สวัสดีพี่ๆชาวพันทิปทุกท่านค่ะ วันนี้หนูเรื่องอยากจะปรึกษา หนูพึ่งเข้าอายุ 18 มาหมาดๆ เรื่องที่หนูอยากเล่าให้ฟังและขอคำปรึกษาคือ ตอนนี้หนูเป็นโรคซึมเศร้า เป็นมานานตั้งแต่อยู่ ป.4 ตลอดระยะเวลาที่หนูเป็นเริ่มแรกหนูมีอาการกลัวการเข้าสังคมและพบปะผู้คน ไม่อยากไปโรงเรียน ไม่อยากทำอะไรนอกจากนั่งโง่ๆแบบไม่มีความคิดตามอารมณ์เด็กตอนนั้น ช่วงแรกที่หนูเป็นหนูยังไม่ได้ไปพบหมอ ช่วงนั้นมีปัญหากับพ่อและแม่จนมันเป็นปมสารพัดมาจนถึงตอนนี้
ปัญหาของหนูกับครอบครัวก็คือ 'พ่อกับแม่ไม่ยอมเข้าใจ' ด้วยความที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก (หนูถูกยายเลี้ยงมา) ทำให้เรายิ่งห่างเหินกัน นานๆพ่อกับแม่จะกลับมาช่วงเทศการ ยิ่งพอหนูมาเป็นแบบนี้ทำให้ท่านเหมือนบางครั้งก็หมางเมินจนอยากจะตัดหางปล่อยวัดหนู หรือบางครั้งเหมือนท่านพยายามเค้นถามกับเรามากเกินไปจนเราสับสนด้วยความเป็นแค่เด็ก ป.4 ไม่ประสีประสาอะไรหนูก็เลยกลัวท่านทั้งสองจนกลายเป็นว่าหนูสร้างกำแพงเพื่อขังตัวเองและขับไล่ทุกคนออกไป
และพอหนูเป็นตัวปัญหามาพักใหญ่ (เกือบปี) แม่ก็มีน้อง จนท้องเริ่มแก่แม่ก็กลับมาอยู่บ้าน พอหลังจากนั้นไม่นานท่านก็ทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ไหว หนูว่าท่านก็คงอึดอัดที่ตื่นมาแล้วต้องมาเดาอารมณ์ของหนูว่าจะดีจะร้ายผีเข้าหรือผีออก เพราะยิ่งแม่กลับมาอยู่ด้วยทำให้หนูหวาดกลัวจนไม่อยากออกไปเจอใคร หนูไม่ไปโรงเรียนจนแม่ระเบิดอารมณ์ใส่ตู้มใหญ่หลายครั้ง หนูรู้ว่าท่านเอือมระอา
สุดท้ายแม่ก็เลือกทางออกสุดท้ายคือการไปพบจิตแพทย์ หมอทำแบบทดสอบวัดระดับว่าเราเข้าข่ายโรงซึมเศร้ามั้ย ผลก็คือหนูเข้าข่ายจริงๆ หลังจากนั้นหนูก็เริ่มรักษาทำจิตบำบัดกับหมอและรับเคมีบำบัด จนระยะเวลาล่วงผ่านจนหนูขึ้น ป.6 หนูจึงหยุดยา ทั้งที่ความจริงมันไม่ควรอย่างยิ่ง หนูรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่พบหมอ เหมือนหมอเค้าพยายามล้วงสิ่งที่อยู่ในใจหนูออกมาซึ่งแน่นอนว่ากำแพงที่หนูสร้างไว้มันเริ่มทำงานคือพยายามปฏิเสธหมอคนนี้ สุดท้ายจึงยอมรับต่อชะตาคือโกหกหมอว่าหนูดีแล้ว หนูโอเคซึ่งหมอก็ถามย้ำว่าอยากหยุดยามั้ย หนูก็รับคำทันที...
*ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นไทม์ไลน์ช่วงแรกค่ะ เข้าเรื่องจริงๆต่อจากนี้
หลังจากหยุดยาและตัดขาดกับแผนกจิตเวชก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้กลับไปอีก เวลาผ่านหนูเรียนจบ ม.3 ก็เข้าไปเรียนในเมือง เป็นวิทยาลัยเทคนิกแห่งหนึ่ง ช่วงปีแรกผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น อาการไม่สู้ดีเริ่มกลับมาตอนปีที่ 2 คราวนี้หนูรู้แล้วว่าความทรมานที่แท้จริงมันเป็นยังไง หนูเริ่มมีอาการเบื่อ เบื่อทุกอย่าง ไม่อยากทำอะไร อยากนอนอย่างเดียว บางครั้งก็เศร้าแบบหาสาเหตุไม่เจอ บางครั้งร้องไห้คร่ำครวญจะเป็นจะตายปานคนบ้า และหนักเข้าขั้นคิดฆ่าตัวตาย จนหนูเริ่มไม่ไหวกับตัวเองและตัดสินใจเข้าพบนักจิตและรับยามากินอีกครั้ง
ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับ จนหนูรู้สึกว่ากราฟชีวิตตัวเองมันพุ่งสูงมากตลอดเวลา ...แต่แล้วจู่ๆมันก็ตกลงเพราะความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซึมเข้ามาอีกครั้ง...
*ต่อจากนี้เป็นไทม์ไลน์ปัจจุบันค่ะ
แผลเก่าจากอดีตเริ่มตามมาทิ่มใจ 2-3 ปีมานี้หนูกับแม่อยู่ด้วยกันและเราสนิทกันมากขึ้นคุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนเพื่อนกัน แต่พอน้องหนูเริ่มโต (น้องกับหนูเราห่างกัน 11ปี นางเป็นลูกหลงค่ะ) แม่ก็เอาแต่โอ๋น้อง อย่าว่าแต่แม่เลย ทั้งพ่อทั้งยาย ลุงป้าทุกคนโอ๋นาง แล้วหนูก็เริ่มมีความน้อยใจ บางครั้งหนูจะเข้าไปกอดแม่หรือพ่อ ก็จะโดนน้องกรีดร้องใส่และโดนน้องตีไล่ไปไกลๆจากทุกคน คนอื่นคงเอ็นดูความหวงแต่หนูกัดฟันได้แต่ร้องไห้ในใจ วันหนึ่งเคยร้องไห้แล้วพูดกับแม่เรื่องน้อง แม่พูดว่า 'แม่พลาดจากหนูมาแล้วแม่ไม่อยากพลาดกับน้องอีก' นี่เป็นสิ่งเจ็บปวดจนแทบแดดิ้นจริงๆ ในใจร่ำร้องถาม 'แล้วไม่คิดจะรับผิดชอบหรือชดใช้ความรู้สึกของลูกคนนี้เลยหรือ?'
หนูอยากถามว่า ในตอนนี้หนูมีความคิดอยากหลุดพ้นจากความสัมพันธ์ทั้งหมดทั้งมวลกับคนในครอบครัวหรือญาติมิตรหนูผิดมั้ย? หนูอยากไปไกลๆใช้ชีวิตคนเดียวหลีกหนีเรื่องวุ่นวายกายใจไม่รับรู้ไม่ห่วงไม่อาวรหนูผิดมั้ย? หนูควรทำยังไงกับความคิดและความรู้สึกของหนูตอนนี้ ...
หนูผิดอะไรมั้ยถ้ามีความคิดและอยากจะทำแบบนี้??