“สุทิน” ชี้วิปฝ่ายค้าน ขอเพิ่มเวลาอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ
https://news.thaipbs.or.th/content/283706
ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้ว่าหากอภิปรายปมถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนแค่วันที่ 18 ก.ย.เพียงวันเดียว ถือว่ารัฐบาลใจแคบ ขอกำหนดวันใหม่ เพราะฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไว้ 1 วันครึ่ง – 2 วัน
วันนี้ (3 ก.ย.2562) นาย
สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้ารับหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่ไม่ครบถ้วนที่มีข่าวว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 18 ก.ย.นั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบ
“หากเป็นวันที่ 18 ก.ย.จริงๆ
ฝ่ายค้านก็ไม่ขัดข้อง แต่ก็ถือว่า
ได้เห็นเจตนาของรัฐบาลที่ใจแคบและกลัว
โดยการบีบบังคับให้จบภายในวันเดียว”
นาย
สุทิน ระบุว่า หากกำหนดเป็นวันที่ 18 ก.ย. ก็ถือว่า ให้เวลาเพียงวันเดียวเพราะวันที่ 19 ก.ย. ต้องปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยระบุว่า หากประชุมเรื่องดังกล่าวไม่เพียงพอในวันเดียวก็ให้เพิ่มเติมวันได้ จึงยอมรับว่า เสียดาย แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ยืดเยื้อและไม่มีการอภิปราย จึงจำใจต้องยอมรับ แต่ส่วนตัวก็อยากให้ทบทวนกำหนดวัน เพราะยังมีวันอื่นมากมาย เหตุใดต้องเป็นวันสุดท้าย
ส่วนจะจัดทัพการอภิปรายอย่างไรนั้น นาย
สุทิน กล่าวว่า ต้องปรับใหม่ โดยลดจำนวนคนและเนื้อหาให้สัมพันธ์กับเวลา ยอมรับว่า สาระหลายอย่างก็หายไป
เพราะตั้งใจไว้ 2 วันหรือวันครึ่ง พร้อมยืนยันว่า ไม่ควรเป็นการประชุมลับ แต่หากรัฐบาลมีเหตุผลอะไร ก็ขอให้รัฐบาลมาชี้แจงมาพูดคุยให้สังคมเข้าใจ ต้องฟังสังคมด้วย เพราะสังคมก็เรียกร้องให้ประชุมกันอย่างเปิดเผย ดังนั้น นอกจากจะคำนึงถึงฝ่ายค้านแล้ว รัฐบาลควรคำนึงถึงประชาชนด้วย
ปิยบุตร ชี้ รบ.เคาะอภิปราย18ก.ย. จงใจปิดทาง ขออย่าอ้างปชช. มากลบเกลื่อนความผิด
https://www.matichon.co.th/politics/news_1654763
“ปิยบุตร” ชี้ รัฐบาลเคาะอภิปราย 18 ก.ย. จงใจปิดทาง ยัน ประชุมเปิดเผยเป็นประโยชน์กว่า ยันฝ่ายค้านไม่ได้หมกมุ่น ขอรัฐบาลอย่าเอาความเดือดร้อนปชช.เป็นข้ออ้างกลบเกลื่อนความผิด
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 3 กันยายน ที่พรรคอนาคตใหม่ นาย
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่(อนค.) แถลงถึงการกำหนดวันขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญว่า
ตนคิดว่า เรายื่นญัตติมาหลายวันแล้ว วันศุกร์ที่ 6 ก.ย. นี้ คณะรัฐมนตรีน่าจะสามารถมาตอบคำถามได้ หรืออาจจะเป็นวันที่ 13 ก.ย. อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านเตรียมเรื่องที่จะอภิปรายไว้พร้อมมาก ทั้งเรื่องการถวายสัตย์ฯ และการไม่ระบุที่มางบนโยบายรัฐบาล พรรคอนาคตใหม่จะใช้เวลา 3 ชั่วโมง ตนจะพูดประมาณ 1 ชั่วโมง หากรัฐบาลเคาะเป็นวันที่ 18 ก.ย. เราก็พร้อมอยู่แล้ว
ส่วนการกำหนดวันอภิปรายเป็นวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมสภาฯ จะถือเป็นการปิดทางการอภิปรายหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ก็คิดว่าอาจจะเป็นความตั้งใจของรัฐบาล ความจริงรัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ควรจะให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎร อย่าคิดมาชิงไหวชิงพริบกัน ตนคิดว่ายิ่งเปิดให้อภิปรายประชุมในสภาฯ ได้มากเท่าใด ก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล เพราะในวันนั้นตนได้เตรียมวิธีแก้ไขให้รัฐบาลด้วย อยากให้มองว่าเป็นการปรารถนาที่ดีจากฝ่ายค้านมากกว่า
ส่วนการวางลำดับผู้อภิปรายของฝ่ายค้านนั้น นายปิยบุตรกล่าวว่า หากเปิดให้อภิปราย 1 วัน คาดว่าจะมีเวลา 14 ชั่วโมง โดยหลักแล้วคนที่เข้าชื่อเสนอญัตตินี้จะต้องเป็นผู้อภิปรายในลำดับต้นๆ โดยผู้ที่จะตอบคือ รัฐมนตรีแต่ละคน เราจะจัดสรรปันส่วนอย่างเท่าๆ กัน
หากมีกรณีตั้งองครักษ์พิทักษ์พล.อ.
