แบ่งปันประสบการณ์การใช้งาน KTC Pround กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น

กระทู้สนทนา
       เกริ่นๆ ก่อนว่าเราเป็นคนชอบเล่าที่ไปที่มา แต่ถ้าอยากได้เนื้อๆ ก็ข้ามไปอ่านพารากราฟท้ายๆที่เรา *** ไว้เลยนะคะ
 
       สวัสดีค่ะทุกคน เราอยากแบ่งปันข้อมูลที่เราเพิ่งได้รู้มาให้กับคนที่กำลังสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพื่อศึกษาก่อนการสมัครบัตรเดบิตของธนาคารเจ้านี้
ออกตัวก่อนว่าเราเพิ่งจะเคยสมัครบัตรเป็นครั้งแรก เนื่องจากทนการรบเร้าของเซลล์ไม่ไหวจริงๆ (ตื้อหนักมาก ขนาดปฏิเสธหลายรอบแล้ว)
เซลล์เขามาถึงสถานที่ทำงานเราเลยค่ะ และในเวลาที่เรานั่งทำงานอยู่ด้วย

        ใดๆก็แล้วแต่ เราหลวมตัวสมัครไปเพราะนางยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปีใดๆ ถึงแม้เราจะไม่ได้ใช้บัตรรูดก็ตาม 
แต่ !!! ซึ่งเป็นแต่ที่ใหญ่มาก คือ ธนาคารจะโอนเงินก้อนแรกให้เราทางบัญชีธนาคารที่เราทำการสมัครไว้โดยอัตโนมัติเลย หลังจากเราสมัครเรียบร้อย และเราต้องรีบโอนเงินก้อนนั่นกลับคืนเข้าบัตรภายในวันนั้นเลยนะคะ ไม่งั้นจะเสียดอกเยอะมากๆ แต่ตอนที่ธนาคารโอนเงินมาให้นั่น เรายังไม่ได้บัตรเดบิตมาอยู่กับตัวค่ะ เราเลยต้องคอยติดต่อเซลล์เพื่อถามขั้นตอนต่อไป (เราไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร เพราะไม่เคยสนใจจะสมัครอยุ่แล้ว ) แต่พอถึงเวลาโอนเงินคืน เซลล์กลับบอกว่าให้โอนไปแค่ส่วนหนึ่งแต่ให้เหลือเงินติดบัญชีไว้หน่อย เราก็ตงิดๆใจ ว่าทำไมต้องเหลือ ซักไปซักมาสุดท้ายนางยอมบอกว่านางต้องทำยอด ขอร้องให้ช่วยนางหน่อย ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นมาเดี๋ยวนางจะรับผิดชอบโอนคืนเราภายหลังเอง เราก็โอเคร ใจอ่อน ทำตามที่นางบอก 

        พอถึงกำหนดบิลมาเรียกเก็บเงินต้นที่เหลืออยู่พร้อมดอกเบี้ย เราก็ตั้งใจจะโอนเงินคืนเข้าบัตรทั้งหมด นางก็มาขอร้องให้แบ่งเก็บไว้อีก เพราะมันยังไม่ครบรอบ 30 วัน ไม่งั้นนางไม่ได้ยอด เราก็เริ่มรู้สึกไม่ดีเพราะเราไม่ชอบอะไรที่มันยุ่งยาก อยากจะทำอะไรให้มันเสร็จๆไป ไม่ชอบมาค้างคา แต่สุดท้ายก็ยอมนางอีก โอนคืนแค่ครึ่งเดียว

        รอบก่อนล่าสุด นางทักมาบอกว่าครบ 30 วันแล้วเราสามารถโอนคืนได้ทั้งหมด เราก็โอเครีบโอนเงินคืนวันนั้นเลย เข้าแอพไปเช็คยอดค้างชำระ ปิดยอดเงินเหลือ 0 บาท สบายใจ บอกขอบคุณล่ำลากันไป 

