ผมเพิ่งได้เข้าสังคมใหม่/มหาวิทยาลัยมาได้ประมาณสักสองเดือนครับ (เป็น ช-ช นะครับ) ปกติแต่ก่อนจะเป็นคนคุยเล่น ตลกเฮฮากับคนอื่น แต่กลับไม่ค่อยจะมีเพื่อนสนิทสักเท่าไร คือถ้าเป็นทีรร.เก่าก็มีแค่คนเดียวเลยที่สามารถคุยได้ทุกๆเรื่อง เขาสามารถพร้อมรับฟังผมในทุกอย่างๆได้ แต่พอหลังจากเข้าสังคมใหม่ไปปุ้บและด้วยเหตุอะไรหลายๆอย่างเลยทำให้ผมต่อกับเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยติดไป ก็คือพูดง่ายๆคือไม่ได้คุยกันด้วยความรู้สึกอยากที่จะเล่าอะไรให้ฟังอีกแล้ว เลยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนอยู่กับตัวตนของตัวเองตลอด และค่อนข้างที่จะจมกับอะไรง่ายๆ จนผมได้มาเริ่มรู้จักเพื่อนใหม่ในมหาลัยครับ การทำความรู้จักในตอนแรกดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับผมมากเพราะผมเป็นฝ่ายชวนคุยและทำความรู้จักกับคนอื่นได้ แต่พอผมได้รู้จักกับเพื่อนมากขึ้นจนถึงขั้นได้สร้างเป็นกลุ่ม เพื่อนแต่ละคนต่างชวนเพื่อนของตัวเองเข้ากลุ่มมาเรื่อยๆ ในตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย คือก็รู้สึกว่าก็คงดีที่มีเพื่อนมาให้รู้จัก จนตอนนี้ในกลุ่มมีกัน 20 กว่าคนจากในคณะ 170กว่าคน ผมรู้สึกว่าผมปรับตัวไม่ค่อยถูกสักเท่าไรเลยครับ เหมือนผมรู้สึกกับตัวเองว่าผมไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงกับแต่ละคนดี คนในกลุ่มผมมีหลากหลายแบบหลากหลายบุคลิกมากมากจนผมรู้สึกเครียด ยกตัวอย่าง(มีหลายเคส)เช่น
คนหนึ่งก็เป็นคนที่ใสมาก อ่อนไหวง่าย เพื่อนไลน์มาในกลุ่ม คนนี้ตอบเองหมดในไม่กี่นาที เพื่อนพูดคำว่าชงมุก ก็ถามว่า ชงมุก แปลว่าอะไร? เป็นต้น ซึ่งทำให้คนในกลุ่มก็รู้สึกไม่ค่อยโอเคกับเพื่อนคนนี้ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนกลางผมเลยไม่ได้อยากจะถือสาอะไร เพราะคนเราก็มีสิทธิ์ไม่รู้ แต่บางทีบางอย่างผมก็แอบปวดหัวนิดนึงนะกับความใสของเขาที่มากเกินไป (มีบทบาทมากในแชท)
คนสอง เป็นคนที่ผมชอบอยู่ด้วยในตอนแรก เป็นคนที่ผมได้เล่าอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวผมให้เขาฟังไป จนผมพอจะรู้สึกไว้ใจได้ มีอยู่วันหนึ่งผมได้เล่าเรื่องคนที่ผมชอบไปให้เขาฟังว่าผมอะปลื้มๆคนนี้อยู่ คือเขาก็เดินหาคนที่ผมชอบเลยแล้วก็บอกว่าผมชมเขาว่าเขาหล่อ ในตอนนั้นผมหน้าเสียมาก แต่ผมยังไม่ได้คิดอะไรมากเพราะถ้าทำตัวปกติคงจะไม่มีอะไรแย่ๆเกิดขึ้นหรอกมั้ง ผมเลยทำเป็นไม่สนใจไป และเตือนเขาไปว่าไม่ควรทำแบบนี้ เพราะกับผมผมยังทนได้ แต่ถ้าเป็นคนอืนเขาอาจจะไม่ได้ทำแบบนี้ด้วยก็ได้
บางทีถ้าในมุมมองของคนอื่น ผมอาจจะดูคิดมากเรื่องเพื่อนมากเกินไปเนอะ เอาตัวเองไปผูกกับเขา แต่สำหรับผมมันคือเรื่องใหญ่นะเพราะผมต้องเรียนกับเขาไปตลอด 6 ปี อยู่ร่วมแก้งค์ไปเรื่อยๆ แล้วผมอยากจะมีเพือนดีๆสักคนให้ผมบอกว่าผมเครียดมากจริงๆกับเรื่องสังคม บางทีผมอยากจะเล่าว่าผมกำลังมีความรักกับคนๆนึงอยู่ และผมก็เครียดมากด้วยกับการที่ผมชอบเขา และหึงเขา พอผมตึงใส่เขา เขาก็หนีผมไปมีเพื่อนใหม่แล้วก็ทิ้งผมไปเลยขณะที่อยู่แก้งค์เดียวกัน ในบางทีผมอยากมีเพื่อนที่ดีกับเขาบ้างแม้ผมจะดูคิดมากสำหรับคนอื่นก็ตาม..
