แชร์ประสบการณ์แอบรักเพื่อนร่วมห้อง

กระทู้คำถาม
คือเกิ่นก่อนนะคะ ช่วงเปิดเทอมแรก เรากับเขาก็เป็นเพื่อนกันปกติค่ะแทบจะไม่เคยคุยกันเลย แต่มาวันนึงเราทะเลาะกับแฟนแฟนเราอยู่มหาลัยค่ะ เรากับพี่เขาเลิกกันด้วยความห่างกันแล้วก็อะไรหลายๆอย่าง แล้วช่วงนั้นเราแย่มากจริงๆ เราก็ได้เขานี่แหละที่เข้ามาคุยด้วย ทำให้เรารู้สึกดีแต่ตอนนั้นเขาก็มีแฟนอยู่ เราก็พยายามจะให้ความสัมพันธ์ของเรากับเขาจบแค่นั้นตอนนั้นยอมรับนะคะว่ากลัวใจตัวเองมากว่าจะเผลอไปคิดกับเขามากกว่าเพื่อน แต่สุดท้ายไม่ว่าจะพยายามยังไงเขาเองก็กลับเล่นด้วยกับเราส่ะงั้น เราทั้งคู่คุยกันทั้งๆที่เขามีแฟนอยู่แล้ว ช่วงนั้นปิดเทอมจะขึ้นเทอม2พอดี เรากับเขาต้องมาทำกิจกรรมที่ร.ร ด้วยกันบ่อยๆ เขาไปรับเราที่บ้านทุกวันมาร.ร พร้อมกัน แต่เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราสองคนเพราะกลัวแฟนเค้าจะรู้ เราสองคนก็แอบคุยกันมาเรื่อยๆ จนวันนึงเรากับเขาดันไปมีอะไรกันโดยไม่ได้ตั้งใจ สุดท้ายเขาก็ต้องเลิกกับแฟนมารับผิดชอบเราแล้วเราสองคนก็คบกัน  ต่อจากนี้แหละค่ะจุดเริ่มต้น  เปิดเทอมมาแรกๆที่เราคบกันอะไรก็ดีไปหมดเลยค่ะ อยู่ห้องเดียวกันนั่งใกล้กัน ไปไหนไปด้วยกัน พามาหาพ่อแม่ เขาก็พาเราไปหาพ่อแม่เขาด้วยเหมือนกัน ดูเหมือนอะไรหลายๆอย่างจะลงตัวดีมากๆ แต่พอเข้าเดือนที่สอง ใจเราเริ่มไม่นิ่งเลย เราแอบคุยกับคนนู้นคนนี้ นอกใจเค้าบ่อยๆ เค้าจับได้ทุกครั้ง เค้าก็ให้โอกาสเรามาตลอดนะคะ แต่เราเองก็ไม่เคยจะคิดได้เลย เขาจะมีกฎเยอะแยะมากมายให้เราทำ เช่น ต้องกลับบ้านก่อนเวลาที่เขากำหนด ห้ามแต่งหน้า ห้ามโกหก ห้ามแอบคุย ห้ามเราเยอะมากๆ แล้วตอนนั้นยอมรับว่าซ่ามาก แอบทำทุกอย่างที่เขาห้ามเลยค่ะ เหนื่อยที่จะต้องอยู่กับการโดนเขาบังคับอยู่กับกรอบที่เขาสร้างไว้  เราก็หาเรื่องทะเลาะกันเรื่อยๆอะไรหลายๆอย่างระหว่างเราก็แย่ลง เราโกหกเขาบ่อยมาก มากจนวันนึงเขารับไม่ได้เขาเลยบอกเลิกเรา แต่ก็นะด้วยความที่เขาให้โอกาสเรามาตลอด เราก็ยังขอกลับไปแล้วเขาก็ยังให้โอกาส แต่สุดท้ายเราก็ทำความเชื่อใจของเขาพังลงไปอีก เขาไม่ได้บอกเลิกเรานะแต่เขาให้เรากลับไปเป็นแค่เพื่อน เพื่อนที่ยังกอดกันได้ พูดแล้วก็แบบเราทำเค้าเสียใจขนาดนั้นเขายังทนกับเราขนาดนี้ ความรู้สึกตอนนั้นเราเลยทักไปหาเค้าว่าเรายอมแพ้กับความสัมพันธ์นี้แล้วนะ จริงๆในใจเราอะไม่ได้อยากเสียเขาไปหรอก แต่เรารู้สึกแย่ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราไม่เคยรักเขาคนเดียวสักครั้งเลย เราสงสารเขา