ไม่ต้องสาธยายมาก....
ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า นิพพาน ฯ
นิพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง...............................
เอาแค่ 2 ประโยคนี้ก็เหลือกินแล้ว ในเมื่อผมปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวทแล้ว ตามแนวทางศีล สมาธิ ปัญญา
จนที่สุดสามารถกำจัดราคะ โทสะ โมหะ ได้หมดสิ้นไม่มีส่วนเหลือ อวิชชาดับสนิทได้เป็นเป็นพระอรหันต์
อย่างถูกต้องกับเขาคนหนึ่ง
แต่ยังไม่ตาย ยังมีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อยู่เหมือนเดิม ยังเห็น ได้กลิ่น รู้รส รู้หนาว รู้ร้อน ยังรู้อารมณ์
แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อาจสามารถทำให้ผมสทกสท้านหวั่นไหว กระทบแล้วก็เฉยๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยังควบคุมรักษาความสุข( นิพพาน)ที่มีไว้ได้เหมือนเดิมอย่างเหนียวแน่น ไม่มีอะไรที่จะมาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ได้อีก
ถามว่า...
มันจะเป็นไปได้มั้ยที่ผมจะกลับไปเป็นปุถุชนอย่างเดิม เพราะบังคับบัญชา(นิพพาน)ความสุขไม่ได้
ปล่อยให้ความทุกข์เข้ามาแทรกเพราะแพ้ต่อกิเลส ?
เมื่อนิพพานเป็นของผม ผมจึงสามารถควบคุมบังคับบัญชาได้.
ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า นิพพาน ฯ
นิพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง...............................
เอาแค่ 2 ประโยคนี้ก็เหลือกินแล้ว ในเมื่อผมปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวทแล้ว ตามแนวทางศีล สมาธิ ปัญญา
จนที่สุดสามารถกำจัดราคะ โทสะ โมหะ ได้หมดสิ้นไม่มีส่วนเหลือ อวิชชาดับสนิทได้เป็นเป็นพระอรหันต์
อย่างถูกต้องกับเขาคนหนึ่ง
แต่ยังไม่ตาย ยังมีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อยู่เหมือนเดิม ยังเห็น ได้กลิ่น รู้รส รู้หนาว รู้ร้อน ยังรู้อารมณ์
แต่สิ่งเหล่านั้นไม่อาจสามารถทำให้ผมสทกสท้านหวั่นไหว กระทบแล้วก็เฉยๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยังควบคุมรักษาความสุข( นิพพาน)ที่มีไว้ได้เหมือนเดิมอย่างเหนียวแน่น ไม่มีอะไรที่จะมาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ได้อีก
ถามว่า...
มันจะเป็นไปได้มั้ยที่ผมจะกลับไปเป็นปุถุชนอย่างเดิม เพราะบังคับบัญชา(นิพพาน)ความสุขไม่ได้
ปล่อยให้ความทุกข์เข้ามาแทรกเพราะแพ้ต่อกิเลส ?