เรืองไกร' ร้องศาลรธน. ถวายสัตย์-แถลงนโยบายไม่ครบ เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_1648250
“เรืองไกร” ร้องศาลรธน.วินิจฉัย ปมถวายสัตย์-แถลงนโยบายไม่ครบ ชี้เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นาย
เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าการที่นายกรัฐมนตรี ถวายสัตย์ไม่เป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ และการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 162
เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือไม่
ทั้งนี้ นาย
เรืองไกรกล่าวว่า การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเห็นว่าการถวายสัตย์ของนายกฯไม่ครบถ้วน เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนนั้นถือได้ว่าเป็นการรับรองแล้วว่าการถวายสัตย์ของนายกฯกระทำไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันการที่นายกฯได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยแถลงเพียงว่าจะดำเนินโครงการนั้นนี้ ไม่ได้มีการระบุถึงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำไปใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายเหล่านั้นว่าจะมาจากที่ใดจึงเห็นว่าไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ ครม.ซึ่งจะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโบายต่อรัฐสภา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงต้องแจ้งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการ
เมื่อนายกฯไม่ดำเนินการดังกล่าวในทั้ง 2 ประเด็น ยอมทำให้การบริหารราชการแผ่นดินยังไม่อาจกระทำได้ จึงเข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ประกอบมาตรา 3 วรรคสอง จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และสั่งให้นายกฯ ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
ฝ่ายค้านไม่ขัด ประชุมลับซักฟอก สุทินยกเงื่อนไข‘บิ๊กตู่’ต้องมาตอบเองปมถวายสัตย์
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2848263
ประธานวิปฝ่ายค้านไม่ขัดประชุมลับซักฟอก ย้ำ‘บิ๊กตู่’ต้องมาตอบเองปมถวายสัตย์ – รัฐบาลต้องมีเหตุผลเพียงพอ
อ่านข่าว –
ประธานวิปฝ่ายค้านชี้ 6 ก.ย.เหมาะซักฟอก‘บิ๊กตู่’ ขู่อย่ายึกยัก เจอมาตรการเด็ดแน่!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2845704
อ่านข่าว –
วิษณุ หนุน “ประชุมลับ” สภาซักฟอก ปมถวายสัตย์ไม่ครบ อภิปราย 6 ก.ย. เหมาะสม
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2847948
ถวายสัตย์ – วันที่ 30 ส.ค.
นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกระแสข่าวเสนอให้มีการประชุมลับการขอเปิดอภิปรายนายกฯ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องและยังไม่ได้คุยกับวิปรัฐบาล คาดว่าจะมีการหารือกันในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งวันและเวลาที่จะใช้อภิปราย แต่ฝ่ายค้านยังยืนยันเวลาที่เหมาะสม 2 วัน
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า สำหรับการประชุมลับ เป็นเรื่องที่วิปรัฐบาลจะต้องมาหารือถึงเหตุผลและความจำเป็น และมีการเสนอเพื่อขอมติที่ประชุมสภา ทั้งนี้ ฝ่ายค้านไม่มีปัญหาหากรัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอและที่ประชุมสภามีมติ
สิ่งสำคัญที่สุด คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม จะต้องเป็นผู้มาตอบด้วยตนเอง ทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนเพื่อรัฐบาลจะได้เดินหน้าทำงานได้อย่างไม่มีปัญหา โดยนายกฯ ไม่ควรหนีสภา หนีปัญหาแต่ควรทำเรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว
“หากจำเป็นมีเหตุผลพอให้ประชุมลับ ฝ่ายค้านก็รับได้
แต่เสียดายโอกาสที่ประชาชนจะไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงในเรื่องที่สังคมสนใจ
