ใครเคยเจอแบบผมไหม? แฟนเป็นตัวแทนประกันชีวิต แล้วมากดดันปิดยอดประกันกับเรา อ้าว เฮ้ย !!!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมเพิ่งวางสายจากแฟน คืนนี้เราคุยกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมเองก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เลยอยากมาขอคำแนะนำ จากเพื่อนๆในพันธุ์ทิพย์ด้วยครับ ว่าผมทำถูกต้องไหม

เรื่องมีอยู่ว่า... ผมกับแฟนเราเพิ่งแต่งงานกันเมื่อต้นปี (คบกันมา 5 ปี) ย้อนไปเมื่อ 3 เดือนก่อน แฟนโทรมารบเร้า อยากให้ผมช่วยสนับสนุนเธอ เพราะเธออยากก้าวเข้าสู่อาชีพตัวแทนประกันชีวิต บริษัทชื่อดังของไทย เธอบอกว่า ถ้าผมสนับสนุนเธอ เธอจะตั้งใจ มุ่งมั่น ทำงานเต็มที่ ก่อนหน้านี้เธอขายของออนไลน์ ก็ประสบความสำเร็จดี (ขายได้หลักหมื่น-แสน) แต่ก็อย่างว่า ขายออนไลน์ มาไวไปไว หมดกระแส ระบายไม่ทัน มีค้างสต๊อกบ้าง เธอเลยหยุดไป 

ต่อมา เพื่อนของเธอเป็นตัวแทนประกันชีวิตมานานหลายปี เห็นเธอว่างอยู่ เลยชวนเธอมาสมัครเป็นตัวแทนประกันชีวิตร่วมทีมด้วย เธอเห็นว่า แผนรายได้น่าสนใจ เลยโทรมาเล่าให้ผมฟัง อยากให้ผมสนับสนุนเธอ ผมเห็นว่า เธอดูมุ่งมั่น ตั้งใจ เลยตัดสินใจ สนับสนุนเธอ

ผมตัดสินใจ ทำประกันชีวิตกับเธอด้วยเงิน 1 แสนบาท ส่งปีละครั้ง ครั้งละ 1 แสน (เป็นลูกค้ารายแรกให้เธอ) หลังจากนั้นเธอไปอบรม อบรม และอบรม (ค่อนข้างบ่อย) และไปปิดลูกค้าได้หลายเคส (บางเคสผมขับรถพาเธอไปพบลูกค้าด้วย) ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผ่านมา 3 เดือน (ปัจจุบัน) เธอโทรมาหาผม อยากให้ผมทำประกันชีวิตเพิ่ม ด้วยวงเงินหลายแสน ซึ่งสำหรับผม มันเยอะมาก และตอนนี้ผมเอง ก็มีหนี้ส่วนตัว ที่ต้องรับผิดชอบด้วย เกิดจากตอนที่ผมว่างงานอยู่ช่วงหนึ่งของชีวิต (ขาดส่งนาน ทำให้ติดแบล็กลิสต์) ผมกำลังเคลียร์อยู่ ...

ตัดมาปัจจุบันที่แฟนโทรหาผม (เธอไปอบรมต่างจังหวัด) รบเร้าเหมือนเดิม บอกแผนนี้เหมาะกับผม อยากให้ผมซื้อไว้ จะได้อุ่นใจ แบบนั้นแบบนี้ ให้ผมเทหมดหน้าตัก ให้เชื่อในตัวเธอ เธอทำได้แน่นอน ถ้าผมปิดยอดให้เธอ ผมจะได้เงินคืนเมื่อครบสัญญา ในปี xx ซึ่งมันดีกว่า ที่จะเก็บไว้ในแบงค์อย่างเดียว แต่ผมบอกเธอว่า ผมสนับสนุนเธอไปแล้วไง ตอนแรก และตอนนี้ ผมต้องเอาเงินไว้เป็นทุน เพื่อทำธุรกิจให้สำเร็จก่อน ใจผมคิดว่า หาเงินเข้าก่อนดีกว่า ค่อยทำประกันเพิ่ม เพราะถ้าไม่มีเงินเข้า ครบปี จะเอาที่ไหนจ่าย

