ขออนุญาตเล่ายาวหน่อยนะคะ คือเราได้คบกับผู้ชายคนนึง เมื่อปลายปี แต่มาเลิกกันตอนกลางปีถัดมา ด้วยความที่นิสัยไปกันไม่ได้ เขาเคยมีครอบครัวมาก่อน แต่เลิกกับแม่ของลูกแล้ว เขาก็ดูแลกันเรื่องลูกเท่านั้น ซึ่งเขาเป็นคนรักลูกมากและดิฉันก็รักเขาในจุดนี้ด้วย..และเด็กๆก็เข้ากับดิฉันได้ดีไม่มีปัญหาอะไร..สั้นๆคือดิฉันรับได้..แต่ที่ดิฉันเลิกเพราะความไม่ชัดเจนของเขาเพราะเขาบอกจะไม่แต่งงานกับใคร เพราะแม่ของลูกเขาก็ไม่แต่งไม่จดทะเบียนอะไรทั้งนั้นเขาบอกแคร์ความรู้สึกลูก...เหมือนจะคบกะใครคบไปเฉยๆ..ถ้ารับเขาตรงนี้ได้ก็ไปต่อ เราเลยจบกันแต่ก็ยังไม่ 100% เพราะส่วนตัวดิฉันรักเขามาก เราก็เลยคบกันแบบพี่น้องก็ไม่ใช่แฟนก็ไม่เชิง...เพราะต่างคนต่างยังไม่มีใคร และเราก็ยังมีอะไรกันเหมือนเดิม
แต่ดิฉันเข้าออกบ้านเขาได้ตลอดคือที่ทุกคนที่บ้านของเขารับรู้ทุกอย่าง.....ยกเว้นเรื่องที่เราเลิกกัน
และเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ดิฉันประสบอุบัติเหตุที่บ้านของเขา...จนดิฉันเดินไม่ได้
ซึ่งพี่เขาก็ช่วยรับผิดชอบดูแลดิฉันที่รพ. แต่เรื่องค่ารักษาดิฉันออกเอง ตอนนี้ผ่านมาจะครบปีดิฉันอยู่บ้านพี่เขาตลอด ระยะแรกที่เขาดูแลดิฉันที่รพ. ดิฉันประทับใจและยิ่งรักเขามากขึ้น...แต่เขาไม่รู้ว่าดิฉันยังรักเขาอยู่....จนวันนึงเขาคงไปอ่านไลน์ที่ดิฉันคุยกับเพื่อน ปรึกษาเพื่อนว่าทำยังไงดี กลับมาตกหลุมรักเขาอีกแล้ว...หลังจากนั้นท่าทีพี่เขาก็เปลี่ยนไปเหมือนอ่อนโยนขึ้น..และพยาบาลหรือใครถามที่ รพ.เขาก็บอกว่าดิฉันเป็นแฟน หรือ แฟนเข้ารพ. ดิฉันก็เลยคิดว่าเราใจตรงกัน และกลับมาเป็นแฟนกันอีก พอถึงวันที่ดิฉันออกจาก รพ. และมาพักฟื้นที่บ้านของเขา มุมมองต่างๆ นิสัยที่ไม่เคยเห็นคำพูดที่ไม่เคยได้ยิน....ได้เห็นหมด..จากใจที่พองโตมันฟีบลงทุกวัน...เขาอารมณ์ร้อนมาก...และเขาก็คุยกะผู้หญิงคนอื่นซึ่งไม่ใช่แบบเพื่อน...ถ้าดิฉันไม่พอใจเรื่องอะไรเขาก็จะไล่ไปอยู่ที่อื่น..ถ้าดิฉันเดินได้คงไปนานแล้ว..และดิฉันมีอาการติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะเรื้อรังเลยต้องแอดมิทที่รพ.10 วัน ช่วงนั้นเราทะเลาะกันด้วย..ดิฉันเลยนอนทำใจที่รพ. และคิดว่าคงต้องไปอยู่ที่อื่น..เพราะสภาพจิตใจเริ่มไม่ไหว ทั้งเดินไม่ได้อยู่กับเขาก็เครียด เกือบจะฆ่าตัวตายก็มี..แต่คิดถึงแม่..แม่ดิฉันก็เดินไม่ได้เหมือนกันเป็นอัมพาตครึ่งซีก..