ทำผิดกฏจราจร เหยียบเพลินไปหน่อย เลยได้ใบสั่งมาเชยชม
เป็นใบสั่งแรกที่เคยมี เคยได้รับ เล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟัง
นางบอก I didn't know you knew how to speed?!
(ปกติขับรถไม่เร็ว เป็นพวกค่อนข้างระวังอยู่นะ แต่บางที มีพลาดพลั้ง 555)
ที่ตำบลที่เราอยู่ ตร. เขียนใบสั่ง ว่าข้อหาอะไร พร้อมทั้งแนะนำว่าต้องทำอะไรบ้าง
คือ เราต้องโทรไปขอนัดวันขึ้นศาล โท๊ะ!!
แค่ได้ยินคำว่าขึ้นศาล แม่ที่เมืองไทยตกใจ ไปทำอะไร ทำไมต้องไปขึ้นศาล...
แม่ ๆ หนูแค่ทำผิดกฏจราจรอ่ะแม่ (คือแม่เล่นเฟสบุ้ค แม่เห็นโพสต์เรา แม่ตกใจ)
เราก็โทรไปตามเบอร์ที่เขียนไว้ บอกว่า ขอ court date ค่ะ เหมือนเขารออยู่แล้ว
ก็บอกเราว่า รอสัก 2-4 weeks นะจ้ะ เดี๋ยวจะมี จดหมายน้อยไปหา 55
แล้ว จดหมายน้อยก็มาถึง...คือ ไม่อยากเปิดเลยอ่ะ อยากโยนทิ้งมากกว่า
รู้วันที่ต้องไปศาล เราก็เตรียมจัดการ สลับวันเวลา เพื่อให้เสียเวลางานน้อยที่สุด
เวลานัดคือ บ่ายสองโมง (เลิกงานบ่ายสองครึ่ง) แต่ต้องขับรถจากที่ทำงานไปอีก
ก็เลยลางาน 1.15 ชม. เผื่อเวลา...เป็นคนไม่ชอบไปสาย
พอถึงวันไปจริง ๆ นึกได้...เออ...ก็ถือว่าเป็น lunch time แล้วก็ออกไปเลยสิ..
นั่นแหละ ...เลยออกจากที่ทำงานตั้งแต่เกือบบ่ายโมง ไม่รู้ตื่นเต้นอะไรนักหนา 555
ถึงศาล มันเป็น district court แล้วการมารอบนี้ ก็เป็น informal hearing
คือ ไม่ได้มีอะไรมาก คนที่ถูกใบสั่ง (มีเยอะเลย) มารอหน้าห้อง
ตร. แต่ละนาย มาถึงก็จัดการเคสของตัวเอง อย่าง ตร. ที่ออกใบสั่งเรา
ก็เรียกทุกคนไปยืนฟังแกอธิบายทำความเข้าใจว่า เรามีออฟชั่นอะไรบ้าง
ซึ่งมีไม่มาก คือ รับผิด ไปจ่ายค่าปรับ/รับผิด ชี้แจง (เผื่อได้ลดค่าปรับ)/ขึ้นศาล(แบบ formal hearing)
ใคร ๆ ก็ไม่อยากเสียเวลามาขึ้นโรงขึ้นศาลอีก อีกทั้งถ้าเลือกไม่รับผิด แล้วขอสู้ที่ศาล
ก็ไม่ได้หมายความว่า สุดท้ายแล้ว จะไม่ต้องจ่ายปรับหรือหักแต้ม เพราะศาลตัดสินว่าผิดก็ต้องจ่าย
คือ เขาเสนอว่า ถ้ารับผิด
จะเปลี่ยนความผิดจาก speeding ticket เป็น double parking แทน
ซึ่งค่าปรับ double parking จะแพงกว่า speeding ticket หน่อยหนึ่ง แต่ความผิดนี้ ไม่ถูกหักแต้มใบขับขี่
แน่นอน ทุกคนที่ไปวันนั้น ต่างก็เลือกที่จะจ่ายแพงกว่านิดหน่อย เพื่อจะได้ไม่ถูกหักแต้ม!!!

