แฟนขี้หึง ขี้ระแวง ไม่ไว้ใจ คอยจับผิด สุดท้าย ทนไม่ไหว ก็ต้องเลิกราในวัย 40 ลูก 2 คน

เราแต่งงานตอนอายุ 33 ปัจจุบันจะ 40 แล้ว มีลูก 2 คนค่ะ

แต่ก่อนเราอยู่ต่างจังหวัด ขายของออนไลน์กับแฟนมาหลายปี  ส่วนมากไม่ค่อยได้พบปะผู้คนซักเท่าไหร่ แต่เนื่องด้วยหลาย ๆ ปัจจัยทำให้การขายออนไลน์ไปไม่รอด

เลยเปลี่ยนอาชีพเป็นนายหน้า เข้ามาเช่าบ้านที่กรุงเทพ ซึ่งต้องพบปะผู้คนมากขึ้น ออกนอกบ้านเยอะขึ้นคุยโทรศัพท์เยอะขึ้น แต่งตัวดีขึ้น

ในช่วงแรก ๆ เราไปทำงาน เขาและลูกก็จะไปด้วย โดยเขาและลูกจะรอที่รถ เราก็พาลูกค้าดูที่ แต่หลัง ๆ เราไม่อยากให้เขาพาลูกไป

และอยากให้เขาช่วยดูแลลูกที่บ้าน เพราะเราห่วงหน้าพะวงหลัง และดูไม่เป็นมืออาชีพ เพราะงานกำหนดเวลาเสร็จไม่ได้

แต่ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องรอรับลูกเลิกเรียนก็จะให้เขาไปด้วย แต่หลัง ๆ เราไม่อยากพะวงอะไร จะชอบไปคนเดียวคล่องตัวกว่า ให้เขาทำงานที่บ้าน โพสงาน และสแตนบายรอรับลูก และปัญหาเกิดค่ะ

เขาจะขี้หึงกับทุกคนที่คุยทางโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ เด็ก ที่เป็นเพศตรงข้าม เราจะคุยดีกับทีมงานจะหัวเราะ

คุยนอกเรื่องงานก็ไม่ได้ บางทีเราคุยเนื้องานไป คุยเรื่องอื่นไป ซึ่งเขาก็อยู่ด้วยตลอด แต่ก็เป็นปัญหา บางครั้งเราออกไปคุยงานกับทีมงาน

เขาก็จะพาลูกตามไปให้เห็นกับตาว่าไปตรงนี้จริงไหม บางทีต้องไปดูที่ต่างจังหวัดกลับค่ำก็มีปัญหา เราทำงานเหนื่อย ร้อนแดด  และยังต้องคอยรับโทรศัพท์ที่คอยตามกลับบ้าน ทั้ง ๆ ที่งานยังไม่เสร็จ พอกลับมาบ้านต้องมาตอบคำถามที่คิดต่ำตมกลับเรา หาว่าเราไปทำเรื่องไม่ดีกับผู้ชายอื่น ทั้ง ๆ

ทีเราตั้งใจทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ทั้งที่กลับมาจะถามว่าเหนื่อยไหม กินอะไรหรือยัง แต่กลับต้องเจอสายตาที่มองหัวจรดเท้า หน้าตาไม่พอใจ

เขาพยามค้นดูสิ่งของส่วนตัวของเรา ทั้งมือถือ เฟส ไลน์ อะไรทุกอย่าง ซึ่งมันไม่มีอะไร แต่เราไม่ชอบ เพราะมันแสดงถึงความไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อใจ ไม่ให้เกียรติกัน

หลายครั้งบอกเลิกเราเก็บข้าวของจะกลับบ้านแม่ เขาก็เข้ามาขอโอกาส ไม่ทำอีก แต่เวลาผ่านไปก็เป็นอีกเหมือนเดิม จนบ่อยครั้ง เราไม่ไหว จับเข่าคุยกันแล้วก็ไม่รอด เราปรับหาแล้วก็ไม่เอา เพราะเขาบอกว่าตราบใดที่ต้องคุยกับคนอื่น เขาก็หึงไม่ไว้ใจ เพราะเขาเป็นแบบนี้ เขาเป็นคนหัวโบราณ

สุดท้ายเราเลยตัดสินใจขอเลิก เพราะเหนื่อยกายก็มากพอแล้ว ยังจะมาเหนื่อยใจอีก  มันก็แย่ที่อีกคนตั้งใจทำงานหาเงินเข้าบ้าน แต่อีกคนตั้งใจหึงหวงคิดต่ำตมพยายามถ่วงการทำงานของเรา 

สุดท้ายแล้วชีวิตที่เหลือขอตั้งใจทำงานเลี้ยงดูลูก เป็น single mom อย่างมั่นคง เด็ดเดี่ยวดีกว่าค่ะ

**เพื่อน ๆ คิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดไหม**
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่