ลูกที่ถูกคาดหวังให้ดูแลพ่อแม่ ต้องแบกรับอะไรบ้าง

        สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องจะเล่านะคะ คือว่าเราเป็นลูกคนเล็กที่พึ่งเรียนจบและกำลังหางานทำ แต่อยู่ดีๆแม่เราที่ป่วยเป็นมะเร็งเริ่มมีอาการทรุดลง เดินไม่ได้ ทำให้เราต้องรับหน้าที่หลักในการดูแลแม่ ญาติเราหลายคนบอกว่าไม่ต้องไปหางานทำนะ ดูแลแม่อยู่บ้านไป ซึ่งเราก็ทำอย่างเต็มที่ รวมถึงทำงานบ้านทุกอย่างด้วย เราเต็มใจทำค่ะ แต่สิ่งที่ทำให้เราท้อมากเลยคือการต้องอยู่กับพ่อด้วย เรากับพ่อเข้ากันไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยพูดกันมานานแล้วว เนื่องจากเค้าเป็นคนอารมณ์ร้อน และก็เป็นคนคิดลบ เราจึงไม่ค่อยเล่าอะไรให้เค้าฟังเพราะเล่าไปก็โดนด่าอยู่ดี และพอแม่ป่วย พ่อเราเริ่มอารมณ์เสียง่ายขึ้นที่ต้องอยู่กับคนป่วย  แต่ละคำเราฟังแล้วเครียดแล้วก็สงสารแม่มากค่ะ
        แล้วล่าสุดนี้ มีคนติดต่อให้เราไปสอบสัมภาษณ์ ซึ่งเราสมัครไว้ตั้งแต่ก่อนที่แม่จะอาการทรุด เราอยากไปมากบอกพ่อแม่เรียบร้อยว่าขอไปวันนึง เค้าก็ให้เราไป แต่พอถึงวันที่จะไปสอบจริงๆเค้าไม่ยอมให้เราไปค่ะ พ่อเค้าบอกว่าแม่อาการหนักขนาดนี้ยังจะไปอีกหรอ และพ่อยังย้ำอีกว่าถึงสอบไปเค้าก็ไม่รับเราหรอก ซึ่งเค้าพูดหลายรอบแล้วแต่เราพยามไม่ฟัง เราเสียใจมากค่ะเพราะเราเตรียมหาข้อมูล เตรียมเสื้อผ้าเพื่อจะไปสอบแล้ว แต่ดันมาห้ามกันกะทันหันแบบนี้ทำให้เราตั้งตัวไม่ทันน่าจะบอกกันให้เร็วกว่านี้ถ้าจะไม่ให้ไป
        ตั้งแต่เราเรียนจบมาเราอยู่แต่กับบ้าน โรงพยาบาล2ที่ค่ะ ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านยังไม่ได้ออกไปเลยค่ะ เนื่องจากพ่อเราเลี้ยงแบบเข้มงวดมาก ไม่ให้เราไปไหนเลยอึดอัดจริงๆ ถึงเราจะขับรถได้แล้ว (มีใบขับขี่มา3ปี) แต่เค้าก็ยังไม่ให้เราไป จะไปไหนเค้าต้องไปส่งและรอรับกลับ ซึ่งถ้าไม่จำเป็นเค้าก็ไม่ไปส่งเพราะเค้าห่วงบ้านห่วงรถ เรารู้สึกว่าชีวิตเราไม่มีอิสระเลย เวลาเค้าออกไปธุระของตัวเองเค้าจะขังเราไว้ล็อคกุญแจไม่ให้เราออกไปไหนค่ะ ตั้งแต่เด็กแล้วปิดเทอมของเราคือการอยู่บ้านเฉยๆค่ะ โชคดีที่ตอนอยู่หอได้ไปไหนตามใจตัวเองบ้าง และการเข้มงวดของพ่อทำให้เราเป็นคนเงียบๆ ไม่กล้าตัดสินใจและเข้าสังคมไม่เก่งเลย  

เล่ามาถึงตอนนี้แล้ว เราแค่อยากจะบอกว่าเราไม่ได้เหนื่อยที่ดูแลแม่ แต่เราท้อใจที่ต้องอยู่กับพ่อสภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้เราเครียดจนไม่อยากอยู่แล้ว เคยคิดว่าถ้าเราอยู่กับแม่แค่2คนอะไรๆก็คงจะดีกว่านี้ ขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้นะคะเรารู้สึกจริงๆ อ่อส่วนพี่ไปทำงานค่ะจะกลับมาแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ เราดีใจมากเวลาพี่กลับมา เพราะอย่างน้อยก็มีเพื่อนคุยและเค้าชอบซื้อของอร่อยๆมาให้ค่ะ แล้วก็เราอยากถามทุกคนว่าเราผิดมากมั้ยที่อยากมีชีวิตของตัวเองบ้าง ถ้ามีคนเรียกให้ไปสัมภาษณ์อีกควรจะไปดีมั้ยคะ ถ้าไปจะดูเห็นแก่ตัวรึเปล่า หรือแค่ดูแลแม่อยู่บ้านดี จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ

*อัพเดตนะคะ ตอนนี้แม่กลับมาเดินได้แล้วค่ะ อะไรๆเริ่มดีขึ้น ยังไงก็ขอบคุณหลายๆคนที่เข้ามาแนะนำให้กำลังใจอย่างมีเหตุมีผล และใช้ถ้อยคำอย่างสุภาพทำให้เรามีกำลังใจมากกว่าเดิม ขอบคุณมากๆค่ะlove
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ก่อนอื่นชื่นชม ในความกตัญญูของ จขกท ขอให้สำเร็จเจริญๆ ในทุกสิ่งนะครับ
แนะนำ
ปรึกษา กับ ลูกๆคนอื่นครับ ในการหาทางออกครับ
เพราะคุณพึ่งเรียนจบ ต้องมีชีวิตของตัวเอง มีรายได้ของตัวเอง
พอคุณไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง พ่อคุณจะมองเป็นเด็กน้อยอยู่อย่างนั้นไม่โต
เพราะอะไรๆต้องขอจาก พ่อ หมด

จึงควรปรึกษากันหาทางออกในเรื่องนี้
คุณไปทำงานนำเงินจ้างพยาบาลก็เป็นไปได้
ทางออกไม่ได้มีทางออกเดียว โดย คุณเป้นผู้เสียสละและต้องทนอยู่แบบนี้ และพ่อคุณก็จะมองว่าคุณเป็นเด็ก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่