ประสบการณ์การลาออกจากงานครั้งแรก งานที่แรก ทำงานได้ประมาณ 4 เดือน จุดเริ่มต้นการทำงานหลังเรียนจบ

       เล่าเลยแล้วกันครับ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา 
              ผมเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง แบบบ้านๆเลยครับ ทำไร่ ทำสวน หาอาหารป่า เรียนจบป.ตรี วิทยาการคอมพิวเตอร์ ฝ่าฟันโปรเจคอันสุดแสนเหี้ยมโหด จนรอดฝั่งมาได้ ก็ภูมิใจอยู่  ปรบมือ..... แฮร่ๆ 
              พอเรียนจบ ผมก็รอคัดเลือกทหารเนื่องจากผ่อนผันมาหลายปี แน่นอนครับ คัดทหารเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก ผมได้จับเป็นลำดับที่ 8 ของอำเภอก่อนหน้าผมลำดับที่ 1-7 จับได้แดง 2 คน คนก่อนหน้าผมได้ใบดำ พอมาถึงผม จำคำพ่อได้ว่าพ่อบอกว่าถ้ามันเด้งมาใส่มืออย่าไปเอา ล้วงมือลงไปในโถแค่นั้นแหละ เด้งมาจริงๆ เอ๋ พ่อเราบอกว่าถ้ามันเด้งมาอย่าไปเอา เราก็เลยไม่เอา จับขึ้นมาเท่านั้นแหละครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
              ระหว่างที่คัดทหารก็ทำธุรกิจที่บ้านกับครอบครัวรายได้โอเคเลยแหละครับ แต่ด้วยความหัวรั้นของผม อยากออกมาทำงานหาประสบการณ์ในสายอาชีพที่เรียนมา และได้เดินทางไปสมัครงานที่ กทม.ว่าจะไปหางานทำ อ่อเหตุผลที่ไปทำงาน กทม.เพราะว่ามีแฟนอยู่ที่นั่นครับ อยากไปอยู่ด้วยกัน ทำงานหาเงินสร้างอนาคตด้วย  แต่.......ความเป็นจริงไม่เป็นแบบนั้นครับ มันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น ผมเดินสายสมัครงาน ทิ้ง resume ไว้ รอเขาเรียกสัมภาษณ์หลายบริษัทมากๆครับ ก็เตร่ๆ อยู่นาน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสัมภาษณ์หนักเอาเรื่อง จนในที่สุดผมก็กลับไปตั้งหลักที่บ้าน ใช้เวลาในกทม. เดือนกว่าๆเงินหมด ก็กลับไปตั้งหลักที่บ้านแหละ 
             อยู่บ้านได้สองอาทิตย์เพื่อนโทรมาเรียก 
เพื่อน : เห้ย มาทำงานกับเราสิ ตำแหน่งว่างอยู่พอดีเลย มาเลย มาทำเลย 
เรา: ส่ง resume ไป แล้ว ก็ไปทำงานเลย อยู่ที่ จ.หนึ่งที่เจริญมากๆ ทางภาคอิสาน เพราะมีเพื่อนทำอยู่ด้วยก็ง่ายเพราะเพื่อนคุยให้ เลยได้เข้าไปทำงานเลย
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะรับผมเลยนะครับ เขาต้องก็ทำเรื่องเสนอเจ้านายว่า คนนี้โอเคไหม ให้เจ้านายคอนเฟิร์มก่อน ค่อยรับได้ 
           

             เริ่มทำงานครับ บรรยากาศที่ทำงานดีมากครับ พี่ๆที่ทำงานใจดี ทำงานมาเดือนแรกก็ไม่เหลือเงินเลย ครับ ค่านั่นนี่หลายอย่าง เริ่มต้นด้วยเงินเดือน 12000 ครับ เดือนชนเดือน อยู่มาเรื่อยๆ จนมาถึง เดือนที่ 4 ผ่านมา 3 เดือน เรามีเงินเก็บ 5000 กว่า ๆ คิดในใจแล้วว่า ใช่หรอว่ะ มันไม่ใช่แล้ว ผมใช้ชีวิตอยู่คนเดียว (เหงามากบอกเลย) และก็ตัดสินใจ ลาออก ได้คุยกับพี่ HR เพื่อนคนที่ชวนมาทำงานด้วย บอกทุกคน ว่าจะลาออกแล้วนะ ผมไม่มีหนี้สิครับ และผมก็ไม่มีเงินด้วย พี่ HR ก็บอกว่า คิดดีแล้วหรอก ออกไปทำอะไร เราก็บอกเหตุผลของเราไป เขาเข้าใจครับ  พี่ให้เวลาไปคิดสามวัน ค่อยมาคุยกับพี่ใหม่  นี่คือสิ่งที่พี่ HR บอกกับผม

             แล้วก็ในวันเดียวกันแหละ ผมก็ปริ้นใบลาออกมาเขียน ยื่นให้พี่เขาในวันถัดไป ความรู้สึกก็จะหน่วงๆหน่อย เกรงใจเพื่อนที่เรียกมาทำงาน พี่ๆ ที่ทำงาน แต่อีกใจก็คิดว่า สุดท้ายคนที่ตัดสินใจคือเรา คนที่ต้องทำต้องอยู่กับการตัดสินใจคือเรา คนอื่นไม่ได้มาช่วยอะไรเราหรอก คนที่ยืนอยู่จุดๆนี้รู้ดีสุดคือเรา ถ้าลาออกแล้วสบายใจก็ลาออกเถอะครับ ด้วยความที่ผมเป็นเด็กบ้านนอก ผมก็กลับไปใช้ชีวิตใน สิ่งที่อยากทำหลายๆ อย่าง ที่ ทำได้มากกว่า ตื่น ทำงาน กิน นอน วนลูป อยู่แบบนี้ ผมเลือกในสิ่งที่ทำให้ผมสบายใจ ในมุมมองของคนที่คิดว่าทนๆ ทำไปก่อน ถ้าใช้คำว่าทนแล้ว มันจะมีอะไรออกมาดีครับ เคยได้ยินคำว่าทำอะไรที่เราชอบเรารัก เราจะตั้งใจ และมันจะออกมาดีไหมครับ นั้นแหละ ถ้าทนแล้วก็ลาออกเลยครับ ห้าๆๆ

           วันที่ 4 ตุลาคม 2562 เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของผม กับการลาออกครั้งแรก การทำงานกับบริษัทครั้งแรก ใครที่อยากลาออกก็คิดดีๆครับ การตัดสินใจทุกอย่างต้องยอมรับให้ได้ เพราะตัวเราเองเท่านั้นที่ต้องอยู่กับตัวเรา  สู้ๆครับ มนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย 

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่