เรื่องราวนี้มันเกิดจากความสับสนในชีวิตของเรามากๆ เราพึ่งจะเสียทุกอย่างในชีวิตเราไป เราเสียพ่อไปก.พ.ปีนี้ และเราอายุแค่20 เรากำลังเรียนม.เอกชนแห่งหนึ่งในจ.ปทุมธานี
เรากับพ่อสนิทกันมากๆตั้งแต่เด็กๆจนโตถึงแม่ว่าเราจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน แต่เมื่อปีที่แล้ว เราตัดสินใจมาอยู่กับพ่อบ้างเพราะโตพอที่จะเจอแรงกดดันกับบันดาเมียใหม่และลูกคนอื่นไของพ่อแล้ว ระยะเวลาเกือบปีที่เรามาอยู่กับพ่อ ทำให้เราได้สนิทกันมากกว่าเดิมในทุกๆเรื่อง พ่อเป็นทุกอย่างของเรา เราโตมาด้วยเงินที่พ่อให้เท่านั้น โตมาด้วยการบกพร่องในการดูแลของพ่อแต่พ่อไม่เคยบกพร่องในน่าที่ที่จะต้องรับผิดชอบเราเลย นอกจากการที่เราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน และการมาอยู่กับพ่อในครั้งนี้ถือว่าเป็นการตัดสินใจมราดีที่สุดของเราอย่างนึง มันทำให้เราได้รู้ว่าพ่อพยายามแค่ไหนเพื่อให้เรามีทุกอย่าง ให้เราไม่ลำบากแบบทุกวันนี้ (เราแทบจะมีทุกอย่างที่เราอยาได้แต่ต้องแลกมากับการช่วยพ่อทำงานที่บ้าน)
และอยู่มาวันนึง ช่วงปีใหม่พ่อตัดสินใจไปเที่ยวตจว.กับแฟนของแก แต่ด้วยอาการป่วยของพ่อเราหลายๆอย่างที่น่าเป็นห่วงสุดคือไต พ่อเราเป็นไตระยะสุดท้าย ที่ต้องล้างไตเช้ากลางวันเย็น มันเลยเป็นเรื่องยากมากๆที่จะต้องเดินทางไปตจว. พ่อไม่อยากให้เราไปด้วยเพราะกลัวเราอึดอัด พ่อเลยให้เราอยู่บ้านดูและแลแมวลูกรักของแก จนปีใหม่ผ่านพ้นไป
พ่อเรากลับมาหลังปีใหม่ ทุกอย่างดูเหมือนจะดี แต่ไม่กี่วันอาการพ่อเราก็แย่ลง และเริ่มเข้ารพ.เช็คร่างกายทุกสองวัน ในตอนนี้เราต้องอยู่บ้านกับลูกและก็แฟนของนาง ซึ่งลูกคนอื่นจริงๆ เราไม่สนิทจนไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ แฟนของพ่อก็ดีกับเรามาตลอด จนวันที่10กพ.พ่อเราได้เข้าไปเช็คสุขภาพตามนัดขอบหมอปกติ เวลาสี่ทุ่มพ่อเกิดปวดหัวหนักมาก และบอกว่าเนี่ยเส้นเลือดในสมองแตกแน่เลย เขาบอกเขายังไม่อยากตายนะแต่เบื่อที่ต้องล้างไตแบบนี้ทุกวัน รู้ไหมที่ทนอยู่ทุกวันนี้เพราะรอเราเรียนจบมีงานทำ จากนั้นแกก็จะตายละแกเหนื่อย จากนั้นทุกอย่างมันเร็มไปหมด พ่อเราร้องไห้และมีอาการปวดหัวหนักมาก ไม่มีใครช่วยอะไรพ่อเราได้เลย เพียงแค่ไม่กี่นาทีพ่อเรามีอาการเกร็งชักและหลับไป จากนั้นไม่มีอะไรที่เรารู้อีกเลย 5ทุ่ม หมอบอกเรากับแฟนเขาว่าพ่อเส้นเลือดตรงท้ายทอยที่เป็นส่วนหลักที่ควบคุมทุกอย่างในร่างการแตกไม่สามารถทำการผ่าตัดหรืออะไรได้เลยทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น รอจนพ่อเราไม่ไหว