การหักแต้มในใบขับขี่ก็หักตามระดับความรุนแรงของความผิด
เช่น เคสเรา จริง ๆ ตร. บอกว่า เราขับเร็วเกินสปีดลิมิตไป 12 mph (ขับเร็วเกิน 10 mph หักสามแต้ม)
แต่เห็นว่า ไม่เคยมีประวัติเลย เลยลดมาอยู่ใน 1-10 mph over speed limit แทน (อันนี้หักสองแต้ม)
หรือ ถ้าทำผิดอย่างพวก เมาแล้วขับ อันนี้ถูกหัก 6 แต้ม (ค่าปรับอีกเท่าไรไม่รู้นะ)
หรือหากไม่ยอมให้ตรวจเลือดหาแอลกอฮอล์ ก็ถูกหักหกแต้มได้เหมือนกัน...ฯลฯ
ทีนี้หักแต้มแล้ว แต้มมันถูกเก็บไว้สองปี ถ้าภายในสองปีนั้น คุณสะสมแต้มไปเรื่อย ๆ
จนถึง 12 แต้ม ก็นั่นละ...ต้องไปสอบใบขับขี่ใหม่แล้ว สรุป วันนั้น ก็จ่ายกันไป คนละ $170
ไม่แน่ใจว่า กี่คน เพราะเท่าที่ดูคือ เขารวบรวมให้มาจ่ายวันเดียวกัน เพราะ สะดวก!!!
(สะดวกสำหรับ ผู้พิพากษา และ ตร. ไง ฮ่ะๆๆ)

ผู้พิพากษา เรียกชื่อทีละคน บอกเลขที่เคส อธิบายว่าเรามีออฟชั่นไหนบ้าง
แล้วก็ถามว่า จะรับผิดชอบ หรือจะปฏิเสธ... ตอบ รับผิดชอบ...แกก็จะบอก
จะเปลี่ยนจาก speeding ticket เป็น double parking แทน ฯลฯ ...
เดินออกไปต่อแถว รอจ่ายตังค์....
อันนี้เป็นเรทค่าปรับ ความผิดต่างๆ สังเกตว่า...เขาบอกว่า สำหรับความผิดครั้งแรกนะ!!!
ปล. กฏหมายจราจรที่รัฐมิชิแกนค่ะ ค่าปรับจะแตกต่างไปตามท้องที่ที่เกิดเหตุ
ลป. แก้ไข จัดหน้าหน่อยหนึ่ง อ่านยากกกก
ไปศาล + จ่ายค่าปรับมาล่ะ
เป็นใบสั่งแรกที่เคยมี เคยได้รับ เล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟัง
นางบอก I didn't know you knew how to speed?!
(ปกติขับรถไม่เร็ว เป็นพวกค่อนข้างระวังอยู่นะ แต่บางที มีพลาดพลั้ง 555)
ที่ตำบลที่เราอยู่ ตร. เขียนใบสั่ง ว่าข้อหาอะไร พร้อมทั้งแนะนำว่าต้องทำอะไรบ้าง
คือ เราต้องโทรไปขอนัดวันขึ้นศาล โท๊ะ!!
แค่ได้ยินคำว่าขึ้นศาล แม่ที่เมืองไทยตกใจ ไปทำอะไร ทำไมต้องไปขึ้นศาล...
แม่ ๆ หนูแค่ทำผิดกฏจราจรอ่ะแม่ (คือแม่เล่นเฟสบุ้ค แม่เห็นโพสต์เรา แม่ตกใจ)
เราก็โทรไปตามเบอร์ที่เขียนไว้ บอกว่า ขอ court date ค่ะ เหมือนเขารออยู่แล้ว
ก็บอกเราว่า รอสัก 2-4 weeks นะจ้ะ เดี๋ยวจะมี จดหมายน้อยไปหา 55
แล้ว จดหมายน้อยก็มาถึง...คือ ไม่อยากเปิดเลยอ่ะ อยากโยนทิ้งมากกว่า
รู้วันที่ต้องไปศาล เราก็เตรียมจัดการ สลับวันเวลา เพื่อให้เสียเวลางานน้อยที่สุด
เวลานัดคือ บ่ายสองโมง (เลิกงานบ่ายสองครึ่ง) แต่ต้องขับรถจากที่ทำงานไปอีก
ก็เลยลางาน 1.15 ชม. เผื่อเวลา...เป็นคนไม่ชอบไปสาย
พอถึงวันไปจริง ๆ นึกได้...เออ...ก็ถือว่าเป็น lunch time แล้วก็ออกไปเลยสิ..