ด้วยความที่เราอยู่ห้องเดียวกันพอเราเลิกกันเรากับเขาก็มองหน้ากันไม่ติด ไม่เคยคุยกันอีกเลย แค่มองหน้าก็ไม่กล้ามอง เค้ามีแซะเราด้วย ความรู้สึกตอนนั้นคือก็รู้แก่ใจว่าเค้าคงเกลียดเรามากๆแหละที่ทำกับเขาขนาดนั้น  เราก็พยายามอยู่นานที่จะลืมเขา จนกระทั่งปิดเทอมใหญ่เราได้คุยกับเพื่อนผช. ต่างห้องคนนึง เข้ามาทำให้เราดูมีชีวิตชีวาขึ้น ทำให้เรารู้สึกกับเขามากๆจนเราลืมรักเก่าไปเลยแหละ เรากับเขาคุยกันมาประมาณสักพักใหญ่ๆช่วงปิดเทอม เราไปเที่ยวด้วยกันไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมากๆ เราสนิทกันมาก  จนเปิดเทอมเรื่อยชั้นใหม่มาเรากับเค้าก็ยังคุยกันเหมือนเดิม แต่ตัวเราเองดันมีความรู้สึกว่าไม่อยากให้แฟนเก่าเพื่อนร่วมห้องของเราเนี่ยรู้ว่าเรามีคนคุย มีคนมาทำให้รู้สึกดี ลืมเขาได้แล้วนะอะไรอย่างงั้น เราเลยปฏิเสธคำขอเป็นแฟนของเพื่อนคนนี้มาตลอด จนวันนึงความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขาก็พัฒนา เรารู้สึกว่าเราพร้อมที่จะมีเขาจริงๆแล้ว เราเองนี่แหละที่ขอเขาเป็นแฟน หลังจากนั้นทุกอย่างดีมากๆ แต่พอนานไปเราก็เริ่มตั้งกฎอะไรบางอย่างขึ้นมา เพราะเราเริ่มไม่ไว้ใจเขากับเพื่อนร่วมห้องของเขา เราจะบอกเขาเสมอว่าอย่านอกใจเรานะ อย่าโกหกเรานะ ซึ่งเขาก็ทำเราผิดหวัง เค้าโกหกเราบ่อยมาก นอกใจเราด้วย ใช่ค่ะทุกอย่างที่เขาทำมันเหมือนกับเราโดนกอเทปกลับเลย ทุกอย่างมันเหมือนกับที่เราทำไว้กับแฟนเก่าเลย  แฟนเก่าเขาทำให้เราเลยคิดได้ค่ะทำให้เราอยากจะเปลี่ยนตัวเองเราตั้งใจว่าจะรักเขาอย่างซื่อสัตย์และไม่โกหกเขา ซึ่งเราดีใจมากเลยนะที่ตัวเราเองทำได้ แต่เราเองที่ผิดคนผิดเวลา เรากับเขาไปต่อกันไม่ได้สุดท้ายเราก็เลิกกัน เรามองหน้ากันไม่ติด เราเกลียดกันมาก เราเลิกกันด้วยเหตุผลที่ค่อนข้างรุนแรงมากๆ  จนเวลาผ่านไปเราก็ค่อยๆลืมเขาไป เราก็กลับมาอยู่กับตัวเองสักพักนึง เราไม่ได้เอาใครเข้ามาในชีวิตเราอีกเลย จนวันนึงห้องเรามีคอลไลน์กลุ่มห้องกัน ทุกคนก็เข้ามาคุยงานกัน พอคุยกันเสร็จทุกคนก็วางสายไป แต่เราแอบไปอาบน้ำมาคาสายทิ้งไว้ พอกลับมาดูเราก็เห็นว่าเออมีแฟนเก่าเราเขายังไม่ได้วางสาย แล้วในคอลก็เหลือแค่เราสองคน เรากับเขาก็เหมือนรู้ๆอยู่ในใจว่ามันคงเป็นจังหวะที่จะได้คุยกันมั้ง เราก็เลยตัดสินใจถามเขาไปว่า ยังเกลียดกันอยู่มั้ย คำตอบที่เขาตอบเรากลับมาคือขี้เกียจจะเกลียดแล้ว คือระหว่างที่เรารอคำตอบของเขาน้ำตาเราคลอแล้วพอได้ยินคำตอบของเขาเราน้ำตาร่วงเลยค่ะ คือเหมือนเค้าให้โอกาสที่เราจะได้คุยกัน แต่แค่สถานะเพื่อนนะคะ เราคุยกันไปประมาณชั่วโมงกว่าจบบทสนทนาด้วยการบอกฝันดีกัน คืนนั้นเป็นคืนที่เรามีความสุขที่สุด เราดีใจมากเหมือนความรู้สึกอึดอัดในห้องเรียนตลอดเวลาที่ผ่านมาของเราได้ปลดล็อก หลังจากวันนั้น เราก็ได้มาทำงานห้องเรากับเพื่อนๆทุกคนซึ่งรวมถึงเขาด้วยอยู่ทำงานด้วยกันจนดึก แล้วด้วยความที่มันดึกแล้วทางบ้านของเขามารับ เขาก็ชวนเพื่อนๆขี้นรถไปด้วย ด้วยความที่มันมืดตอนขึ้นรถเราก็มองไม่เห็นรู้ตัวอีกทีคือเราได้มานั่งข้างๆเขา ตอนนั้นใจเรามันเต้นแรงมากเหมือนจะหลุดออกมา เรารู้สึกเลยว่าเขากลับมามีอิทธิพลต่อใจเราอีกครั้ง หลังจากวันนั้นไปประมาณ3-4วันเขาก็ทักมาหาเรา ด้วยคำถามที่ว่ากูงี่เง่ามั้ย คือเป็นประโยคคำถามสั้นๆที่ทำให้เราตื่นเต้นที่จะตอบมาก เราก็ตอบไปห้วนๆเลยค่ะว่าไม่ แล้วเขาก็ตอบกลับมาประมาณว่าโอเค แล้วก็จบการสนทนาระหว่างเรากับเรา จนผ่านไป2-3วันได้ค่ะ เขาทักเรามาอีกเราก็พยายามอ่านช้าๆ ตอบสั้นๆ ให้ดูเหมือนไม่อยากคุย ถือว่าฟอร์มเยอะพอตัวเลยแหละค่ะ ทั้งที่ในใจอยากคุยกับเขามากๆ  เจากวันนั้นเรากับเขาก็กลับมาคุยกันปกติ เราคุยกันบ่อยขึ้นๆ คุยกันทุกวัน คอลกันคาสายกัน ทุกวันทำตัวเหมือนคนเป็นแฟนกันเลยค่ะ จนเขาถามขึ้นมาว่าเราจะเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้จริงๆหรอ เราเกินมาเยอะแล้วนะ ใจเรานี่กลัวมากเลยค่ะ เลยตอบกลับไปว่าทำไมจะไม่ได้หละ เป็นเพื่อนกันอะดีแล้ว ไม่อยากเสียไปอีก หลังจากนั้นเรากับเขาก็คุยกันมาเรื่อยๆ เพื่อนๆในห้องเริ่มรู้ว่าเรากลับมาคุยกัน เพื่อนบางคนก็ไม่โอเคถ้าจะกลับไปคบกัน เราตกลงกันแล้วว่าจะเป็นแค่เพื่อน แต่นานไปใจเรามันก็คิดแค่เพื่อนไม่ไหว คนเรามันเคยรักกัน แต่จนวันนึงเรากับเขาได้มีโอกาสไปงานวันเกิดเพื่อน คนเยอะมากเรายอมรับว่าอึดอัดค่ะตอนนั้น เขาชวนเราออกไปเดินเล่นตอนประมาณ2ทุ่ม  เราก็ออกมากับเขาค่ะเพราะคิดว่าเขาคงมีอะไรที่อยากจะบอกกับเรา เราสองคนไปนั่งคุยกับที่สนามเด็กเล่นเรากับเขานั่งคนละที่เลยค่ะ ไกลกันพอตัว แต่พอเราย้ายมานั่งที่ม้าหินเค้าก็มานั่งข้างๆเรา เปิดเพลงให้ฟัง เราก็เล่นโทรศัพท์ไม่สนใจเขา จนเขาดึงโทรศัพท์ออกจากมือเราแล้วก็บอกให้หยุดเลย เขาถามกับเราว่าถ้าไม่มีโทรศัพท์จะทำอะไร เราก็ไม่ได้ตอบอะไรไปนะคะ เราก็นั่งเฉยๆอยู่ดีๆเขาก็ขยับมานั่งชิดเราเลยค่ะ ใจเราเต้นแรงมากแต่เราพยายามเก็บอาการ เขาขอเราจับมือค่ะ พอจับมือกันเขาบอกว่ารู้สึกแปลกๆ เราแบบตอบอย่างประชดไปเลยค่ะว่าจะเหมือนเดิมได้ยังไงหละ เราก็เลยรีบปล่อยมือเขาออก เขาก็เอามือมาโอบไหล่เรา