คือกระทู้นี้ไม่ได้จะมาเหยียดคนไทยนะครับแต่ผมแค่สงสัยเฉยๆครับ คือตั้งแต่ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยมา ไทยส่งคนไปศึกษาต่อประเทศฝรั่งตะวันตกเริ่ม ร.5 พร้อม กับ ญี่ปุ่นสมัยเมจิแต่ทำไมเขาคิดค้นเทคโนโลยีเองไปได้ไกลกว่าเรามาก? รวมไปถึงนักคิดต่างๆ นักธุรกิจต่างๆ
อาจจะยาวหน่อยแต่ก็ขออภัยครับ
https://en.wikipedia.org/wiki/Meiji_(era)
"It inaugurated a new Western-based education system for all young people, sent students to the United States and Europe"
ญี่ปุ่นสมัยเมจิหลังสงครามโบชินจบลง พร้อมกับการโค้นล้มรัฐบาลของโชกุล ญี่ปุ่นเข้าสู่การปฏิรูปประเทศครั้งยิ่งใหญ่ มีการส่ง นักเรียนชาวญี่ปุ่นไปศึกษาต่อในสหรัฐ และ ยุโรปเป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่เป็นลูกชาย ของข้าราชการ และ อดีตซามูไร ระดับสูง
ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเลย
Itō Hirobumi ประธานองคมนตรี และ นายกรัฐมนตรี คนแรก ไปศึกษาต่อ
University college london อังกฤษ พร้อมกับ คณะนักเรียนคนอื่นจากแคว้น Chōshū ชื่อ
Endō Kinsuke, Nomura Yakichi,Yamao Yōzō, and Inoue Monta
และ คณะรัฐบาลเมจิ คนอื่นที่ไปศึกษาต่อใน ยุโรป และ สหรัฐ
Matsuki Kōan,Godai Tomoatsu (Godai Saisuke),Mori Arinori,Machida Hisanari,Komura Jutarō,Kaneko Kentarō,Hayashi Tozaburo และ Mitsukuri Dairoku
นักกฏหมายและ นักวิทยาศาสตร์/วิศวกร
Kikuchi Dairoku
Suematsu Kenchō
Inagaki Manjirō
Okura Kishichiro
Tanaka Ginnosuke
Hachisuka Mochiaki
Nanjo Bunyu
Takakusu Junjiro
Tōgō Heihachirō
Nagai Nagayoshi
นักเขียน และ นักปรัชญา
Shūzō Kuki ลูกชายคนโตของ
Kuki Ryūichi ข้าราชการระดับสูง ถูกส่งไปศึกษาต่อที่อังกฤษตั้งแต่ อายุ 12 จนจบ oxford และ ไปทำงาน และ เรียนภาษาที่ฝรั่งเศส และ เยอรมัน ต่ออีก 5 ปี ก่อนกลับญี่ปุ่น
นักธุรกิจ
Kōjirō Matsukata ลูกชายคนโตของ Matsukata Masayoshi หนึ่งในนายกรัฐมลตรีคนสำคัญของญี่ปุ่นยุคนั้น ไปศึกษาต่อสหรัฐตั้งแต่เด็ก และทำงานในฝรั่งเศส และ อิตาลี พร้อมกับธุรกิจนำเข้าไวล์จากฝรั่งเศส และ อิตาลี เข้าญี่ปุ่น
อีกคำถามนึง อาจจะไม่เกี่ยวกับกระทู้นะครับแต่ที่ผมสงสัย คือ ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นยุคนนั้นที่ไปศึกษาต่อแทบไม่มีใครแต่งงาน หรือ มีภรรยาเป็นผู้หญิงฝรั่งตะวันตกเลยครับ?
อย่างผู้ชายไทยที่ไปศึกษาต่อในยุคเดียวกันก็แต่งงานกับ ผู้หญิงฝรั่งตะวันตกหลายคนเลย
อย่าง
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
หม่อมเจ้าทองฑีฆายุ ทองใหญ่
กรมพระยาชัยนาทนเรนทร สมรสกับหม่อมชาวเยอรมัน
ประยูร ภมรมนตรี มารดาเป็นชาวเยอรมัน
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช
พระยาภักดีภูธร
หลวงประเจิดอักษรลักษณ์ (สมโภช อัศวนนท์) บิดาของ อมรา อัศวนนท์
ที่แต่งกับผู้หญิงฝรั่งใช่ว่าจะไม่มีนะครับ แต่ก็นับว่าน้อยมากกกกกก ถ้าเทียบกับจำนวนนักเรียนของญี่ปุ่น เมื่อเทียบกับไทยหรือสยามที่ส่งไปพร้อมกับเขาครับ
คือ
Takamine Jōkichi
Nagai Nagayoshi
Kōjirō Matsukata
แต่ส่วนใหญ่พื้นเพครอบครัวก็ไม่ได้เป็นคนใหญ่คนโตอยู่แล้วเป็นสามัญชนมีอันจะกิน
ยกเว้น
Kōjirō Matsukata สมรสกับหญิงชาวฝรั่งเศส เป็นถึงบุตรชาวคนโตของอดีตนายก
อีกคนคือ
Shūzō Kuki นักปรัชญา ที่กล่าวถึงไป ลูกชายคนโตของ Kuki Ryūichi ข้าราชการระดับสูง เคยมีเรื่องลือในสมัยนั้นว่า เคยหมั้นกับหญิงสาวชาว อิตาลี ตอนอยู่ฝรั่งเศส แต่ก็ถูกทางครอบครัวกีดกันอย่างหนัก จนสุดท้ายก็ถอนหมั้น และ กลับมาแต่งงานสาวชาวญี่ปุ่นด้วยกัน
edit: ไม่นับรวมสามัญชนคนทั่วคนระดับล่างๆไปที่อพยพไปทำงาน ตาม บราซิล อเมริกาใต้ หรือ สหรัฐ น่ะครับ
ไทยส่งคนไปศึกษาต่อประเทศฝรั่งตะวันตกเริ่ม ร.5 พร้อม กับ ญี่ปุ่นสมัยเมจิแต่ทำไมเขาคิดค้นเทคโนโลยีเองไปได้ไกลกว่าเรามาก?
อาจจะยาวหน่อยแต่ก็ขออภัยครับ
https://en.wikipedia.org/wiki/Meiji_(era)
"It inaugurated a new Western-based education system for all young people, sent students to the United States and Europe"
ญี่ปุ่นสมัยเมจิหลังสงครามโบชินจบลง พร้อมกับการโค้นล้มรัฐบาลของโชกุล ญี่ปุ่นเข้าสู่การปฏิรูปประเทศครั้งยิ่งใหญ่ มีการส่ง นักเรียนชาวญี่ปุ่นไปศึกษาต่อในสหรัฐ และ ยุโรปเป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่เป็นลูกชาย ของข้าราชการ และ อดีตซามูไร ระดับสูง
ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเลย
Itō Hirobumi ประธานองคมนตรี และ นายกรัฐมนตรี คนแรก ไปศึกษาต่อ University college london อังกฤษ พร้อมกับ คณะนักเรียนคนอื่นจากแคว้น Chōshū ชื่อ Endō Kinsuke, Nomura Yakichi,Yamao Yōzō, and Inoue Monta
