต่สถานที่ซื้อต้องไปซื้อที่พระตำหนักจักรีบงกชเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้ผิวจะออกใสๆซะมากกว่า ไม่ได้ขาวมากเท่าไหร่ แต่หลังๆไม่ได้ซื้อก็เพราะว่ามันไกลเกินไป ราคาเอื้อมถึงได้ 250 บาทเท่านั้น
Garnier Sakura White Body Lotion (สิงหาคม 2019-ปัจจุบัน)
คือตัวนี้เป็นตัวที่เราใช้ในปัจจุบัน คือจริงๆเราก็อยากจะลองมาหลายรอบแล้วเพราะว่าเราดูจากรีวิวของ blogger คนอื่นๆในไทย มีแต่คนบอกว่าไอ้ครีมตัวนี้มันขาวจริงอะไรจริง ขาวขึ้น 7 วัน ทางเราก็ยอมเสียสละเงินไปซื้อมาลองใช้ในราคาแพ็คคู่ 199 บาท ที่เขาจัดโปรนะ แล้วเชื่อไหม? คือขาวขึ้นใน 7 วันตามที่เขาบอกจริงๆ แต่มันจะขาวออร่าดูวิ๊งค์ๆไปเลย 7 วันหลังใช้มันจะรู้สึกว่าผิวดูขาวใสก่อน พอใช้ไปเรื่อยๆผิวจะขาวออร่าโคตรๆ แล้วที่ประทับใจมากอีกอย่างนึงก็คือช่วงนี้เราไปต่างจังหวัดบ่อยมากเพื่อไปดูงานแข่งรถแล้วต้องตากแดดทั้งวันด้วย เชื่อไหมว่ากลับมาไม่ดำเลยก็เป็นเพราะตัวนี้ด้วยส่วนหนึ่ง แล้วถ้าช่วงไหนค่อนข้างคล้ำก็จะใช้ตัวนี้ฟื้นฟูผิวให้ขาวเท่าในร่มผ้ามากขึ้นแล้วมันทันใจจริงๆด้วย มันฟื้นฟูผิวที่คล้ำเสียจากอะไรก็แล้วแต่มันกลับมาขาวไวมากจริงๆ อันนี้เราทาเฉพาะกลางคืนเท่านั้นนะ ถ้าทากลางวันมันจะเหนอะจริงๆ แนะนำให้ทากลางคืนดีกว่า
- ทาผิวหน้า ณ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
Etude House Moistful Collagen Cream (แต่ในรูปเป็น Deep Cream ต้องขออภัยที่ไม่สามารถหาภาพแบบนั้นได้)
ตัวนี้เป็นตัวที่ใช้มาตั้งแต่ Etude House ยังไม่กลับเข้ามาในไทยอีกครั้ง เดิมเราใช้อีกตัวนึงที่เป็นกระปุกขาวๆ ที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส พอตัวนั้นเลิกผลิตเราก็เลยใช้ตัว Collagen Cream มาจนถึงปัจจุบันนี้ สาเหตุที่เราใช้ตัวนี้ก็เพราะว่าตัว collagen cream เป็นตัวที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้น ความกระจ่างใสและรวมไปถึงผิวที่อ่อนเยาว์และแข็งแรงขึ้นด้วย อยากจะบอกว่าตัวนี้รักมากต้องซื้อทุกๆ 2-3 เดือนกันเลยทีเดียว หรือเวลาที่มีคนที่เรารู้จักไปเที่ยวเกาหลีจะให้เขาฝากซื้อครีมตัวนี้มาให้เราทุกครั้งเพราะว่าราคาถูกกว่าไทย 200 กว่าบาทเอง และก็ทาแล้วมันชุ่มชื้นสุดๆ และก็มีแต่คนชมว่าผิวหน้าเราดีกันทั้งนั้น แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานก็มีคนทักเยอะมากว่าหน้าดีมาก อ้อ!!! ตัวนี้มันทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้นะเพราะมีคอลลาเจนด้วยแหละ
Ample:N สูตร VC Shot ขนาด 100 ML