ประยุทธ์ นั้น นาย
ปิยบุตร กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้มีโจทย์ชัดที่มุ่งถามที่นายกฯ เรื่องเหตุผลที่ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ และการไม่แจงงบใช้จ่ายในนโยบายของรัฐบาล คิดว่าน่าจะมีการประท้วงน้อย และอยู่ในกรอบที่เราเตรียมไว้แน่นอน
ส่วนเวลาจะเพียงพอหรือไม่นั้น นาย
ปิยบุตร กล่าวว่า หากรัฐบาลยืนยันที่จะใช้วันที่ 18 ก.ย. ซึ่งคาดว่าอาจจะได้ถึงเวลา 24.00 น. เท่านั้น สังคมและพรรคฝ่ายค้านเองก็มีสิทธิคิดว่า รัฐบาลจงใจที่จะปิดทาง ตนเห็นว่าการอภิปรายลับน่าจะเป็นข้อเสียของรัฐบาล เพราะประชาชนที่เฝ้ารอการแจกแจงจากพล.อ.ประยุทธ์ และครม. จะสงสัยว่าทำไมต้องมีการประชุมลับ และการประชุมลับแม้จะไม่มีการถ่ายทอดสด แต่ก็อาจจะมีส.ส. ออกไปเปิดเผยต่อสาธารณชนก็ได้ เมื่อเป็นแบบนี้การประชุมแบบเปิดเผยจะเป็นข้อดีมากกว่า ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องความมั่นคง และการกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เรายืนยันว่าไม่มีประเด็นเหล่านี้ เรามีเพียงประเด็นของพล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องประชุมลับ
นาย
ปิยบุตรกล่าวว่า เรายืนยันว่า พรรคฝ่ายค้านทำงานกันหลากหลายด้านมาก เราเดินทางลงพื้นที่น้ำท่วมที่ภาคอีสาน และส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ในพื้นที่ก็ทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เรายังตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องราวความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย และวันที่ 5-6 ก.ย. นาย
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จะลงพื้นที่ภาคอีสานด้วย เราต้องยอมรับว่าบ้านเมืองเกิดปัญหาที่หลากหลาย ฉะนั้นจึงต้องแก้ปัญหาควบคู่กันไป เราไม่ได้มาเจาะจงแค่เรื่องการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ และครม. เท่านั้น
“ปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องได้รับการแก้ไขเยียวยา แต่อย่านำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นข้ออ้างในการกลบเกลื่อนปิดบังการกระทำผิดของรัฐบาล” นาย
ปิยบุตร กล่าว
JJNY : 4in1 สุทินชี้ขอเพิ่มเวลาอภิปราย/ปิยบุตรชี้รบ.เคาะ18ก.ย.จงใจปิดทาง/จาตุรนต์เตือนดึงงบ/คาจิกิอ่อนกำลังแต่ยังตกหนัก
https://news.thaipbs.or.th/content/283706
วันนี้ (3 ก.ย.2562) นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้ารับหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่ไม่ครบถ้วนที่มีข่าวว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 18 ก.ย.นั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบ
ฝ่ายค้านก็ไม่ขัดข้อง แต่ก็ถือว่า
ได้เห็นเจตนาของรัฐบาลที่ใจแคบและกลัว
โดยการบีบบังคับให้จบภายในวันเดียว”
ส่วนจะจัดทัพการอภิปรายอย่างไรนั้น นายสุทิน กล่าวว่า ต้องปรับใหม่ โดยลดจำนวนคนและเนื้อหาให้สัมพันธ์กับเวลา ยอมรับว่า สาระหลายอย่างก็หายไป
เพราะตั้งใจไว้ 2 วันหรือวันครึ่ง พร้อมยืนยันว่า ไม่ควรเป็นการประชุมลับ แต่หากรัฐบาลมีเหตุผลอะไร ก็ขอให้รัฐบาลมาชี้แจงมาพูดคุยให้สังคมเข้าใจ ต้องฟังสังคมด้วย เพราะสังคมก็เรียกร้องให้ประชุมกันอย่างเปิดเผย ดังนั้น นอกจากจะคำนึงถึงฝ่ายค้านแล้ว รัฐบาลควรคำนึงถึงประชาชนด้วย
ปิยบุตร ชี้ รบ.เคาะอภิปราย18ก.ย. จงใจปิดทาง ขออย่าอ้างปชช. มากลบเกลื่อนความผิด
https://www.matichon.co.th/politics/news_1654763
“ปิยบุตร” ชี้ รัฐบาลเคาะอภิปราย 18 ก.ย. จงใจปิดทาง ยัน ประชุมเปิดเผยเป็นประโยชน์กว่า ยันฝ่ายค้านไม่ได้หมกมุ่น ขอรัฐบาลอย่าเอาความเดือดร้อนปชช.เป็นข้ออ้างกลบเกลื่อนความผิด