        มาถึงจุดพีคค่ะ คือ รอบล่าสุดบิลมา อ้าววววว !! ทำไมมันมียอดค้างชำระ อีกสิบกว่าบาท งง!! รีบทักไปหาเซลล์ (เพราะนางเคยบอกมีปัญหาไรทักนางมาได้) ทักตั้งแต่เช้า ยัน บ่าย ไม่มีการตอบรับ จนถึงที่สุดใจร้อน ไม่เข้าใจ ทนไม่ไหว เลยตัดสินใจโทรไลน์หานางเลย แต่นางไม่ยอมรับ ( ซึ่งเราปกติจะไม่ค่อยโทรหาใครถ้าไม่ด่วนจริงๆ เราจะพิมพ์ทิ้งๆไว้ และก่อนหน้านี้เซลล์นางก็ตอบไวมาก ติดต่อได้ตลอดเลย) เราเลยพลิกหลังบัตร หาเบอร์โทรติดต่อ ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีขั้นตอนให้กดเยอะแยะมากมาย ซึ่งไร้ประโยชน์มาก เราต้องการคนจริงๆที่จะสอบถาม ไม่ใช่บอกยอดค้างชำระในบัตรที่เราไม่จำเป็นต้องยุ่งยาก กดนู้นนี่นั่น เพื่อโทรมาถามก็ได้

        *** และหลังจากหาข้อมูลในเน็ตอยู่นาน ก็เจอสิ่งที่เป็นประโยชน์จริงๆ สักที คือการโทรไปเบอร์ 02-123-5000 >>> กด 0 >>> กด  1 เพื่อคุยกับ Call Center ที่เป็นคนจริงๆ (ซึ่งก็คือโทรไปเบอร์เดิมนั่นแหละ แต่ในขั้นตอนมากมายนั่น ไม่มีขั้นตอนไหนที่บอกให้กดเลข 0 เลยย พูดเลยว่า เ-ี้ย มาก ค่ะ ) และคำตอบที่เราได้รับ พูดง่ายๆ คือ การคิดแบบบวกหน้า บวกหลังแหละ ถึงเราจะจ่ายตามรอบบิลเต็มจำนวนที่เรียกเก็บมาแล้ว แต่ธนาคารก็จะคิดดอกเบี้ยอีกจนไปถึงรอบบิลถัดไปอีก (งง ใน งง ทำไมต้องจ่ายอีกหวะ) และจากการสอบถาม Call Center ก็แนะนำว่าวันหลังถ้าจะจ่ายให้เราโทรถามก่อนทุกครั้ง ย้ำว่าทุกครั้ง ว่ายอดหนี้จริงๆ ณ ตอนที่เราจะจ่าย วันที่เราจ่ายนั้นทั้งหมดมันเท่าไหร่ (อ้าว งงอีก แล้วจะส่งบิลให้เปลืองกระดาษทำไมอะ) ก็เออๆอ่อๆ ไป จ่ายก็จ่าย แต่บอกเลยว่าเสียความรู้สึกมากๆ ทั้งกับคนและบริษัม ตั้งใจว่าจ่ายรอบนี้หมดจะปิดบัตรแล้ว จะเสียเครดิตอะไรในอนาคตก็ช่างมันเหอะ 
      
         และสุดท้ายจริงๆ ฝากถึงใครก็ตามที่คิดจะทำบัตรประเภทนี้ ขอให้คิด ให้ศึกษาให้ดีๆ เพราะเรารู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่าง การที่เราไม่มีเลย มันอาจจะดีซะกว่า

        ปล. นี่ไม่สงสัยเลยทำไมคนถึงเป็นหนี้บัตรกันเยอะ เพราะเขาทำมันให้มันซับซ้อนแบบนี้แหละ เราว่าเราก็พยายามอ่านแล้วนะ แต่มันก็จะมีศัพท์บ้างอย่างที่เขาทำขี้นมาเพื่อให้เรางง และสำหรับคนที่อาจจะไม่ได้จ่ายเต็มปิดยอดค้างชำระแบบเรา คือแบ่งจ่ายตามขั้นต่ำ ก็คงไม่รู้หรอกว่าหนึ้ที่มันมีอยู่ มันทบไปทบมานี่ มันคือค่าอะไรบ้าง ได้แต่ก้มหน้าก้มตาจ่ายไป เป็นหนี้เป็นสินพันตัว ล้มกันระเนระนาดไปหมด เฮ้อออออ

         
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่