จึงเป็นสาเหตุที่ต้องให้แฟนดูแลไปก่อนจนกว่าจะดีขึ้นจนเดินได้ถึงจะกลับไปดูแลแม่..สภาพดิฉันตอนนี้คือภาระของทุกคน แม่ดิฉันเข้าใจและเสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวเรา เพราะดิฉันคือหัวหน้าครอบครัว..แต่พอเป็นแบบนี้แล้ว..จึงต้องยกหน้าที่ดูแลแม่ให้น้องจนกว่าดิฉันจะหายดี..พอดิฉันออกจากรพ. ก่อนจะออก เพื่อนของแฟนที่สนิทกะดิฉันมารับรู้ว่าดิฉันปวดใจเรื่องอะไรและดิฉันบอกว่าจะไปจากบ้านแฟนจริงๆแล้ว..เพื่อนเขาจึงเล่าให้ฟังว่า..ที่ผ่านมาเขาสงสัยมานานว่าแฟนคิดกับดิฉันยังไงกันแน่...แฟนเขาตอบเพื่อนว่าคิดกะดิฉันแค่พี่น้องแต่ไม่กล้าบอก กลัวดิฉันเสียใจ พอดิฉันได้รู้จึงตัดสินใจไปอยู่กะน้อง
แต่.......ก็อยู่ได้ไม่นาน แค่ประมาณ 10 วัน เพราะดิฉันต้องอยู่คนเดียวตลอด...น้องไปทำงานกว่าจะกลับก็ดึกมากๆ พอคนนึงเครียดคนนึงเหนื่อยก็ทะเลาะกัน แฟนเลยรับมาอยู่บ้านเขาเหมือนเดิม...เพราะดิฉันไม่มีที่ไป..เดินไม่ได้ต้องใส่สายฉี่คาไว้ตลอด เพราะเส้นประสาทส่วนรับความรู้สึกตั้งแต่ก้นจนถึงต้นขาชาไปหมด ถ่ายเองได้แต่ปัสสาวะเองยังไม่ได้..มันเลยเสี่ยงต่อการติดเชื้อต้องอยู่โดยมีคนดูแล
...มีครั้งนึงดิฉันเคยถามเขาว่าคิดยังไงกันแน่...มามีอะไรกับดิฉันตลอด...แต่คุยกะผู้หญิงคนอื่น...ตกลงคิดกับดิฉันยังไงแน่..ดิฉันบอกดิฉันรักเขามาตลอดไม่ใช่ว่าไม่รักหรือจะไปเอากะใครก็ได้..และดิฉันก็ให้เกียรติเขาไม่คุยกะใครเลย....แล้วเขาก็ตอบมาว่าเขาคิดกะดิฉันแบบพี่น้อง..แต่ก็อยากจะดูแลจนกว่าดิฉันเดินได้..เพราะสงสารที่ดิฉันไม่มีใคร..ส่วนเรื่องมีอะไรกัน ก็คนมันเคยๆ..สมัยนี้มันสมัยไหนแล้ว..ถ้าต่างคนต่างให้ความสุขกันก็วินวิน..ไม่ต้องไปคิดเยอะ แต่ถ้ามันมีปัญหามากนักก็จะได้ไม่มีอีก....ผ่านมา 1 สัปดาห์ก็ไม่มีอะไรกันและดิฉันก็ทำใจเตรียมพร้อมและใจเริ่มดีขึ้น...แล้วเขาก็เริ่มรุก..เริ่มเข้าใกล้ทีละนิด..จนสุดท้ายก็ลงเอยแบบเดิม..ด้วยความที่ดิฉันเดินไม่ได้ แรงสู้เขาไม่ได้ แล้วเขาก็ก่อกวนทั้งคืน..สุดท้ายก็จบลง...ช่วงที่เราไม่ได้มีอะไรกันเขาก็ไม่ได้คุยกะใครอีกเลย....พอผ่านคืนพี่พลาดไป เขาก็กลับไปคุยกับผู้หญิงคนเดิมอีก...ทั้งคิดถึงทั้งอะไรมากมาย...ดิฉันก็กลับมาสู่โหมด..ใจสลายอีกครั้ง....อยากไปจากจุดนี้มาก..แต่ไปไหนไม่ได้
กลืนไม่เข้าคายไม่ออก..ห้ามโวยวาย..ห้ามมีปัญหาเพราะจะไม่มีที่อยู่....