ดังนั้น รัฐบาลมีอะไรก็ต้องมาคุยกัน
เราพร้อมรับฟัง อะไรที่เป็นเหตุผล เราไม่ขัดข้อง
แต่ผมอยากให้การประชุมเป็นอย่างเปิดเผย ซึ่งการให้เหตุผลว่า
เป็นเรื่องของความมั่นคงและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ก็ต้องมาฟังรายละเอียดกันก่อนว่าเข้าข่ายหรือไม่”
นายสุทิน กล่าว
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ทั้งนี้ การอภิปรายมี 2 ประเด็นคือเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ และการแถลงนโยบายรัฐบาลที่ไม่ระบุที่มาและกรอบการใช้งบประมาณซึ่งอาจขัดกฎหมาย
หากจะประชุมลับก็ไม่ควรประชุมลับทั้งหมด อย่างเรื่องเกี่ยวกับการแถลงนโยบายรัฐบาล สามารถประชุมเปิดเผยได้ ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง
ประธาน กกต.ไม่ขอตอบ 'ไพบูลย์' เลิกพรรค นับคะแนนรวมอย่างไร
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/845596
ประธาน กกต.ไม่ขอตอบประเด็นไพบูลย์เลิกพรรค นับคะแนนรวมอย่างไร อ้างคำเดียวยังไม่ได้ศึกษา เป็นเรื่องยากรอชัดเจนเพื่อให้คำตอบถูกต้องที่สุด
นาย
อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกกต.มีมติให้พรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) สิ้นสภาพตามคำร้องของนาย
ไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาข้อกฎหมายเพียงคำขอการสิ้นสภาพทางการเมืองประเด็นเดียว ส่วนเรื่องคะแนนของพรรคจะนำมารวมหรือไม่ยังไม่ได้มีการพิจารณา โดยการสิ้นสภาพจะนับตั้งแต่วันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนผลของการสิ้นสภาพก็เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นไปตามมาตรา 95 ที่บอกว่าพรรคที่สิ้นสภาพแล้ว หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคมีหน้าที่ต้องส่งบัญชีและงบแสดงสถานะทางการเงินให้กับกกต.ภายใน 30 วัน เพื่อชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน และขยายเวลาได้อีก 180 วัน หัวหน้าพรรคและกก.บห.พรรคมีหน้าที่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการทางการเมืองในนามพรรคได้อีกแล้ว เพราะพรรคได้สิ้นสภาพไปแล้ว
เมื่อถามถึงการพิจารณาข้อกฎหมายเรื่องการไปสังกัดพรรคอื่น นาย
อิทธิพร กล่าวว่า ยังไม่มีการพิจารณา แต่มาตรา 95 (4) ของพ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ระบุว่าการสิ้นสภาพลักษณะนี้เหมือนเป็นการยุบพรรค เพื่อเป็นการคุ้มครองสมาชิกพรรคที่เป็นส.ส.ให้หาพรรคการเมืองสมัครเป็นสมาชิกภายใน 60 วัน หากไม่มีพรรคสังกัดภายในเวลาดังกล่าวจะทำให้สถานะส.ส.สิ้นสุดลงด้วย การพิจารณาของกกต.พิจารณาเพียงการสิ้นสภาพตามกฎหมาย ส่วนเรื่องอื่นยังไม่มีการพิจารณา รวมถึงคะแนนของพรรคประชาชนปฏิรูปก็ยังไม่มีการพิจารณา แต่ทราบว่าเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้
เมื่อถามถึงสถานะของนาย
ไพบูลย์ หากไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ นาย
อิทธิพร กล่าวว่า ยังจะขอไม่ตอบ เพราะเรี่องยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการ กกต. ไม่อยากตอบในฐานะส่วนตัวขอละเว้นเอาไว้ก่อน เมื่อถามว่าตามข้อกฎหมายคะแนนของพรรคจะไปอยู่ส่วนใด นาย
อิทธิพรกล่าวว่า ยังไม่ศึกษารายละเอียด เรื่องยังไม่เข้าสู่การพิจารณา ไม่ขอตอบ
เมื่อถามว่าหลังการยุบพรรคมีผลโดยสมบูรณ์แล้วจะนำมาพิจารณาเมื่อไหร่ นาย
อิทธิพรกล่าวว่า เมื่อเกิดขึ้นแล้วจึงจะพิจารณา และอำนาจพิจารณาประเด็นต่างๆ เป็นอำนาจหน้าที่กกต.ด้วยหรือไม่ เรารับทราบประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจ จะนำมาประกอบการพิจารณาเมื่อมีการประชุมกกต. ส่วนจะพิจารณาเมื่อไรนั้น ยังตอบไม่ได้ เพราะมีวาระเข้าสู่ที่ประชุมเรื่องสำนวนคำร้องต่างๆที่จะต้องพิจารณา ประเด็นต่างๆไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นเรื่องยาก และเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวข้อง ต้องไปดูกฎหมายระบุเช่นไร อยากให้การให้ความเห็นชัดเจนและถูกต้องที่สุด