ผมคิดว่า มีเงินไว้ยามฉุกเฉินบ้าง น่าจะดีกว่า ไปทุ่มหมดหน้าตัก ในประกันทั้งหมด และส่วนตัวผมเอง ก็อยากจะเคลียร์หนี้หลักล้านของผมด้วย เธอร้องไห้ เสียใจ บอกว่าผมไม่มั่นใจในตัวเธอ ไม่ได้อยากจะมีอนาคตด้วยกัน ผมบอก ผมเชื่อมั่นในตัวเธอ ถ้าผมไม่เชื่อมั่น ผมจะสนับสนุนเธอตอนแรกทำไมเป็นแสน เธอพูดไป ร้องไห้ไป ผมเองก็รู้สึกไม่ดี แต่คิดว่าสิ่งที่ผมตัดสินใจ มันน่าจะถูกต้อง

เธอคิดว่า ถ้าผมสนับสนุนเธอต่อ เธอจะขึ้นตำแหน่งสูงขึ้น ไปปิดลูกค้ารายใหญ่กว่านี้ได้มั่นใจมากขึ้น ต่อยอดหลายเคสได้มากขึ้น แต่สำหรับผม อาจจะมีตรรกะเยอะ คิดหลายอย่างว่า ถ้าเกิดฉุกเฉินทำไง แล้วผมเองนอกจากทำประกันช่วยเธอแล้ว ผมยังสนุบสนุนเธอทุกอย่าง อาทิ ค่าเดินทาง ค่าอบรม ค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่าชุดสูท ค่าแท็บเล็ต ค่าสอบ ฯลฯ

จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมพูดแซวว่า คนขายประกัน ใครบอกเป็นอาชีพไม่ต้องลงทุน ไม่น่าจะใช่นะ เพราะผมลงทุนให้เธอเยอะมาก แน่นอนเธอคุยกับเพื่อนที่ชวนเธอทำประกันตลอด เพื่อนเธอก็โน้มน้าวให้เธอมั่นใจ ว่าเธอทำได้แน่นอน โมติเวท โน้มน้าวสารพัด ส่วนตัวผมไม่มี อคติกับประกันนะครับ ผมเห็นว่ามีประโยชน์มากด้วย แต่บางครั้งผมรู้สึกว่า มันมากเกินไปเท่านั้นเอง

เหตุผลที่ผมยังไม่ทำประกันกับเธอ ผมบอกเธอว่า ผมอยากกันเงินมาลงทุน ทำธุรกิจให้อยู่ตัวก่อน พอมีรายได้แล้ว ถึงตอนนั้น จะทำประกันก็คงไม่สาย เธอบอกว่า กว่าธุรกิจจะอยู่ตัว ต้องใช้เวลานาน ทำประกันตอนนี้เลย ก็ได้ความคุ้มครองเลย ไม่ดีกว่าหรอ เธอบอกผมคิดมากเกินไป ต้องคิดใหญ่แบบเธอ จะสำเร็จเร็ว พอสำเร็จแล้ว ก็สามารถมาปลดหนี้เธอ ปลดหนี้ผมได้ เธอว่างั้น

คำถาม... เพื่อนๆเคยเจอเคสแบบนี้ไหม เคยเจอสามี หรือภรรยาเป็นแบบนี้ไหม แล้วเพื่อนๆรับมือกับเรื่องนี้ยังไงครับ  ผมคิดถูกใช่ไหมครับ ผมไม่สบายใจมากเลย ที่เรื่องงาน กลายเป็นปัญหาครอบครัวไปได้ ทั้งๆที่ผมสนับสนุนเธอแท้ๆ เฮ้อ....

ขอบคุณล่วงหน้า สำหรับคำแนะนำดีๆนะครับ 
Bank. 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่