เรารู้สึกดีกับเขามากๆเลย แต่ก็พยายามหักห้ามใจว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน แล้วเราก็คุยกันไปๆมาๆเราก็พูดขึ้นมาว่าใกล้จะวันครบรอบ1ปีแล้วนะถ้าตอนนี้เรายังคบกันอยู่ ยังจำมันได้อยู่มั้ย เขาตอบวันเดือนปีมาเลยค่ะ ทำให้เรารู้ว่าเขายังไม่ลืม เราแอบดีใจลึกๆ แล้วอยู่ๆฝนก็ตกค่ะ แต่มันก็แค่ปรอยๆเราเลยนั่งต่อไปแต่เขากลับบอกให้เรารีบกลับแต่ใจเรายังไม่อยากกลับ เราเลยบอกเขาว่ากลับไปก่อนเลยจะกลัวอะไรฝนก็แค่เปียก เป็นประโยคที่เขาเคยพูดกับเราไว้ค่ะ แล้วเขาก็พูดกลับมาว่านั่นกูอะเปียกได้แต่อะห้ามเปียกเดี๋ยวไม่สบาย แงงตอนนั้นแบบจาร้องแล้วเรากำลังจะกลับบ้านกันเขาหันมากอดเราค่ะ ใจเราเต้นแรงเหมือนจะหลุดอีกครั้ง แล้วเขาก็ขอจูบเรา ตอนนั้นในใจคือเราเป็นเพื่อนกัน เราเลยรีบกลับบ้านค่ะ หลังจากนั้นเรากับเขาก็ยังคุยกันมากเรื่อยๆ เรารู้สึกดีกับใครอีกครั้ง จนมาวันจันทร์เขาชวนเราไปดูหนังวันอาทิตย์เราก็รอจนเสาร์เขาทักมาบอกเราว่าไม่ไปแล้วนั ตอนนั้นคือแบบเฟลมากๆ เรารอแกตั้งนานอะแอบเสียใจ แต่ก็ไม่เป็นไรโอเคอยู่ แต่วันนึงมาเห็นว่าเขาคุยกับรุ่นน้องแล้วน้องเขาก็น่ารักมากด้วย แล้วเขาก็เหมือนจะยังคุยๆกับแฟนเก่าอยู่ เราเลยเตรียมใจว่าเราต้องเซฟความรู้สึกตัวเองแล้วนะ เราต้องออกมาแล้ว แล้วเขาก็ชวนเราไปดูหนังวันเสาร์อีกครั้งนึง
แต่เราเลือกที่จะมูฟออนจากเขาเราคุยกันน้อยลง ไม่คอลกัน แต่ยังคุยๆกันแต่เป็นต่อหน้ามากกว่า ในแชทแทบไม่คุยกันเลยค่ะ เราหายไป ไม่อ่านไม่ตอบ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจกับการที่เราหายไปเลย เรารู้สึกว่าการที่เราหายไปเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร  แต่เราก็ยังเลือกที่จะรอเขานะคะ รอจนถึงทุกวันนี้ ไม่มีใครแทนเขาได้เลยค่ะ เราเป็นคนเดียวที่เราต้องการ มันต้องเป็นเขาเท่านั้น เขาเป็นคนที่เปลี่ยนเราให้ไปได้ทางที่ดีขึ้น เขาทำให้เราคิดอะไรหลายๆอย่างได้ เราเลยเลือกที่จะรอเขาค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสเราอยากให้โอกาสนี้มันคือช่วงวัยที่เราโตกันกว่านี้ เราจะได้ไม่ต้องเลิกกันไปอีก มันคือความทรงจำดีๆสำหรับเรา ในช่วงมัธยมปลายที่แม้จะโคตรเจ็บแต่เราก็เคยรักใครสักคนนึงด้วยหัวใจที่ตั้งใจจะรักจริงๆ ต่อจากนี้จะคอยดูแลอย่างห่างๆนะ ขอบคุณสำหรับบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ ขอบคุณจริงๆ เราจะรอแกและจะรักแกไปเรื่อยๆเลยนะ จากฉัน..0210
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่