เมื่อถามว่าถ้าระหว่างนี้มีการพิจารณาให้ใบแดงจะกระทบนาย
ไพบูลย์หรือไม่ นาย
อิทธิพรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงตรงนั้น การให้ใบแดงก็แล้วแต่คำร้องที่ส่งเข้ามา ยังพิจารณาอยู่ ผ่านไปเยอะแล้วยังมีบาง ส่วนส.ส.พึงมี เกินได้หรือไม่ ตนยังไม่ตอบคำถาม
JJNY : เรืองไกรร้องศาลรธน./ไม่ขัด ประชุมลับซักฟอก/ปธ.กกต.ไม่ขอตอบ'ไพบูลย์'เลิกพรรค/ไซเบอร์ ทบ.รับสมัคร/กท.ปลอดภัยต่ำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_1648250
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าการที่นายกรัฐมนตรี ถวายสัตย์ไม่เป็นไปตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ และการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 162
เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือไม่
ทั้งนี้ นายเรืองไกรกล่าวว่า การที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเห็นว่าการถวายสัตย์ของนายกฯไม่ครบถ้วน เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนนั้นถือได้ว่าเป็นการรับรองแล้วว่าการถวายสัตย์ของนายกฯกระทำไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันการที่นายกฯได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยแถลงเพียงว่าจะดำเนินโครงการนั้นนี้ ไม่ได้มีการระบุถึงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำไปใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายเหล่านั้นว่าจะมาจากที่ใดจึงเห็นว่าไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ ครม.ซึ่งจะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโบายต่อรัฐสภา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงต้องแจ้งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการ
เมื่อนายกฯไม่ดำเนินการดังกล่าวในทั้ง 2 ประเด็น ยอมทำให้การบริหารราชการแผ่นดินยังไม่อาจกระทำได้ จึงเข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ประกอบมาตรา 3 วรรคสอง จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และสั่งให้นายกฯ ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
ฝ่ายค้านไม่ขัด ประชุมลับซักฟอก สุทินยกเงื่อนไข‘บิ๊กตู่’ต้องมาตอบเองปมถวายสัตย์
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2848263
ประธานวิปฝ่ายค้านไม่ขัดประชุมลับซักฟอก ย้ำ‘บิ๊กตู่’ต้องมาตอบเองปมถวายสัตย์ – รัฐบาลต้องมีเหตุผลเพียงพอ
อ่านข่าว – ประธานวิปฝ่ายค้านชี้ 6 ก.ย.เหมาะซักฟอก‘บิ๊กตู่’ ขู่อย่ายึกยัก เจอมาตรการเด็ดแน่!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2845704
อ่านข่าว – วิษณุ หนุน “ประชุมลับ” สภาซักฟอก ปมถวายสัตย์ไม่ครบ อภิปราย 6 ก.ย. เหมาะสม
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2847948
ถวายสัตย์ – วันที่ 30 ส.ค. นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกระแสข่าวเสนอให้มีการประชุมลับการขอเปิดอภิปรายนายกฯ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องและยังไม่ได้คุยกับวิปรัฐบาล คาดว่าจะมีการหารือกันในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งวันและเวลาที่จะใช้อภิปราย แต่ฝ่ายค้านยังยืนยันเวลาที่เหมาะสม 2 วัน
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า สำหรับการประชุมลับ เป็นเรื่องที่วิปรัฐบาลจะต้องมาหารือถึงเหตุผลและความจำเป็น และมีการเสนอเพื่อขอมติที่ประชุมสภา ทั้งนี้ ฝ่ายค้านไม่มีปัญหาหากรัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอและที่ประชุมสภามีมติ
