ก่อนผ่านโปร เราคิดว่ามรสุมลูกนี้มันคือบททดสอบของชีวิตเรา
ตลอดการทำงานของเราเมื่ออยู่ที่นี่ การทำงานที่นี่จากที่มีความสุขมากจนตอนนี้ติดลบ เราต้องอยู่กับคนที่เขาคิดบวกเพื่อบำบัดตัวเอง เคยนั้งรถไปทำงานแต่กลับเดินไปวัดใกล้ๆ ที่ทำงานเพื่อไปทำบุญไปนั่งสมาธิก็มี จนวันนี้มีคำถามเกิดขึ้นในใจว่าเราจะไม่ให้ราคากับคนเหล่านั้นได้ไหม
บางคนลืมไปแล้วว่าการเอ็นดูเขาเราถึงทำแบบนี้หรือไอ้ที่เรียกกันว่า"รักหรอกจึงหยอกเล่น" มันเป็นเพียงความคิดเข้าข้างตัวคุณเอง บางคนเอ็นดูจนสนุกปาก ล้อปมคนอื่น ชอบหักหน้าคนอื่น อวดอ้างสรรพคุณตัวเองว่ายื่นหนึ่งในทุกๆ เรื่อง คนเหล่านี้มักไม่ชอบทำคนเดียว เขามักชอบส่งต่อความสุขที่สกปรกนี้ส่งให้คนที่เป็นเหมือนกันเป็นทอดๆ สืบต่อกันไป จนเกิดเป็นอารยธรรมของคนที่นี่ ที่เกินจะเยียวยาที่จะต้องมานั้งบอกด้วยความจริงใจว่าเลิกทำกับเราแบบนี้สักที เราไม่ชอบ เลิกคิดได้เลย เพราะเราน่าจะแปลกประหลาดในสายตาเขา
ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังปีนหน้าผาที่ทั้งชันและสูง ทั้งท้อและอยากจะเอาชนะ แต่ไม่ได้ภูมิใจเลยแม้แต่น้อย เคยนะเคยอยากลองเป็นแบบเขาเหล่านั้น อยากให้เขาคิดว่าเราอยู่ข้างเขา เราเลยเอาปมคนอื่นมาล้อเล่น เออมันสนุกนะ มันขำ มันตลก แต่สุดท้ายหวยก็มาออกที่เราอยู่ดี
บางทีคนอ้วนที่คุณวิจารณ์เขา เขาอาจจะกลับไปออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่งในที่ของเขาก็เป็นได้ เขาอาจจะอยากทำตัวเองให้เข้มแข็ง อยากเป็นคนที่คนอื่นให้ความเคารพในสิ่งที่เขาเป็น พวกคุณเคยคิดไหมว่ากระจกมักจะสะท้อนตัวเอง คุณเคยส่องสำรวจดูตัวคุณเองกันบ้างไหม
คุณสนุกแต่เราสลด คุณตลกแต่เราไมขำด้วยเลย ถ้าเกิดวันหนึ่งในหัวของคุณได้คิดไว้แล้วว่า ถ้าเป็นคนนี้เราจะทำแบบนั้น หรือถ้าเป็นคนนั้นเราจะทำแบบนี้ นั่นอาจจะแปลว่าคุณไม่ได้หวังดีกับเขาแล้วจริงๆ
คนเหล่านั้นมักทวีคูณความสนุกที่สกปรกออกมาอย่างต่อเนื่อง การตื่นนอนไปทำงานเริ่มไม่มีความสุข อารมณ์แบบพ่อกับแม่ส่งมาเรียนแต่พอเห็นรั้วของโรงเรียนเราก็ดันอยากจะหยุดเวลา หรือย้อนเวลาที่จะไม่ให้ถึงที่นั่น อารมณ์เหมือนขึ้นรถไฟเหาะแต่อยากลงไม่อยากเล่นแล้วแต่ก็ลงไม่ได้ ต้องไปให้เขาเล่นเราทุกวัน
และท้ายนี้เราอยากบอกกับทุกคนที่เจอแบบเราว่า อย่าท้อนะ สู้ไปด้วยกัน ในเมื่อเราเปลี่ยนตัวเองแล้วน้ำหนักความสุขมันน้อยกว่า เราก็มีความสุขในแบบที่เราเป็นนั่นหล่ะ ถ้าทั้งหมดจากของที่เรารักมีเพียงสิ่งเดียวคือจักรยาน เราก็จะเลือกที่จะมีความสุขกับจักรยานคันเดียวของเรานี่หล่ะ "เลิกให้ราคา" และถ้าทุกการกระทำที่เป็นเรื่องสนุกบนความทุกข์ของคนอื่น มันเกิดจากความตั้งใจ เราอยากจะบอกว่า
"เราไม่ขำเลิกทำแบบนี้สักที"