ถ้าอาการคงตัวพ่อเราจะเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต ในใจเราตอนนั้นอะไรก็ได้ขอให้พ่ออยู่ต่อ ให้ไม่มีตังใช้ต้องดรอปเรียนหรืออะไรขอแค่เรายังมีมืออุ่นๆของพ่ออยู่ข้างๆเราแค่นั้นก็พอ สามวันนั้นเรา คิดอยู่สามเรื่อง เราจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีพ่อไม่มีตัง เราจะได้เรียนต่อไหม แล้วรถเราที่ต้องผ่อนหล่ะจะเอายังไง ทุกอย่างมันอาจจะมองว่าเราเห็นแก่ตัวที่คิดแต่เรื่องของตัวเอง แต่ด้วยความที่เรามีแค่พ่อขาดพ่อไปคนนึงอยากคุณหนู(มั้ง)คนนึงกลับกลายเป็นคนที่มีทั้งภาระหนี้สินและไม่มีอะไรเหลือเลย สามวันจากนั้นพ่อเราเสีย เรายังคงต้องจัดงานและทำทุกอย่างไปพร้อมๆกัน บรรดาครอบครัวฝั่งพ่อไม่มีใครเลยที่อยู่ข้างๆเราหรือที่เราสนิทด้วยไม่มีเลย เรารู้สึกตัวคนเดียวมากในตอนที่อยู่บ้านและงานของพ่อ เราทำได้เพียงแกล้งว่าเราโอเคเราเข้มแข็ง เราพยายามอย่างมากที่จะแสดงแบบนั้น สามวันกับการสวดที่วันเราไม่เคยหยุดร้องไห้เลยหลังกลับมาบ้านในห้องนอนของพ่อเรา ที่เราชอบแอบเข้าไปนอนทุกๆอย่างยังดูเหมือนเดิมเหมือนพ่อเราแค่ไปเที่ยว แต่ความจริงที่เราไม่มีพ่อมันยังเหมือนกระซิบข้างหูเราว่ามันคือความจริง ณ เวลานี้ใครมาพูดให้กำลังใจเราหรืออะไรมัน/ม่เป็นผลเลย ทุกการก้าวเดินของเรามาตั้งแต่เล็กจนโตเราทำด้วยเหตุผลเดียวที่ว่า เราจะต้องเก่งต้องสำเร็จให้พ่อเราได้ภูมิใจ ทุกๆครั้งที่เหนื่อท้อเราจะคิดเสมอว่าพ่อเรารออยู่ ทุกๆเช้าที่ขี้เกียจตื่นไปเรียนเราจะนึกถึงพ่อที่ตื่นมาทำงานหาเงินแต่เช้าเพื่อเรา แต่วันนี้ ทุกกำลังใจ ทุกๆอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรามันไม่มีแล้ว มันทำให้เหมือนเราหมดทุกอย่างในชีวิตจริงๆ
กลังจากจบงานพ่อแล้ว ลูกและบรดดาเมียๆของพ่อเราต่างพูดถึงสมบัติและกิจการของพ่อ บางอย่างถูกเอาไปจ่ายค่าบัตรหรืออะไรก็แลเวแต่จากนั้นทุกคนก็แบ่งิและกิจการกันในครอบครัว ด้วยความที่เราเป็นลูกคนเล็กต่างแม่คนเดียว เราไม่สามารถมีปากหรือเสียงอะไรได้เลย พวกเขาตกลงแบ่งเงินให้เราประมาณ2แสนบาท สำหรับรายอาทิตย์ ค่าเทอม และรถที่พ่อซื้อให้เรา เขาเสนอให้เราขายรถส่งตัวเองเรียนสะ แต่ด้วยมันเป็นของขวัญวันเกิดที่พ่อซื้อให้เราชิ้นแรก ที่ไม่ใช่ของมือสองจากพี่ๆของเรา เรายืนยันว่าจะไม่ขาย เพราะมันคือของขวัญคือสมบัติชิ้นเดียวที่เรามี และมีที่ดิน1แปลงที่พวกเขาจะขายและแบ่งออกเป็น5ส่วน เราจะได้ส่วนแบ่งประมาณ2แสนบาท ซึ่งถ้าคิดแล้ว ค่าเทอมเราอีก4เทอมประมาณ2แสน ค่ารถ 4แสน ซึ่งมันไมพอแน่ๆกว่าเราจะเรียนจบ ถ้าหากพูดถึงทำงานพาร์ทไทม์เราลองทำแล้วแต่สุขภาพเราก็ไม่เอื้ออำนวยนัก และก็ทำให้เราเสียการเรียน เราจึงทำได้แค่ประหยัดและประหยัดมากๆ
