ออกจากงานมาเปิดร้านยามนี้

กระทู้คำถาม
เป็นครั้งแรกที่ตั้งกระทู้ค่ะ เพียงอยากแชร์ประสบการณ์เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่คิดจะลาออกจากงาน เริ่มจากเจ้าของกระทู้ทำงานเป็นเซลบริษัทต่างชาติแถวสุขุมวิท เงินเดือน+รายได้อื่นๆ 50,000+ จาก slip เงินเดือนรวมทั้งปี เกือบล้าน แต่ไม่มีอะไรแน่นอน บริษัทมีการขายควบรวมกิจการ จึงทำให้มีการจ่ายชดเชยให้พนักงานเพื่อให้ออกจากงาน แต่หากเลือกไปต่อกับตำแหน่งเดิม เค้าก้อมีงานให้ทำต่อ เรายังอายุไม่เยอะจึงตัดสินใจไปต่อภายใต้บริษัทใหม่ ด้วยความหวังว่า ยังมีงานที่ดีบริษัทดี ทำต่อไป แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เรื่องงาน เยอะขึ้นกว่าเดิมมาก หรือจะว่าเค้ายอมจ่ายมากเพื่อให้เราอย่ได้โดยเพิ่มปริมาณงานเท่ากับจ้างสัก3คน จากเคยเข้าออฟฟิต อาทิตย์ละครั้ง เป็นเข้าทุกวัน ทำงานตั้งแต่9โมงเช้า กลับบ้าน 4ทุ่มเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่เพื่อเงิน จึงทนทำมาได้ ปีครึ่งแล้วก็ ตัดสินใจ ว่าพอดีกว่า เพราะตัวเองมีลูกที่กำลังเข้าวัยรุ่น อยากมีเวลาให้เค้าบ้าง บวกกับว่าที่บ้านมีกิจการเล็กๆ ขายศาลพระภูมิ(เปิดมา 40ปี)จึงคิดจะไปลงทุนต่อยอดเพิ่มโดยเปิดขายสังฆภัณฑ์ในบริเวณเดียวกัน ...เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดก็ลุยเลย เริ่มจากสำรวจตลาดร้านสังฆภัณฑ์ในอำเภอเดียวกันว่าเค้าใครเป็นเจ้าตลาด ขายอะไรบ้าง บริการเป็นอย่างไร เสียงจากลูกค้าเป็นอย่างไร เราจะอยู่ตรงไหนของตลาดนี้ สรุปได้ideaว่าอยากทำร้านเป็นแบบโมเดิร์น สะอาด เรียงของเรียบร้อย สวยงาม บริการดีราคาไม่แพง รวมถึงจุดแข็งคือ1.ไม่เสียค่าเช่า
2.เป็นการต่อยอดธุรกิจที่บ้าน พอจะมีฐานลูกค้าอยู่บ้าง 3. ทำเลดีกลางใจเมือง 4.สินค้าไม่เน่าเสีย
:ลงทุนไป 1,000,000 เป็นค่าตกแต่ง 150,000 นอกนั้นลงของ ,เปิดมาเดือนแรก ขายได้รวม 100,000 บาท กำไรเฉลี่ย 50% ว้าว ก็พอไปได้นะ แต่ของยังน้อยอยู่ต้องซื้อของเข้าร้านตลอดเดือนละ 3-4หมื่นบาท เพราะหัวใจของธุรกิจนี้ คือความเชื่อมั่น ของต้องครบจบในที่เดียว ความรู้ในสินค้า และพิธีกรรมต่างๆ ต้องดี ลูกค้าจะได้กลับมาเรื่อยๆ จุดขายอีกอย่างคือการจัดสังฆทานที่เป็นของใช้ได้จริงจัดใหม่ตลอด (ทิ้งก็ต้องยอม) รักษามาตรฐานตลอด หาสิ่งของเครื่องใช้พระที่มีคุณภาพแบบใหม่ๆ มาไว้ที่ร้านให้หลากหลากหลายผ่านมาตอนนี้เปิดได้ 1 ปี 7เดือน ยอดขายโดยเฉลี่ยอย่ประมาณเดือนละ 100,000 บาท(ลูกค้าไม่เยอะแต่จำนวนเงินที่ซื้อแต่ละครั้งสูงพอได้ )และมีช่วงเจ้าพรรษา 3เดือน ขายได้น้อยมากๆ และเรายังใหม่ยังไม่มีลูกค้ารู้จักมากนัก/แต่ตอนนี้ ยังไม่เห็นเงินชัดนักเพราะต้องลงทุนซื้อสินค้าเข้าตลอดและมากขึ้นเรื่อยๆ เข้าเนื้อและกินเงินเก่าตลอด แต่ก็สู้เพราะลุยแล้ว เราโชคดีหลายอย่างมีแม่และน้องชายที่ดีมากๆ ช่วยเหลือทุกอย่าง และสามีดีสุดๆที่ให้เงินลงทุนแม้เราจะกู้ธนาคารมาและเป็นกำลังใจไม่เคยบ่นสักคำ ตอนนี้ตั้งเป้าว่าอีก 2ปีน่าจะอยู่ตัวไม่ต้องซื้อของเข้าตลอดขนาดนี้ ...อยากจะบอกกับผู้อ่านว่าหากจะทำธุรกิจอะไรตอนนี้ยากจริงๆต้องมีเงินทุนสำรองไว้เผื่อไม่มีรายได้เลย 1 ปี  แม้เราจะมีปัจจัย+++หลายอย่างที่คิดว่าไม่ยาก แต่ก็แค่พออยู่ได้เท่านั้น แต่ที่ดีงามที่สุดคือเราได้มีเวลากับลูกดูแลเค้าในวัยที่น่าห่วง ตอนนี้เค้าเป็นเด็กดีเชื่อฟังผู้ใหญ่ไม่ออกนอกลู่นอกทาง สำหรับเราสิ่งนี้เป็นรางวัลที่มีค่าที่สุด ...สุดท้ายนี้ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ (จริงๆยังมีรายละเอียดในการทำร้านเยอะเลยแต่กลัวยาวไป)
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่