อยากเดินได้ไวๆ..อยากไปจากตรงนี้..หมอบอกอีก 2 ปีเส้นประสาทถึงจะฟื้น...ตอนนี้ดิฉันใช้วอกเกอร์เดินแต่ถ้าให้ทรงตัวเองก็ล้ม...มันต้องใช้เวลาอีกเป็นปี...แต่จะทนอยู่ในสภาพนี้ยังไงดี...อึดอัดมากค่ะ ร้องไห้จนร้องไม่ออกแล้ว
อยากผ่านจุดนี้ได้ทำยังไงดีคะ??
ต้องอยู่กับคนที่เรารักเขา...แต่เขาไม่ได้รักเราแล้ว "เพราะความจำเป็น"
แต่ดิฉันเข้าออกบ้านเขาได้ตลอดคือที่ทุกคนที่บ้านของเขารับรู้ทุกอย่าง.....ยกเว้นเรื่องที่เราเลิกกัน
และเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ดิฉันประสบอุบัติเหตุที่บ้านของเขา...จนดิฉันเดินไม่ได้
ซึ่งพี่เขาก็ช่วยรับผิดชอบดูแลดิฉันที่รพ. แต่เรื่องค่ารักษาดิฉันออกเอง ตอนนี้ผ่านมาจะครบปีดิฉันอยู่บ้านพี่เขาตลอด ระยะแรกที่เขาดูแลดิฉันที่รพ. ดิฉันประทับใจและยิ่งรักเขามากขึ้น...แต่เขาไม่รู้ว่าดิฉันยังรักเขาอยู่....จนวันนึงเขาคงไปอ่านไลน์ที่ดิฉันคุยกับเพื่อน ปรึกษาเพื่อนว่าทำยังไงดี กลับมาตกหลุมรักเขาอีกแล้ว...หลังจากนั้นท่าทีพี่เขาก็เปลี่ยนไปเหมือนอ่อนโยนขึ้น..และพยาบาลหรือใครถามที่ รพ.เขาก็บอกว่าดิฉันเป็นแฟน หรือ แฟนเข้ารพ. ดิฉันก็เลยคิดว่าเราใจตรงกัน และกลับมาเป็นแฟนกันอีก พอถึงวันที่ดิฉันออกจาก รพ. และมาพักฟื้นที่บ้านของเขา มุมมองต่างๆ นิสัยที่ไม่เคยเห็นคำพูดที่ไม่เคยได้ยิน....ได้เห็นหมด..จากใจที่พองโตมันฟีบลงทุกวัน...เขาอารมณ์ร้อนมาก...และเขาก็คุยกะผู้หญิงคนอื่นซึ่งไม่ใช่แบบเพื่อน...ถ้าดิฉันไม่พอใจเรื่องอะไรเขาก็จะไล่ไปอยู่ที่อื่น..ถ้าดิฉันเดินได้คงไปนานแล้ว..และดิฉันมีอาการติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะเรื้อรังเลยต้องแอดมิทที่รพ.10 วัน ช่วงนั้นเราทะเลาะกันด้วย..ดิฉันเลยนอนทำใจที่รพ. และคิดว่าคงต้องไปอยู่ที่อื่น..เพราะสภาพจิตใจเริ่มไม่ไหว ทั้งเดินไม่ได้อยู่กับเขาก็เครียด เกือบจะฆ่าตัวตายก็มี..แต่คิดถึงแม่..แม่ดิฉันก็เดินไม่ได้เหมือนกันเป็นอัมพาตครึ่งซีก..จึงเป็นสาเหตุที่ต้องให้แฟนดูแลไปก่อนจนกว่าจะดีขึ้นจนเดินได้ถึงจะกลับไปดูแลแม่..สภาพดิฉันตอนนี้คือภาระของทุกคน แม่ดิฉันเข้าใจและเสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับครอบครัวเรา เพราะดิฉันคือหัวหน้าครอบครัว..แต่พอเป็นแบบนี้แล้ว..จึงต้องยกหน้าที่ดูแลแม่ให้น้องจนกว่าดิฉันจะหายดี..