และกระทู้นี้ไม่ใช่ว่าเราควรจะหาเงินยังไงให้พอ แต่มันแปดเดือนแล้วเรายังร้องไห้ทุกวัน เรายังเดินต่อไปไม่ไหว เราพยายามมากๆในการไปเรียนพยายามตั้งใจมากขึ้น แต่เรื่องของพ่อเรามันทำให้เราไม่มีสมาธิ การจดจำหรือแรงจะทำอะไรบางอย่างมันหายไป เราไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร แต่ในใจเราก็บอกว่าให้เดินต่อเพราะพ่อเรายังรอดูความสำเร็จเราอยู่ เรายังมีแม่ที่เราต้องดูแล ตัวเองถึงแม้เค้าจะไม่เคยให้อะไรเราเลย แต่แม่คือคนเดียวที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่ ตอนนี้เราเหนื่อยมากๆ เราอยากเรียนจบ เราอยากมีงานทำ เราเรียนแอร์อีกไม่กี่ปีเราก็จบแต่การเรียนของเรากับภาษาที่เราพยายามมันแย่มากเพราะความไม่มีสติสมาธิของเรา เราพยายามหลายวิธีมากที่จะต้องทำใุนให้ได้แต่สุดท้ายไม่มีอะไรบรรเทาความเสียใจของเราได้เลย
-เราควรจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปของเราดี อนาคต เงินที่เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่ เราควรจะก้าวต่อไปยังไงดีให้เราดีขึ้นจากความเสียใจ และไปสู่ความสำเร็จของเราและพ่อ?????
ปล.หากพิมพ์ผิดถูกต้องขออภัยเราร้องไห้ตาบวมมาก555
#ปากกาที่ไร้ความสุข
ควรจะเดินต่อยังไงให้เข้มแข็งกว่าวันนี้???
เรากับพ่อสนิทกันมากๆตั้งแต่เด็กๆจนโตถึงแม่ว่าเราจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน แต่เมื่อปีที่แล้ว เราตัดสินใจมาอยู่กับพ่อบ้างเพราะโตพอที่จะเจอแรงกดดันกับบันดาเมียใหม่และลูกคนอื่นไของพ่อแล้ว ระยะเวลาเกือบปีที่เรามาอยู่กับพ่อ ทำให้เราได้สนิทกันมากกว่าเดิมในทุกๆเรื่อง พ่อเป็นทุกอย่างของเรา เราโตมาด้วยเงินที่พ่อให้เท่านั้น โตมาด้วยการบกพร่องในการดูแลของพ่อแต่พ่อไม่เคยบกพร่องในน่าที่ที่จะต้องรับผิดชอบเราเลย นอกจากการที่เราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน และการมาอยู่กับพ่อในครั้งนี้ถือว่าเป็นการตัดสินใจมราดีที่สุดของเราอย่างนึง มันทำให้เราได้รู้ว่าพ่อพยายามแค่ไหนเพื่อให้เรามีทุกอย่าง ให้เราไม่ลำบากแบบทุกวันนี้ (เราแทบจะมีทุกอย่างที่เราอยาได้แต่ต้องแลกมากับการช่วยพ่อทำงานที่บ้าน)
และอยู่มาวันนึง ช่วงปีใหม่พ่อตัดสินใจไปเที่ยวตจว.กับแฟนของแก แต่ด้วยอาการป่วยของพ่อเราหลายๆอย่างที่น่าเป็นห่วงสุดคือไต พ่อเราเป็นไตระยะสุดท้าย ที่ต้องล้างไตเช้ากลางวันเย็น มันเลยเป็นเรื่องยากมากๆที่จะต้องเดินทางไปตจว. พ่อไม่อยากให้เราไปด้วยเพราะกลัวเราอึดอัด พ่อเลยให้เราอยู่บ้านดูและแลแมวลูกรักของแก จนปีใหม่ผ่านพ้นไป