ผมรู้สึกนะว่าปัญหาของผมมีอยู่ในใจหลายอย่างมาก ตั้งแต่เรื่องครอบครัว เงิน เพื่อน ความรักโดยเฉพาะกับเรื่องเพื่อนมันทำให้ผมเงียบลงไปเยอะจากเดิม และผมก็ไม่รู้ว่าควรจะเล่าให้ใครฟังไหมเพราะมันเป็นปัญหาในส่วนของผมเอง และมันเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้ว่าเขาอยากฟังหรือเปล่า ผมเลยเงียบและพยายามฟังให้เยอะขึ้นพยายามมีสติ และความเงียบนี้ก็กลับทำให้ผมแย่ไปกว่าเดิมเพราะมันทำให้คนในแก้งค์คุยกับผมยากขึ้นซะงั้น ทั้งที่เราก็เงียบนะ แต่เราก็อยากคุยด้วยอะ มันทำให้ผมซึมไปเลยว่าทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ หรือมันผิดที่ผมเองที่คิดมากไปคนอื่นเลยไม่คุยด้วย หรือมันผิดที่ผมเองที่เงียบเพราะอยากฟังให้มากกว่าพูดจากการอ่านนส.ปรับปรุงบุคลิกภาพตัวเองให้มันดีขึ้น หรือมันผิดที่ผมที่ชอบคนในแก๊งค์ด้วยเลยเป็นต้นเหตุให้เราดูตึงมาตั้งแต่แรก ผมพยายามจะไม่โทษตัวเองในทุกๆวัน และก็ไปเรียนอย่างเต็มที่ แต่บางทีพอเห็นเพื่อนในแก๊งค์คุยกันสนุกสนาน หรือไปเล่นกันที่หอเพื่อน หรือคนที่เราชอบเขามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น แต่กับเรามันแย่ บางทีเราก็ห้ามความรู้สึกเสียใจนี้ไม่ได้เลย ผมก็ไม่รู้นะว่าผมซึมเศร้าหรือเปล่า แต่ผมเครียดกับสังคมมากจริงๆ ได้โปรดเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณที่เข้ามารับฟังและนั่งอ่านจนจบนะครับ ขอบคุณครับ
จะปรับตัวอย่างไรดี
คนหนึ่งก็เป็นคนที่ใสมาก อ่อนไหวง่าย เพื่อนไลน์มาในกลุ่ม คนนี้ตอบเองหมดในไม่กี่นาที เพื่อนพูดคำว่าชงมุก ก็ถามว่า ชงมุก แปลว่าอะไร? เป็นต้น ซึ่งทำให้คนในกลุ่มก็รู้สึกไม่ค่อยโอเคกับเพื่อนคนนี้ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนกลางผมเลยไม่ได้อยากจะถือสาอะไร เพราะคนเราก็มีสิทธิ์ไม่รู้ แต่บางทีบางอย่างผมก็แอบปวดหัวนิดนึงนะกับความใสของเขาที่มากเกินไป (มีบทบาทมากในแชท)
คนสอง เป็นคนที่ผมชอบอยู่ด้วยในตอนแรก เป็นคนที่ผมได้เล่าอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวผมให้เขาฟังไป จนผมพอจะรู้สึกไว้ใจได้ มีอยู่วันหนึ่งผมได้เล่าเรื่องคนที่ผมชอบไปให้เขาฟังว่าผมอะปลื้มๆคนนี้อยู่ คือเขาก็เดินหาคนที่ผมชอบเลยแล้วก็บอกว่าผมชมเขาว่าเขาหล่อ ในตอนนั้นผมหน้าเสียมาก แต่ผมยังไม่ได้คิดอะไรมากเพราะถ้าทำตัวปกติคงจะไม่มีอะไรแย่ๆเกิดขึ้นหรอกมั้ง ผมเลยทำเป็นไม่สนใจไป และเตือนเขาไปว่าไม่ควรทำแบบนี้ เพราะกับผมผมยังทนได้ แต่ถ้าเป็นคนอืนเขาอาจจะไม่ได้ทำแบบนี้ด้วยก็ได้
