### เรื่องเล่าในรั้วปีศาจแดง 2004/2005 ###

"เก่งจริงวิ่งไปฟ้องพ่อแกเลยสิเว้ย"

               รุด ฟาน นิสเตลรอย ตะโกนลั่นใส่หน้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังปะทะกันตอนซ้อม แล้วรุ่นน้องโวยว่าเล่นแรงเกินความจำเป็น
มันจุดให้อารมณ์ โรนัลโด้ พลุ่งพล่านกว่าเก่า เพราะพ่อที่แท้จริงกำลังป่วยหนักด้วยโรคร้าย รักษาตัวอยู่โปรตุเกส

               อย่างไรก็ตาม "พ่อ" ในความหมายของ รุด คือ คาร์ลอส เคยรอช มือขวาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูวัน
เคยรอช เป็นคนโปรตุกีสเหมือนกัน คุยกันรู้เรื่อง อีกทั้คือผู้อยู่เบื้องหลังใช้สายสัมพันธ์ดึง โรนัลโด้ มาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน

              จริงๆ ก่อนหน้านั้น รุด เคยบ่นกระปอดกระแปดเกี่ยวกับ โรนัลโด้ ในทางลบให้กับ เคยรอช ฟังอยู่บ่อยหน จนกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญ
บางทีพี่ม้ายังลามปามไปตอแยกับ แกรี่ เนวิลล์ ซึ่งไม่ยอมลงรอยให้ใครง่ายๆ อีกต่างหาก
นอกจากนี้ยังไปโชว์เก๋าใส่ ดาวิด แบลลิยอง จนหวิดจะเปิดศึกกันอีกด้วย

              ย้อนไปซีซั่น 2004/2005 แมนฯยูไนเต็ดผ่านเข้าไปชิงเอฟเอคัพกับ อาร์เซน่อล ซึ่งฟอร์มของ รุด ไม่ดีเหมือนเดิม ทำให้ เฟอร์กี้ ต้องตัดสินใจหนักเพื่อเลือก 11 คนแรก

                     แต่ไม่นานนัก เดวิด กิลล์ ซีอีโอของทีมบอกว่าเอเยนต์ของ รุด มาหา แจ้งว่านักเตะขอย้ายทีม ด้วยเหตุผลว่าสโมสรแห่งนี้ไร้อนาคต
แล้วเล่าว่าไม่เชื่อมั่นที่สโมสรไว้วางใจเด็กไร้เดียงสาอย่าง เวย์น รูนี่ย์ หรือ โรนัลโด้ ฉะนั้นจึงตัดสินใจขึ้นบัญชีย้าย
แต่ เฟอร์กี้ เกลี้ยกล่อมให้อยู่อีกปี ซึ่งเรื่องน่าจะจบ

                    กระนั้นสถานการณ์ไม่ได้กระเตื้องไปกว่าเดิม เพราะ รุด ดื้อดึงรั้นมาก  ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปีศาจแดงสามารถฝ่าด่านไปถึงนัดชิงชนะเลิศลีกคัพได้ โดยเจอกับ วีแกน ที่ดูชื่อชั้นอ่อนกว่าหลายขั้นอยู่  ปกติรายการนี้ เฟอร์กี้ เปิดโอกาสให้ หลุยส์ ซาฮา เล่นอยู่ตลอด เพราะไม่ค่อยได้ลงในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นไม่แฟร์แน่ถ้าจะเข็น รุด ลงเป็นตัวจริง

                       แมนฯยูไนเต็ด เป็นฝ่ายครองเกมรุกใส่ คอนโทรลทุกอย่างไว้ในกำมือ เมื่อเห็นว่าสกอร์ขาดไม่มีอะไรให้น่ากังวลแล้ว เฟอร์กี้ จึงคิดว่าควรส่ง เนมานย่า วิดิช กับ ปาทรคิ เอฟร่า ที่เพิ่งย้ายมาช่วงตลาดหน้าหนาวให้ลงสัมผัสเกมนัดชิงบ้าง
โควต้าเปลี่ยนตัวเหลืออีก 2 คน จึงหันไปบอกกับ รุด ว่าจะให้โอกาสเด็กใหม่ 2 นี้นะ นั่นหมายความว่า ดาวยิงดัตช์จะมีสถานะ "สำรองไม่ได้ใช้งาน"

                       พอได้ยินเจ้านายพูดมาอย่างนี้ รุด กับสบถออกมาเสียงดังชนิดทุกคนแถวนั้นได้ยินกันหมด - "ไอ้แก่เอ๊ย"
เคยรอช นั่นอยู่ใกล้ๆ ต้องหันไปตวาดในเชิงปรามไว้ เพื่อนร่วมทีมบางคนก็บอกให้ทำตัวดีๆ หน่อย
เฟอร์กี้ ไม่พูดอะไรอีกเลย นั่นหมายความว่าชะตาของ รุด ขาดแล้ว
จบฤดูกาลนั้น แมนฯยูไนเต็ด ยอมขายแบบขาดทุนไปให้ เรอัล มาดริด แค่ 11 ล้านปอนด์
แค่ประโยคเดียวนั้นเอง ทำให้สัมพันธ์ที่สร้างมานานพังครืนลงมาทันที

----------------------

                มกราคมปี 2010 มีข้อความส่งมาหา เฟอร์กี้ ก่อนจะรู้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมาว่าต้นทางคือ รุด ฟาน นิสเตลรอย
เมื่อรู้ว่าอดีตเจ้านายสะดวกจึงโทรมาคุยด้วย

               ตอนแรก เฟอร์กี้ คิดว่าคงมาปรึกษาเรื่องย้ายทีมหรือไปเล่นต่างแดน แต่จริงๆ คุยเรื่องทั่วไปมากกว่า
กระทั่ง เฟอร์กูสัน ถามย้ำว่ามีอะไรกันแน่ นั่นแหล่ะจึงได้ยินคำว่า "ผมขอโทษ" ออกมา

               รุด รู้สึกผิดบาปกับการกระทำในวันนั้น สำนึกอาจจะเกาะกินในใจมาพักใหญ่ แล้วเมื่อไม่สบายใจมากเข้า จึงต้องโทรมาบอก
ป๋าให้อภัย ไม่ว่ากันหรอก หนักกว่านี่ก็เจอมาแล้ว

.....ได้ข่าวมาว่าช่วงหลังพี่ม้าดูห่วงใยปีศาจแดงมากเป็นพิเศษ วิจารณ์หรือแนะนำหลายอย่างออกสื่อ


เครดิต : แฟนเพจ  ดร.พิว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่