พ่อเรากลับมาหลังปีใหม่ ทุกอย่างดูเหมือนจะดี แต่ไม่กี่วันอาการพ่อเราก็แย่ลง และเริ่มเข้ารพ.เช็คร่างกายทุกสองวัน ในตอนนี้เราต้องอยู่บ้านกับลูกและก็แฟนของนาง ซึ่งลูกคนอื่นจริงๆ เราไม่สนิทจนไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ แฟนของพ่อก็ดีกับเรามาตลอด จนวันที่10กพ.พ่อเราได้เข้าไปเช็คสุขภาพตามนัดขอบหมอปกติ เวลาสี่ทุ่มพ่อเกิดปวดหัวหนักมาก และบอกว่าเนี่ยเส้นเลือดในสมองแตกแน่เลย เขาบอกเขายังไม่อยากตายนะแต่เบื่อที่ต้องล้างไตแบบนี้ทุกวัน รู้ไหมที่ทนอยู่ทุกวันนี้เพราะรอเราเรียนจบมีงานทำ จากนั้นแกก็จะตายละแกเหนื่อย จากนั้นทุกอย่างมันเร็มไปหมด พ่อเราร้องไห้และมีอาการปวดหัวหนักมาก ไม่มีใครช่วยอะไรพ่อเราได้เลย เพียงแค่ไม่กี่นาทีพ่อเรามีอาการเกร็งชักและหลับไป จากนั้นไม่มีอะไรที่เรารู้อีกเลย 5ทุ่ม หมอบอกเรากับแฟนเขาว่าพ่อเส้นเลือดตรงท้ายทอยที่เป็นส่วนหลักที่ควบคุมทุกอย่างในร่างการแตกไม่สามารถทำการผ่าตัดหรืออะไรได้เลยทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น รอจนพ่อเราไม่ไหว ถ้าอาการคงตัวพ่อเราจะเป็นเจ้าชายนิทราตลอดชีวิต ในใจเราตอนนั้นอะไรก็ได้ขอให้พ่ออยู่ต่อ ให้ไม่มีตังใช้ต้องดรอปเรียนหรืออะไรขอแค่เรายังมีมืออุ่นๆของพ่ออยู่ข้างๆเราแค่นั้นก็พอ สามวันนั้นเรา คิดอยู่สามเรื่อง เราจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีพ่อไม่มีตัง เราจะได้เรียนต่อไหม แล้วรถเราที่ต้องผ่อนหล่ะจะเอายังไง ทุกอย่างมันอาจจะมองว่าเราเห็นแก่ตัวที่คิดแต่เรื่องของตัวเอง แต่ด้วยความที่เรามีแค่พ่อขาดพ่อไปคนนึงอยากคุณหนู(มั้ง)คนนึงกลับกลายเป็นคนที่มีทั้งภาระหนี้สินและไม่มีอะไรเหลือเลย สามวันจากนั้นพ่อเราเสีย เรายังคงต้องจัดงานและทำทุกอย่างไปพร้อมๆกัน บรรดาครอบครัวฝั่งพ่อไม่มีใครเลยที่อยู่ข้างๆเราหรือที่เราสนิทด้วยไม่มีเลย เรารู้สึกตัวคนเดียวมากในตอนที่อยู่บ้านและงานของพ่อ เราทำได้เพียงแกล้งว่าเราโอเคเราเข้มแข็ง เราพยายามอย่างมากที่จะแสดงแบบนั้น สามวันกับการสวดที่วันเราไม่เคยหยุดร้องไห้เลยหลังกลับมาบ้านในห้องนอนของพ่อเรา ที่เราชอบแอบเข้าไปนอนทุกๆอย่างยังดูเหมือนเดิมเหมือนพ่อเราแค่ไปเที่ยว แต่ความจริงที่เราไม่มีพ่อมันยังเหมือนกระซิบข้างหูเราว่ามันคือความจริง ณ เวลานี้ใครมาพูดให้กำลังใจเราหรืออะไรมัน/ม่เป็นผลเลย ทุกการก้าวเดินของเรามาตั้งแต่เล็กจนโตเราทำด้วยเหตุผลเดียวที่ว่า เราจะต้องเก่งต้องสำเร็จให้พ่อเราได้ภูมิใจ ทุกๆครั้งที่เหนื่อท้อเราจะคิดเสมอว่าพ่อเรารออยู่ ทุกๆเช้าที่ขี้เกียจตื่นไปเรียนเราจะนึกถึงพ่อที่ตื่นมาทำงานหาเงินแต่เช้าเพื่อเรา แต่วันนี้ ทุกกำลังใจ ทุกๆอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรามันไม่มีแล้ว มันทำให้เหมือนเราหมดทุกอย่างในชีวิตจริงๆ
