Social Credit เป็นระบบที่รัฐบาลจีนใช้ควบคุมพฤติกรรมคนอย่างเต็มรูปแบบในทุกอิริยาบถ ที่ผ่านมาถูกโลกภายนอก ( โดยเฉพาะตะวันตก ) วิพากษ์วิจารณ์มากว่าใช้ควบคุมการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชน พฤติกรรมใดๆ ที่ทางการจีนเห็นว่าอาจกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐ ก็จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กดดันให้คนคนนั้นเลิกพฤติกรรมเสีย
ตัวอย่างแบบนี้
https://mgronline.com/sport/detail/9620000070364
สรุปคร่าวๆ ตามข่าวคือมีคนจีนชื่อ "สวี เสี่ยวตง" แกเห็นว่ามวยจีน ( กังฟู ) ที่สอนๆ กันอยู่ส่วนใหญ่มันใช้จริงไม่ได้ ( ไปเจอวิชาอื่นๆ นอกเมืองจีนถูกอัดน่วมตลอด..หลายคนก็คงเคยเห็น อนาถจริงๆ ) แกต้องการให้เกิดการปฏิรูป เลยท้าต่อยกับทุกสำนัก ( และปราบเรียบด้วยนะ หลายคนคงเคยเห็นคลิปที่แกสู้แล้ว ) แต่ไปๆ มาๆ ทางการจีนกลับมองว่าเสี่ยวตงเป็นพวกบ่อนทำลายชาติ ( บ้านเราคงเรียกชังชาติ ) ก็ใช้ระบบ Social Credit กดดันให้แกเลิกพฤติกรรมนี้ เช่น ตัดสิทธิ์จองตั๋วเครื่องบิน-รถไฟชั้นหนึ่ง
ระบบ Social Credit ใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ( Big Data ) ที่สำคัญคือการเป็น "สังคมไร้เงินสด" ที่เมืองจีนทำได้เกือบ 100% ( อย่างที่เราเห็นข่าว แม้แต่ขอทานยังมี QR Code ) เข้าไปควบคุมพฤติกรรมคนได้มากมาย เพราะรัฐรู้ว่าคุณใช้จ่ายอะไรบ้าง
- ถ้าคุณใช้เงินมากเมื่อเทียบกับรายได้ คุณอาจจะโดนสั่งให้เข้าคอร์สวางแผนการเงิน
- ถ้าคุณมีกิจกรรมทางกายน้อย ชีวิตมีแต่ทำงาน กิน นอน เล่นเกม เล่นอินเตอร์เน็ต คุณอาจจะโดนสั่งให้ไปเข้าชมรมกีฬา ถูกตัดสิทธิ์จองห้องเช่าชั้นล่างๆ ให้อยู่ชั้นสูงๆ จะได้เดินขึ้น-ลงบ่อยๆ ใช้แรงให้มากขึ้น
ฯลฯ
อะไรแบบนี้ละครับ ซึ่งปกติรัฐบาลต่อให้เผด็จการแค่ไหน ก็จะไม่มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของปัจเจกชนขนาดนี้นะ แต่จีนทำได้เพราะเทคโนโลยีอำนวย ซึ่งนี่มันคือฝันร้ายของปัจเจกชนชัดๆ เนื่องจากเราจะไม่มีเสรีภาพใดๆ เลย ในการเลือกทางเดินชีวิต
( แต่รัฐบาลอาจจะบอกว่าต้องการให้มีแต่พลเมืองที่มีคุณภาพ และนิสัยเกียจคร้าน ลอยไปลอยมา มันไม่สร้าง Productivity ให้ชาติ แถมเป็นภาระด้วย )
ผมจึงไม่สนับสนุนสังคมไร้เงินสด ขอถือเงินไว้กับตัว อยากใช้อะไรก็ใช้ มีชีวิตลอยไปลอยมาบ้าง ขี้เกียจบ้าง โดยที่รัฐไม่มาเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตผมดีกว่า
มีใครคิดแบบผมไหม?