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 3 กันยายน ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่(อนค.) แถลงถึงการกำหนดวันขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญว่า
ตนคิดว่า เรายื่นญัตติมาหลายวันแล้ว วันศุกร์ที่ 6 ก.ย. นี้ คณะรัฐมนตรีน่าจะสามารถมาตอบคำถามได้ หรืออาจจะเป็นวันที่ 13 ก.ย. อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านเตรียมเรื่องที่จะอภิปรายไว้พร้อมมาก ทั้งเรื่องการถวายสัตย์ฯ และการไม่ระบุที่มางบนโยบายรัฐบาล พรรคอนาคตใหม่จะใช้เวลา 3 ชั่วโมง ตนจะพูดประมาณ 1 ชั่วโมง หากรัฐบาลเคาะเป็นวันที่ 18 ก.ย. เราก็พร้อมอยู่แล้ว
ส่วนการกำหนดวันอภิปรายเป็นวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมสภาฯ จะถือเป็นการปิดทางการอภิปรายหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ก็คิดว่าอาจจะเป็นความตั้งใจของรัฐบาล ความจริงรัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ควรจะให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎร อย่าคิดมาชิงไหวชิงพริบกัน ตนคิดว่ายิ่งเปิดให้อภิปรายประชุมในสภาฯ ได้มากเท่าใด ก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล เพราะในวันนั้นตนได้เตรียมวิธีแก้ไขให้รัฐบาลด้วย อยากให้มองว่าเป็นการปรารถนาที่ดีจากฝ่ายค้านมากกว่า
ส่วนการวางลำดับผู้อภิปรายของฝ่ายค้านนั้น นายปิยบุตรกล่าวว่า หากเปิดให้อภิปราย 1 วัน คาดว่าจะมีเวลา 14 ชั่วโมง โดยหลักแล้วคนที่เข้าชื่อเสนอญัตตินี้จะต้องเป็นผู้อภิปรายในลำดับต้นๆ โดยผู้ที่จะตอบคือ รัฐมนตรีแต่ละคน เราจะจัดสรรปันส่วนอย่างเท่าๆ กัน
หากมีกรณีตั้งองครักษ์พิทักษ์พล.อ.ประยุทธ์ นั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้มีโจทย์ชัดที่มุ่งถามที่นายกฯ เรื่องเหตุผลที่ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ และการไม่แจงงบใช้จ่ายในนโยบายของรัฐบาล คิดว่าน่าจะมีการประท้วงน้อย และอยู่ในกรอบที่เราเตรียมไว้แน่นอน
ส่วนเวลาจะเพียงพอหรือไม่นั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า หากรัฐบาลยืนยันที่จะใช้วันที่ 18 ก.ย. ซึ่งคาดว่าอาจจะได้ถึงเวลา 24.00 น. เท่านั้น สังคมและพรรคฝ่ายค้านเองก็มีสิทธิคิดว่า รัฐบาลจงใจที่จะปิดทาง ตนเห็นว่าการอภิปรายลับน่าจะเป็นข้อเสียของรัฐบาล เพราะประชาชนที่เฝ้ารอการแจกแจงจากพล.อ.ประยุทธ์ และครม. จะสงสัยว่าทำไมต้องมีการประชุมลับ และการประชุมลับแม้จะไม่มีการถ่ายทอดสด แต่ก็อาจจะมีส.ส. ออกไปเปิดเผยต่อสาธารณชนก็ได้ เมื่อเป็นแบบนี้การประชุมแบบเปิดเผยจะเป็นข้อดีมากกว่า ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องความมั่นคง และการกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น เรายืนยันว่าไม่มีประเด็นเหล่านี้ เรามีเพียงประเด็นของพล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องประชุมลับ
นายปิยบุตรกล่าวว่า เรายืนยันว่า พรรคฝ่ายค้านทำงานกันหลากหลายด้านมาก เราเดินทางลงพื้นที่น้ำท่วมที่ภาคอีสาน และส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ในพื้นที่ก็ทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เรายังตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องราวความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย และวันที่ 5-6 ก.ย. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จะลงพื้นที่ภาคอีสานด้วย เราต้องยอมรับว่าบ้านเมืองเกิดปัญหาที่หลากหลาย ฉะนั้นจึงต้องแก้ปัญหาควบคู่กันไป เราไม่ได้มาเจาะจงแค่เรื่องการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ และครม. เท่านั้น
“ปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องได้รับการแก้ไขเยียวยา แต่อย่านำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นข้ออ้างในการกลบเกลื่อนปิดบังการกระทำผิดของรัฐบาล” นายปิยบุตร กล่าว