และ คณะรัฐบาลเมจิ คนอื่นที่ไปศึกษาต่อใน ยุโรป และ สหรัฐ Matsuki Kōan,Godai Tomoatsu (Godai Saisuke),Mori Arinori,Machida Hisanari,Komura Jutarō,Kaneko Kentarō,Hayashi Tozaburo และ Mitsukuri Dairoku
นักกฏหมายและ นักวิทยาศาสตร์/วิศวกร
Kikuchi Dairoku
Suematsu Kenchō
Inagaki Manjirō
Okura Kishichiro
Tanaka Ginnosuke
Hachisuka Mochiaki
Nanjo Bunyu
Takakusu Junjiro
Tōgō Heihachirō
Nagai Nagayoshi
นักเขียน และ นักปรัชญา
Shūzō Kuki ลูกชายคนโตของ Kuki Ryūichi ข้าราชการระดับสูง ถูกส่งไปศึกษาต่อที่อังกฤษตั้งแต่ อายุ 12 จนจบ oxford และ ไปทำงาน และ เรียนภาษาที่ฝรั่งเศส และ เยอรมัน ต่ออีก 5 ปี ก่อนกลับญี่ปุ่น
นักธุรกิจ
Kōjirō Matsukata ลูกชายคนโตของ Matsukata Masayoshi หนึ่งในนายกรัฐมลตรีคนสำคัญของญี่ปุ่นยุคนั้น ไปศึกษาต่อสหรัฐตั้งแต่เด็ก และทำงานในฝรั่งเศส และ อิตาลี พร้อมกับธุรกิจนำเข้าไวล์จากฝรั่งเศส และ อิตาลี เข้าญี่ปุ่น
อีกคำถามนึง อาจจะไม่เกี่ยวกับกระทู้นะครับแต่ที่ผมสงสัย คือ ทำไมผู้ชายญี่ปุ่นยุคนนั้นที่ไปศึกษาต่อแทบไม่มีใครแต่งงาน หรือ มีภรรยาเป็นผู้หญิงฝรั่งตะวันตกเลยครับ?
อย่างผู้ชายไทยที่ไปศึกษาต่อในยุคเดียวกันก็แต่งงานกับ ผู้หญิงฝรั่งตะวันตกหลายคนเลย
อย่าง
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
หม่อมเจ้าทองฑีฆายุ ทองใหญ่
กรมพระยาชัยนาทนเรนทร สมรสกับหม่อมชาวเยอรมัน
ประยูร ภมรมนตรี มารดาเป็นชาวเยอรมัน
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช
พระยาภักดีภูธร
หลวงประเจิดอักษรลักษณ์ (สมโภช อัศวนนท์) บิดาของ อมรา อัศวนนท์
ที่แต่งกับผู้หญิงฝรั่งใช่ว่าจะไม่มีนะครับ แต่ก็นับว่าน้อยมากกกกกก ถ้าเทียบกับจำนวนนักเรียนของญี่ปุ่น เมื่อเทียบกับไทยหรือสยามที่ส่งไปพร้อมกับเขาครับ
คือ
Takamine Jōkichi
Nagai Nagayoshi
Kōjirō Matsukata
แต่ส่วนใหญ่พื้นเพครอบครัวก็ไม่ได้เป็นคนใหญ่คนโตอยู่แล้วเป็นสามัญชนมีอันจะกิน
ยกเว้น
Kōjirō Matsukata สมรสกับหญิงชาวฝรั่งเศส เป็นถึงบุตรชาวคนโตของอดีตนายก
อีกคนคือ
Shūzō Kuki นักปรัชญา ที่กล่าวถึงไป ลูกชายคนโตของ Kuki Ryūichi ข้าราชการระดับสูง เคยมีเรื่องลือในสมัยนั้นว่า เคยหมั้นกับหญิงสาวชาว อิตาลี ตอนอยู่ฝรั่งเศส แต่ก็ถูกทางครอบครัวกีดกันอย่างหนัก จนสุดท้ายก็ถอนหมั้น และ กลับมาแต่งงานสาวชาวญี่ปุ่นด้วยกัน
edit: ไม่นับรวมสามัญชนคนทั่วคนระดับล่างๆไปที่อพยพไปทำงาน ตาม บราซิล อเมริกาใต้ หรือ สหรัฐ น่ะครับ