TonyMao_NK51 ( ใช้แทนอมยิ้มที่ถูกแบน )
มีใครไม่ชอบ"สังคมไร้เงินสด"เพราะกลัวจะนำไปสู่ระบบ"Social Credit"เหมือนผมบ้างไหมครับ?
ตัวอย่างแบบนี้ https://mgronline.com/sport/detail/9620000070364
สรุปคร่าวๆ ตามข่าวคือมีคนจีนชื่อ "สวี เสี่ยวตง" แกเห็นว่ามวยจีน ( กังฟู ) ที่สอนๆ กันอยู่ส่วนใหญ่มันใช้จริงไม่ได้ ( ไปเจอวิชาอื่นๆ นอกเมืองจีนถูกอัดน่วมตลอด..หลายคนก็คงเคยเห็น อนาถจริงๆ ) แกต้องการให้เกิดการปฏิรูป เลยท้าต่อยกับทุกสำนัก ( และปราบเรียบด้วยนะ หลายคนคงเคยเห็นคลิปที่แกสู้แล้ว ) แต่ไปๆ มาๆ ทางการจีนกลับมองว่าเสี่ยวตงเป็นพวกบ่อนทำลายชาติ ( บ้านเราคงเรียกชังชาติ ) ก็ใช้ระบบ Social Credit กดดันให้แกเลิกพฤติกรรมนี้ เช่น ตัดสิทธิ์จองตั๋วเครื่องบิน-รถไฟชั้นหนึ่ง
ระบบ Social Credit ใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ( Big Data ) ที่สำคัญคือการเป็น "สังคมไร้เงินสด" ที่เมืองจีนทำได้เกือบ 100% ( อย่างที่เราเห็นข่าว แม้แต่ขอทานยังมี QR Code ) เข้าไปควบคุมพฤติกรรมคนได้มากมาย เพราะรัฐรู้ว่าคุณใช้จ่ายอะไรบ้าง
- ถ้าคุณใช้เงินมากเมื่อเทียบกับรายได้ คุณอาจจะโดนสั่งให้เข้าคอร์สวางแผนการเงิน
- ถ้าคุณมีกิจกรรมทางกายน้อย ชีวิตมีแต่ทำงาน กิน นอน เล่นเกม เล่นอินเตอร์เน็ต คุณอาจจะโดนสั่งให้ไปเข้าชมรมกีฬา ถูกตัดสิทธิ์จองห้องเช่าชั้นล่างๆ ให้อยู่ชั้นสูงๆ จะได้เดินขึ้น-ลงบ่อยๆ ใช้แรงให้มากขึ้น
ฯลฯ
อะไรแบบนี้ละครับ ซึ่งปกติรัฐบาลต่อให้เผด็จการแค่ไหน ก็จะไม่มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของปัจเจกชนขนาดนี้นะ แต่จีนทำได้เพราะเทคโนโลยีอำนวย ซึ่งนี่มันคือฝันร้ายของปัจเจกชนชัดๆ เนื่องจากเราจะไม่มีเสรีภาพใดๆ เลย ในการเลือกทางเดินชีวิต
( แต่รัฐบาลอาจจะบอกว่าต้องการให้มีแต่พลเมืองที่มีคุณภาพ และนิสัยเกียจคร้าน ลอยไปลอยมา มันไม่สร้าง Productivity ให้ชาติ แถมเป็นภาระด้วย )
ผมจึงไม่สนับสนุนสังคมไร้เงินสด ขอถือเงินไว้กับตัว อยากใช้อะไรก็ใช้ มีชีวิตลอยไปลอยมาบ้าง ขี้เกียจบ้าง โดยที่รัฐไม่มาเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตผมดีกว่า
มีใครคิดแบบผมไหม?
TonyMao_NK51 ( ใช้แทนอมยิ้มที่ถูกแบน )