ตัวนี้จริงๆได้ลองมาเกือบปีแล้วละถ้าจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้ลองใช้สูตรสีฟ้า แล้วมาใช้สูตรเปปไทด์ หลังจากนั้นก็มีคนแนะนำให้มาใช้สูตร VC shot เพราะเขาบอกว่าช่วยความขาวกระจ่างใสโดยตรง จริงๆต้องขอสารภาพว่าเคยใช้ทุกสูตรแล้ว เปปไทด์เราก็ชอบเพราะผิวมันดูฟูขึ้น อ่อนเยาว์ขึ้น ชุ่มชื้นขึ้น กระจ่างใสด้วย แต่ถ้าชอบจริงๆเลยก็คือสูตร VC Shot เพราะว่าเป็นสูตรที่ใช้มาตอนนี้เป็นขวดที่ 3 แล้ว ตัวนี้นอกจากจะช่วยในเรื่องความขาวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำแล้ว ยังช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นและความอ่อนเยาว์ของผิว(อันสุดท้ายเป็นความคิดส่วนตัวของเราเอง) คือใช้แล้วผิวมันดูละเอียดมากและก็ทำให้ผิวดูเผยออกมาโดยไม่ต้องใช้รองพื้นเลย มันโชว์ผิวสดได้อย่างมั่นใจมากจริงๆ กล้าพูดจริงๆ ถ้าใช้อย่างต่อเนื่องผิวจะดูขาวออร่ากระจ่างใสมากขึ้น จุดด่างดำจางลงไวมาก สิวยุบด้วยส่วนหนึ่ง อีกอย่างมีอยู่ช่วงนึงเซรั่มกำลังจะหมดแล้วแม่แอบลองมาใช้พอแม่เราใช้มาสักพักกลับติดใจตัวนี้มาก หลังจากนั้นแม่กับเราก็หารเงินซื้อตัวนี้กันคนละครึ่งเลยค่ะ เพราะแม่บอกว่าใช้ตัวนี้แล้วผิวดูอ่อนเยาว์ ขาวใสขึ้นจริงๆ
กันแดดทาตัว
Biore Anti Pollution สีชมพู
คือจะบอกว่าที่ได้ใช้ตัวนี้อันเนื่องมาจากได้ดูคลิปที่พี่สายป่าน SP Saypan ได้รีวิวทดสอบกันแดดทาตัวที่สวนน้ำแห่งหนึ่ง แล้วปรากฏว่าตัว Biore สีชมพูกลับไม่ดำเลย เราก็เลยตัดสินใจได้ใช้มาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน คือตัวนี้มันดีตรงที่ว่าทาครั้งเดียวรู้เรื่องเลย ทาแล้วปกป้องทันที แล้วกลับมาแทบจะไม่ดำเลยด้วยซ้ำ ยิ่งช่วงนี้เราไปทำกิจกรรมดูแข่งรถกลางแจ้งแบบนี้ด้วยก็จะพกตัวนี้ทุกครั้งด้วย แล้วก็อีกอย่างตัวนี้ให้การปกป้องถึงขีดสุดด้วย เพราะมี SPF 50+ PA+++ ด้วย เลยมั่นใจในการใช้มากๆ และใช้อย่างต่อเนื่องต่อไป อีกอย่างเนื้อครีมมันจะไม่เหนียวด้วย แถมเบาบาง เกลี่ยง่ายมาก คราบขาวอาจจะมีบ้างเล็กน้อย แต่ต้องเกลี่ยให้ดีๆละ ถึงจะไม่เป็นคราบขาว ส่วนตัวลองทุกสูตรมาหมดแล้วแต่ถ้าชอบมากที่สุดก็คือสูตรสีชมพูเพราะมันเน้นในเรื่องความขาวกระจ่างใสโดยตรง
กันแดดทาหน้า
Biore UV Perfect Milk SPF 50+ PA++++
จริงๆ เราได้ใช้กันแดดหลายยี่ห้อแล้วนะ ใช้ตั้งแต่ถูกยันแพงด้วย แต่ถ้า ณ ปัจจุบันนี้เราใช้กันแดดตัวนี้เพราะเดิมนั้นเราเอาตัวนี้มาทาตัว แต่พอมีผลิตภัณฑ์สำหรับทาตัวเราก็เลยเปลี่ยนมาทาหน้าทันที คือการปกป้องมันสุดยอดมาก จะเทียบกับ Anessa ก็ได้เลยนะเพราะปกป้องถึงขีดสุดจริงๆ ทากี่ครั้งก็กลับมาไม่ดำเลย การปกป้องมันดีเยี่ยมจริงๆ มันเหมาะกับกิจกรรม Outdoor มากๆ และเราเองก็ใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วยเพราะอยู่ใกล้จอคอมทุกวัน ตัวนี้ทาแล้วไม่วอกเลย แล้วก็กันได้ดีสุดๆ ถ้าทากับครีมบำรุงด้วยหน้าจะขาวมากกว่านี้
สครับผิวหน้า