เมื่อเราถูกคนเหล่านั้นมักตั้งใจพูดให้รู้สึกอายเหมือนเป็นตัวตลกในที่ทำงาน
ตลอดการทำงานของเราเมื่ออยู่ที่นี่ การทำงานที่นี่จากที่มีความสุขมากจนตอนนี้ติดลบ เราต้องอยู่กับคนที่เขาคิดบวกเพื่อบำบัดตัวเอง เคยนั้งรถไปทำงานแต่กลับเดินไปวัดใกล้ๆ ที่ทำงานเพื่อไปทำบุญไปนั่งสมาธิก็มี จนวันนี้มีคำถามเกิดขึ้นในใจว่าเราจะไม่ให้ราคากับคนเหล่านั้นได้ไหม
บางคนลืมไปแล้วว่าการเอ็นดูเขาเราถึงทำแบบนี้หรือไอ้ที่เรียกกันว่า"รักหรอกจึงหยอกเล่น" มันเป็นเพียงความคิดเข้าข้างตัวคุณเอง บางคนเอ็นดูจนสนุกปาก ล้อปมคนอื่น ชอบหักหน้าคนอื่น อวดอ้างสรรพคุณตัวเองว่ายื่นหนึ่งในทุกๆ เรื่อง คนเหล่านี้มักไม่ชอบทำคนเดียว เขามักชอบส่งต่อความสุขที่สกปรกนี้ส่งให้คนที่เป็นเหมือนกันเป็นทอดๆ สืบต่อกันไป จนเกิดเป็นอารยธรรมของคนที่นี่ ที่เกินจะเยียวยาที่จะต้องมานั้งบอกด้วยความจริงใจว่าเลิกทำกับเราแบบนี้สักที เราไม่ชอบ เลิกคิดได้เลย เพราะเราน่าจะแปลกประหลาดในสายตาเขา
ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังปีนหน้าผาที่ทั้งชันและสูง ทั้งท้อและอยากจะเอาชนะ แต่ไม่ได้ภูมิใจเลยแม้แต่น้อย เคยนะเคยอยากลองเป็นแบบเขาเหล่านั้น อยากให้เขาคิดว่าเราอยู่ข้างเขา เราเลยเอาปมคนอื่นมาล้อเล่น เออมันสนุกนะ มันขำ มันตลก แต่สุดท้ายหวยก็มาออกที่เราอยู่ดี
บางทีคนอ้วนที่คุณวิจารณ์เขา เขาอาจจะกลับไปออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่งในที่ของเขาก็เป็นได้ เขาอาจจะอยากทำตัวเองให้เข้มแข็ง อยากเป็นคนที่คนอื่นให้ความเคารพในสิ่งที่เขาเป็น พวกคุณเคยคิดไหมว่ากระจกมักจะสะท้อนตัวเอง คุณเคยส่องสำรวจดูตัวคุณเองกันบ้างไหม
คุณสนุกแต่เราสลด คุณตลกแต่เราไมขำด้วยเลย ถ้าเกิดวันหนึ่งในหัวของคุณได้คิดไว้แล้วว่า ถ้าเป็นคนนี้เราจะทำแบบนั้น หรือถ้าเป็นคนนั้นเราจะทำแบบนี้ นั่นอาจจะแปลว่าคุณไม่ได้หวังดีกับเขาแล้วจริงๆ
คนเหล่านั้นมักทวีคูณความสนุกที่สกปรกออกมาอย่างต่อเนื่อง การตื่นนอนไปทำงานเริ่มไม่มีความสุข อารมณ์แบบพ่อกับแม่ส่งมาเรียนแต่พอเห็นรั้วของโรงเรียนเราก็ดันอยากจะหยุดเวลา หรือย้อนเวลาที่จะไม่ให้ถึงที่นั่น อารมณ์เหมือนขึ้นรถไฟเหาะแต่อยากลงไม่อยากเล่นแล้วแต่ก็ลงไม่ได้ ต้องไปให้เขาเล่นเราทุกวัน
และท้ายนี้เราอยากบอกกับทุกคนที่เจอแบบเราว่า อย่าท้อนะ สู้ไปด้วยกัน ในเมื่อเราเปลี่ยนตัวเองแล้วน้ำหนักความสุขมันน้อยกว่า เราก็มีความสุขในแบบที่เราเป็นนั่นหล่ะ ถ้าทั้งหมดจากของที่เรารักมีเพียงสิ่งเดียวคือจักรยาน เราก็จะเลือกที่จะมีความสุขกับจักรยานคันเดียวของเรานี่หล่ะ "เลิกให้ราคา" และถ้าทุกการกระทำที่เป็นเรื่องสนุกบนความทุกข์ของคนอื่น มันเกิดจากความตั้งใจ เราอยากจะบอกว่า
"เราไม่ขำเลิกทำแบบนี้สักที"