กลังจากจบงานพ่อแล้ว ลูกและบรดดาเมียๆของพ่อเราต่างพูดถึงสมบัติและกิจการของพ่อ บางอย่างถูกเอาไปจ่ายค่าบัตรหรืออะไรก็แลเวแต่จากนั้นทุกคนก็แบ่งิและกิจการกันในครอบครัว ด้วยความที่เราเป็นลูกคนเล็กต่างแม่คนเดียว เราไม่สามารถมีปากหรือเสียงอะไรได้เลย พวกเขาตกลงแบ่งเงินให้เราประมาณ2แสนบาท สำหรับรายอาทิตย์ ค่าเทอม และรถที่พ่อซื้อให้เรา เขาเสนอให้เราขายรถส่งตัวเองเรียนสะ แต่ด้วยมันเป็นของขวัญวันเกิดที่พ่อซื้อให้เราชิ้นแรก ที่ไม่ใช่ของมือสองจากพี่ๆของเรา เรายืนยันว่าจะไม่ขาย เพราะมันคือของขวัญคือสมบัติชิ้นเดียวที่เรามี และมีที่ดิน1แปลงที่พวกเขาจะขายและแบ่งออกเป็น5ส่วน เราจะได้ส่วนแบ่งประมาณ2แสนบาท ซึ่งถ้าคิดแล้ว ค่าเทอมเราอีก4เทอมประมาณ2แสน ค่ารถ 4แสน ซึ่งมันไมพอแน่ๆกว่าเราจะเรียนจบ ถ้าหากพูดถึงทำงานพาร์ทไทม์เราลองทำแล้วแต่สุขภาพเราก็ไม่เอื้ออำนวยนัก และก็ทำให้เราเสียการเรียน เราจึงทำได้แค่ประหยัดและประหยัดมากๆ
และกระทู้นี้ไม่ใช่ว่าเราควรจะหาเงินยังไงให้พอ แต่มันแปดเดือนแล้วเรายังร้องไห้ทุกวัน เรายังเดินต่อไปไม่ไหว เราพยายามมากๆในการไปเรียนพยายามตั้งใจมากขึ้น แต่เรื่องของพ่อเรามันทำให้เราไม่มีสมาธิ การจดจำหรือแรงจะทำอะไรบางอย่างมันหายไป เราไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร แต่ในใจเราก็บอกว่าให้เดินต่อเพราะพ่อเรายังรอดูความสำเร็จเราอยู่ เรายังมีแม่ที่เราต้องดูแล ตัวเองถึงแม้เค้าจะไม่เคยให้อะไรเราเลย แต่แม่คือคนเดียวที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่ ตอนนี้เราเหนื่อยมากๆ เราอยากเรียนจบ เราอยากมีงานทำ เราเรียนแอร์อีกไม่กี่ปีเราก็จบแต่การเรียนของเรากับภาษาที่เราพยายามมันแย่มากเพราะความไม่มีสติสมาธิของเรา เราพยายามหลายวิธีมากที่จะต้องทำใุนให้ได้แต่สุดท้ายไม่มีอะไรบรรเทาความเสียใจของเราได้เลย
-เราควรจะทำยังไงกับชีวิตต่อไปของเราดี อนาคต เงินที่เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่ เราควรจะก้าวต่อไปยังไงดีให้เราดีขึ้นจากความเสียใจ และไปสู่ความสำเร็จของเราและพ่อ?????
ปล.หากพิมพ์ผิดถูกต้องขออภัยเราร้องไห้ตาบวมมาก555
#ปากกาที่ไร้ความสุข