St Ives สูตรแอพฟาริคอต
คือตัวนี้นอกจากจะเน้นขจัดเซลล์ผิวที่ตายออกแล้ว ยังช่วยในเรื่องความขาวกระจ่างใสในระดับหนึ่ง ยังช่วยในเรื่องสิวเสี้ยนรวมไปถึงสิวที่กำลังจะเกิดให้ยุบลงได้ ตัวนี้เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มักจะมาสครับหน้าทุก 2 ครั้ง/สัปดาห์ และก็ตัวนี้ใช้มาตั้งแต่มาเปิดตัวที่ไทยแล้ว สักพักก็หยุดใช้อีกและก็กลับมาใช้อีกครั้งนึงก็ไม่นานนี่เอง ตัวนี้ผิวมันดูใสขึ้น และก็ผิวมันดูเรียบเนียนมากขึ้น สิวยุบลงได้ถ้าใช้กับตัวนี้เพราะสูตรนี้เน้นเรื่องสิวและก็เม็ดจะละเอียดมากก็แนะนำให้ใช้ตัวนี้ดู พอล้างออกจะรู้สึกได้กลิ่นเหมือนยาทานิดหน่อย ความชุ่มชื้นมีแน่นอน
โฟมล้างหน้า
Face Lab สูตรเบอร์ 0
จริงๆที่ได้มาใช้ตัวนี้ก็เพราะได้ดูคลิปรีวิวจากพี่นีน่ามาแล้วทีนี้เราก็เห็นราคาที่ถูกมาก ราคาเพียง 150 บาท แล้วพอเราได้ใช้รู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้นมาก ความชุ่มชื้นก็ได้ในระดับที่ดี และก็ที่น่าทึ่งอีกอย่างก็คือ สิวแทบจะไม่ขึ้นเลยตั้งแต่ใช้ตัวนี้มา ถ้าช่วงไหนเรามีสิวเราจะเน้นล้างบริเวณตรงที่เป็นสิว แล้วสิวก็ยุบไวมาก คือตัวนี้ถูกและก็ดีด้วยจริงๆ
อาหารเสริม
อาหารเสริม Invvhite ของเกรซ กาญจน์เกล้า
คือตัวนี้จะบอกว่าทานมาปีกว่าแล้วค่ะ ตัวนี้จะเน้นในเรื่องความขาวออร่ากระจ่างใส เน้นในเรื่องการปกป้องจากรังสียูวี และก็เน้นในเรื่องผิวที่มีสุขภาพดี และที่สำคัญสามารถทานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดทาน คนเป็นโลหิตจางก็ทานได้ ส่วนตัวแล้วเราทานมาปีกว่ารู้สึกว่ามันขาวอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป มีคนถามเยอะมากว่าทานยังไงถึงจะเห็นผล ก็คือในช่วง 2-3 เดือนแรกแนะนำทานเดือนละ 2 กล่อง แต่พอหลังจาก 3 เดือนแล้วถ้าคุณพอใจกับสีผิวก็ลดเหลือเดือนละ 1 กล่องก็ได้ ทานตามที่เกรซบอกค่ะ 1-2 เม็ดก่อนนอนทุกคืน และก็อีกอย่างเรารู้สึกว่าทานแล้วมันกระปรี้กระเปล่า สดชื่นมากขึ้น และก็มีแรงในการทำอะไรหลายๆอย่างด้วย ผิวมันจะขาวแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปมากกว่าถ้าจะขาวมากกว่านี้แนะนำทานไปเรื่อยๆค่ะ จะเห็นผลมาก
*สุดท้ายเราใช้น้ำมันมะพร้าวในการทาตัว คือต้องทาในช่วงที่เราตัวเปียกหลังจากอาบน้ำนะ ไม่นั้นจะไม่เห็นผล*
กว่าเราจะขาวแบบนี้ได้ก็ใช้ระยะเวลาประมาณเกือบ 2 ปีกันเลยทีเดียว แต่ถ้าเร่งด่วนเลยก็ประมาณ 3 เดือน แต่ต้องมีวินัยถึงจะเห็นผลที่ชัดเจน
และนี่คือรูปในปัจจุบันค่ะ ไม่มีการแต่งภาพใดๆทั้งสิ้น ผิวเริ่มสม่ำเสมอเกือบเท่ากันทั้งหมดแล้ว (ไม่มีการแต่งภาพใดๆทั้งสิ้น และไม่ได้ทารองพื้นด้วย เขียนแค่คิ้วกับทาปากเท่านั้น)
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้