บางทีถ้าในมุมมองของคนอื่น ผมอาจจะดูคิดมากเรื่องเพื่อนมากเกินไปเนอะ เอาตัวเองไปผูกกับเขา แต่สำหรับผมมันคือเรื่องใหญ่นะเพราะผมต้องเรียนกับเขาไปตลอด 6 ปี อยู่ร่วมแก้งค์ไปเรื่อยๆ แล้วผมอยากจะมีเพือนดีๆสักคนให้ผมบอกว่าผมเครียดมากจริงๆกับเรื่องสังคม บางทีผมอยากจะเล่าว่าผมกำลังมีความรักกับคนๆนึงอยู่ และผมก็เครียดมากด้วยกับการที่ผมชอบเขา และหึงเขา พอผมตึงใส่เขา เขาก็หนีผมไปมีเพื่อนใหม่แล้วก็ทิ้งผมไปเลยขณะที่อยู่แก้งค์เดียวกัน ในบางทีผมอยากมีเพื่อนที่ดีกับเขาบ้างแม้ผมจะดูคิดมากสำหรับคนอื่นก็ตาม..
ผมรู้สึกนะว่าปัญหาของผมมีอยู่ในใจหลายอย่างมาก ตั้งแต่เรื่องครอบครัว เงิน เพื่อน ความรักโดยเฉพาะกับเรื่องเพื่อนมันทำให้ผมเงียบลงไปเยอะจากเดิม และผมก็ไม่รู้ว่าควรจะเล่าให้ใครฟังไหมเพราะมันเป็นปัญหาในส่วนของผมเอง และมันเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้ว่าเขาอยากฟังหรือเปล่า ผมเลยเงียบและพยายามฟังให้เยอะขึ้นพยายามมีสติ และความเงียบนี้ก็กลับทำให้ผมแย่ไปกว่าเดิมเพราะมันทำให้คนในแก้งค์คุยกับผมยากขึ้นซะงั้น ทั้งที่เราก็เงียบนะ แต่เราก็อยากคุยด้วยอะ มันทำให้ผมซึมไปเลยว่าทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ หรือมันผิดที่ผมเองที่คิดมากไปคนอื่นเลยไม่คุยด้วย หรือมันผิดที่ผมเองที่เงียบเพราะอยากฟังให้มากกว่าพูดจากการอ่านนส.ปรับปรุงบุคลิกภาพตัวเองให้มันดีขึ้น หรือมันผิดที่ผมที่ชอบคนในแก๊งค์ด้วยเลยเป็นต้นเหตุให้เราดูตึงมาตั้งแต่แรก ผมพยายามจะไม่โทษตัวเองในทุกๆวัน และก็ไปเรียนอย่างเต็มที่ แต่บางทีพอเห็นเพื่อนในแก๊งค์คุยกันสนุกสนาน หรือไปเล่นกันที่หอเพื่อน หรือคนที่เราชอบเขามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น แต่กับเรามันแย่ บางทีเราก็ห้ามความรู้สึกเสียใจนี้ไม่ได้เลย ผมก็ไม่รู้นะว่าผมซึมเศร้าหรือเปล่า แต่ผมเครียดกับสังคมมากจริงๆ ได้โปรดเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณที่เข้ามารับฟังและนั่งอ่านจนจบนะครับ ขอบคุณครับ