พอดิฉันออกจากรพ. ก่อนจะออก เพื่อนของแฟนที่สนิทกะดิฉันมารับรู้ว่าดิฉันปวดใจเรื่องอะไรและดิฉันบอกว่าจะไปจากบ้านแฟนจริงๆแล้ว..เพื่อนเขาจึงเล่าให้ฟังว่า..ที่ผ่านมาเขาสงสัยมานานว่าแฟนคิดกับดิฉันยังไงกันแน่...แฟนเขาตอบเพื่อนว่าคิดกะดิฉันแค่พี่น้องแต่ไม่กล้าบอก กลัวดิฉันเสียใจ พอดิฉันได้รู้จึงตัดสินใจไปอยู่กะน้อง
แต่.......ก็อยู่ได้ไม่นาน แค่ประมาณ 10 วัน เพราะดิฉันต้องอยู่คนเดียวตลอด...น้องไปทำงานกว่าจะกลับก็ดึกมากๆ พอคนนึงเครียดคนนึงเหนื่อยก็ทะเลาะกัน แฟนเลยรับมาอยู่บ้านเขาเหมือนเดิม...เพราะดิฉันไม่มีที่ไป..เดินไม่ได้ต้องใส่สายฉี่คาไว้ตลอด เพราะเส้นประสาทส่วนรับความรู้สึกตั้งแต่ก้นจนถึงต้นขาชาไปหมด ถ่ายเองได้แต่ปัสสาวะเองยังไม่ได้..มันเลยเสี่ยงต่อการติดเชื้อต้องอยู่โดยมีคนดูแล
...มีครั้งนึงดิฉันเคยถามเขาว่าคิดยังไงกันแน่...มามีอะไรกับดิฉันตลอด...แต่คุยกะผู้หญิงคนอื่น...ตกลงคิดกับดิฉันยังไงแน่..ดิฉันบอกดิฉันรักเขามาตลอดไม่ใช่ว่าไม่รักหรือจะไปเอากะใครก็ได้..และดิฉันก็ให้เกียรติเขาไม่คุยกะใครเลย....แล้วเขาก็ตอบมาว่าเขาคิดกะดิฉันแบบพี่น้อง..แต่ก็อยากจะดูแลจนกว่าดิฉันเดินได้..เพราะสงสารที่ดิฉันไม่มีใคร..ส่วนเรื่องมีอะไรกัน ก็คนมันเคยๆ..สมัยนี้มันสมัยไหนแล้ว..ถ้าต่างคนต่างให้ความสุขกันก็วินวิน..ไม่ต้องไปคิดเยอะ แต่ถ้ามันมีปัญหามากนักก็จะได้ไม่มีอีก....ผ่านมา 1 สัปดาห์ก็ไม่มีอะไรกันและดิฉันก็ทำใจเตรียมพร้อมและใจเริ่มดีขึ้น...แล้วเขาก็เริ่มรุก..เริ่มเข้าใกล้ทีละนิด..จนสุดท้ายก็ลงเอยแบบเดิม..ด้วยความที่ดิฉันเดินไม่ได้ แรงสู้เขาไม่ได้ แล้วเขาก็ก่อกวนทั้งคืน..สุดท้ายก็จบลง...ช่วงที่เราไม่ได้มีอะไรกันเขาก็ไม่ได้คุยกะใครอีกเลย....พอผ่านคืนพี่พลาดไป เขาก็กลับไปคุยกับผู้หญิงคนเดิมอีก...ทั้งคิดถึงทั้งอะไรมากมาย...ดิฉันก็กลับมาสู่โหมด..ใจสลายอีกครั้ง....อยากไปจากจุดนี้มาก..แต่ไปไหนไม่ได้
กลืนไม่เข้าคายไม่ออก..ห้ามโวยวาย..ห้ามมีปัญหาเพราะจะไม่มีที่อยู่....
อยากเดินได้ไวๆ..อยากไปจากตรงนี้..หมอบอกอีก 2 ปีเส้นประสาทถึงจะฟื้น...ตอนนี้ดิฉันใช้วอกเกอร์เดินแต่ถ้าให้ทรงตัวเองก็ล้ม...มันต้องใช้เวลาอีกเป็นปี...แต่จะทนอยู่ในสภาพนี้ยังไงดี...อึดอัดมากค่ะ ร้องไห้จนร้องไม่ออกแล้ว
อยากผ่านจุดนี้ได้ทำยังไงดีคะ??