สิ่งสำคัญที่สุด คือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม จะต้องเป็นผู้มาตอบด้วยตนเอง ทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนเพื่อรัฐบาลจะได้เดินหน้าทำงานได้อย่างไม่มีปัญหา โดยนายกฯ ไม่ควรหนีสภา หนีปัญหาแต่ควรทำเรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว
เราพร้อมรับฟัง อะไรที่เป็นเหตุผล เราไม่ขัดข้อง
เป็นเรื่องของความมั่นคงและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ประธาน กกต.ไม่ขอตอบ 'ไพบูลย์' เลิกพรรค นับคะแนนรวมอย่างไร
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/845596
ประธาน กกต.ไม่ขอตอบประเด็นไพบูลย์เลิกพรรค นับคะแนนรวมอย่างไร อ้างคำเดียวยังไม่ได้ศึกษา เป็นเรื่องยากรอชัดเจนเพื่อให้คำตอบถูกต้องที่สุด
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกกต.มีมติให้พรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) สิ้นสภาพตามคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาข้อกฎหมายเพียงคำขอการสิ้นสภาพทางการเมืองประเด็นเดียว ส่วนเรื่องคะแนนของพรรคจะนำมารวมหรือไม่ยังไม่ได้มีการพิจารณา โดยการสิ้นสภาพจะนับตั้งแต่วันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนผลของการสิ้นสภาพก็เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นไปตามมาตรา 95 ที่บอกว่าพรรคที่สิ้นสภาพแล้ว หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคมีหน้าที่ต้องส่งบัญชีและงบแสดงสถานะทางการเงินให้กับกกต.ภายใน 30 วัน เพื่อชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน และขยายเวลาได้อีก 180 วัน หัวหน้าพรรคและกก.บห.พรรคมีหน้าที่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการทางการเมืองในนามพรรคได้อีกแล้ว เพราะพรรคได้สิ้นสภาพไปแล้ว
เมื่อถามถึงการพิจารณาข้อกฎหมายเรื่องการไปสังกัดพรรคอื่น นายอิทธิพร กล่าวว่า ยังไม่มีการพิจารณา แต่มาตรา 95 (4) ของพ.ร.ป.พรรคการเมืองที่ระบุว่าการสิ้นสภาพลักษณะนี้เหมือนเป็นการยุบพรรค เพื่อเป็นการคุ้มครองสมาชิกพรรคที่เป็นส.ส.ให้หาพรรคการเมืองสมัครเป็นสมาชิกภายใน 60 วัน หากไม่มีพรรคสังกัดภายในเวลาดังกล่าวจะทำให้สถานะส.ส.สิ้นสุดลงด้วย การพิจารณาของกกต.พิจารณาเพียงการสิ้นสภาพตามกฎหมาย ส่วนเรื่องอื่นยังไม่มีการพิจารณา รวมถึงคะแนนของพรรคประชาชนปฏิรูปก็ยังไม่มีการพิจารณา แต่ทราบว่าเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้
เมื่อถามถึงสถานะของนายไพบูลย์ หากไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ นายอิทธิพร กล่าวว่า ยังจะขอไม่ตอบ เพราะเรี่องยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการ กกต. ไม่อยากตอบในฐานะส่วนตัวขอละเว้นเอาไว้ก่อน เมื่อถามว่าตามข้อกฎหมายคะแนนของพรรคจะไปอยู่ส่วนใด นายอิทธิพรกล่าวว่า ยังไม่ศึกษารายละเอียด เรื่องยังไม่เข้าสู่การพิจารณา ไม่ขอตอบ
เมื่อถามว่าหลังการยุบพรรคมีผลโดยสมบูรณ์แล้วจะนำมาพิจารณาเมื่อไหร่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เมื่อเกิดขึ้นแล้วจึงจะพิจารณา และอำนาจพิจารณาประเด็นต่างๆ เป็นอำนาจหน้าที่กกต.ด้วยหรือไม่ เรารับทราบประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจ จะนำมาประกอบการพิจารณาเมื่อมีการประชุมกกต. ส่วนจะพิจารณาเมื่อไรนั้น ยังตอบไม่ได้ เพราะมีวาระเข้าสู่ที่ประชุมเรื่องสำนวนคำร้องต่างๆที่จะต้องพิจารณา ประเด็นต่างๆไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นเรื่องยาก และเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวข้อง ต้องไปดูกฎหมายระบุเช่นไร อยากให้การให้ความเห็นชัดเจนและถูกต้องที่สุด
เมื่อถามว่าถ้าระหว่างนี้มีการพิจารณาให้ใบแดงจะกระทบนายไพบูลย์หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงตรงนั้น การให้ใบแดงก็แล้วแต่คำร้องที่ส่งเข้ามา ยังพิจารณาอยู่ ผ่านไปเยอะแล้วยังมีบาง ส่วนส.ส.พึงมี เกินได้หรือไม่ ตนยังไม่ตอบคำถาม