นั่นแหละ ...เลยออกจากที่ทำงานตั้งแต่เกือบบ่ายโมง ไม่รู้ตื่นเต้นอะไรนักหนา 555
ถึงศาล มันเป็น district court แล้วการมารอบนี้ ก็เป็น informal hearing
คือ ไม่ได้มีอะไรมาก คนที่ถูกใบสั่ง (มีเยอะเลย) มารอหน้าห้อง
ตร. แต่ละนาย มาถึงก็จัดการเคสของตัวเอง อย่าง ตร. ที่ออกใบสั่งเรา
ก็เรียกทุกคนไปยืนฟังแกอธิบายทำความเข้าใจว่า เรามีออฟชั่นอะไรบ้าง
ซึ่งมีไม่มาก คือ รับผิด ไปจ่ายค่าปรับ/รับผิด ชี้แจง (เผื่อได้ลดค่าปรับ)/ขึ้นศาล(แบบ formal hearing)
ใคร ๆ ก็ไม่อยากเสียเวลามาขึ้นโรงขึ้นศาลอีก อีกทั้งถ้าเลือกไม่รับผิด แล้วขอสู้ที่ศาล
ก็ไม่ได้หมายความว่า สุดท้ายแล้ว จะไม่ต้องจ่ายปรับหรือหักแต้ม เพราะศาลตัดสินว่าผิดก็ต้องจ่าย
คือ เขาเสนอว่า ถ้ารับผิด จะเปลี่ยนความผิดจาก speeding ticket เป็น double parking แทน
ซึ่งค่าปรับ double parking จะแพงกว่า speeding ticket หน่อยหนึ่ง แต่ความผิดนี้ ไม่ถูกหักแต้มใบขับขี่
แน่นอน ทุกคนที่ไปวันนั้น ต่างก็เลือกที่จะจ่ายแพงกว่านิดหน่อย เพื่อจะได้ไม่ถูกหักแต้ม!!!
การหักแต้มในใบขับขี่ก็หักตามระดับความรุนแรงของความผิด
เช่น เคสเรา จริง ๆ ตร. บอกว่า เราขับเร็วเกินสปีดลิมิตไป 12 mph (ขับเร็วเกิน 10 mph หักสามแต้ม)
แต่เห็นว่า ไม่เคยมีประวัติเลย เลยลดมาอยู่ใน 1-10 mph over speed limit แทน (อันนี้หักสองแต้ม)
หรือ ถ้าทำผิดอย่างพวก เมาแล้วขับ อันนี้ถูกหัก 6 แต้ม (ค่าปรับอีกเท่าไรไม่รู้นะ)
หรือหากไม่ยอมให้ตรวจเลือดหาแอลกอฮอล์ ก็ถูกหักหกแต้มได้เหมือนกัน...ฯลฯ
ทีนี้หักแต้มแล้ว แต้มมันถูกเก็บไว้สองปี ถ้าภายในสองปีนั้น คุณสะสมแต้มไปเรื่อย ๆ
จนถึง 12 แต้ม ก็นั่นละ...ต้องไปสอบใบขับขี่ใหม่แล้ว สรุป วันนั้น ก็จ่ายกันไป คนละ $170
ไม่แน่ใจว่า กี่คน เพราะเท่าที่ดูคือ เขารวบรวมให้มาจ่ายวันเดียวกัน เพราะ สะดวก!!!
(สะดวกสำหรับ ผู้พิพากษา และ ตร. ไง ฮ่ะๆๆ)
ผู้พิพากษา เรียกชื่อทีละคน บอกเลขที่เคส อธิบายว่าเรามีออฟชั่นไหนบ้าง
แล้วก็ถามว่า จะรับผิดชอบ หรือจะปฏิเสธ... ตอบ รับผิดชอบ...แกก็จะบอก
จะเปลี่ยนจาก speeding ticket เป็น double parking แทน ฯลฯ ...
เดินออกไปต่อแถว รอจ่ายตังค์....
อันนี้เป็นเรทค่าปรับ ความผิดต่างๆ สังเกตว่า...เขาบอกว่า สำหรับความผิดครั้งแรกนะ!!!
ปล. กฏหมายจราจรที่รัฐมิชิแกนค่ะ ค่าปรับจะแตกต่างไปตามท้องที่ที่เกิดเหตุ
ลป. แก้ไข จัดหน้าหน่อยหนึ่ง อ่านยากกกก