ฝนหยดที่ 1
พิรุณเกลียดฝน
เมื่อครั้งยังเยาว์วัย เธอเคยชอบความเย็นชุ่มฉ่ำของเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมา เสียงของฝนดังเป็นจังหวะอย่างมีชีวิตชีวา พาให้ดวงใจน้อย ๆ เบิกบานสนุกสนาน เด็ก ๆ ต่างวิ่งเล่นท่ามกลางฝนพรำโดยยังไม่ต้องตระหนักถึงภาระในชีวิต ไม่ต้องพะวงคิดถึงปัญหาหนักอกใด ๆ
ไม่ต้องคิดวุ่นวายมากมายกับคนรอบตัวด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งและซับซ้อน
ทั้งความเกลียด และความรัก
หรือแม้กระทั่งความอยากเกลียดคนที่ตนรัก
พออายุมากขึ้น เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอกลับคิดว่าสายฝนช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวรุนแรงและแสนเศร้า
เหมือนกับเธอในยามนี้
เวลาที่ไหลผ่านไปแล้วไม่เคยหวนกลับ สิ่งที่เสียไปแล้วก็เช่นกัน ใช่ว่าพยายามไขว่คว้าอย่างไรแล้วจะยื้อทุกสิ่งคืนกลับมาได้เสมอไป ต่อให้คร่ำครวญหลั่งน้ำตาเท่าใดก็ตาม
ท่ามกลางการจราจรที่คับคั่ง สายฝนยังคงโปรยปรายกระหน่ำจนน้ำนองถนน ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่เร็วรี่หนีฝน ไม่สนใจไยดีคนแปลกหน้าที่ร่วมทาง
พิรุณยังยืนนิ่งริมถนนอยู่ที่เดิม ยืนมานานมากแล้ว กางร่มแดงยืนข้างเสาสัญญาณไฟจราจร มองซากกองดอกไม้แห้งเหี่ยวและเศษธูปที่โคนเสา
นานเท่าไหร่แล้วนะ...ที่เธอยืนอยู่ตรงนี้ นึกถึงวันเวลาที่สูญเสียบางสิ่งไป มันกะทันหันจนไม่ทันตั้งตัว ไม่อาจทำใจได้
น้ำตายังคงหลั่งไม่ขาดสาย
หยดน้ำใสเอ่อล้นจากดวงตาว่างเปล่า กลิ้งผ่านพวงแก้มและปลายคาง ก่อนหยดลงข้างกองดอกไม้แห้งเหี่ยวอย่างเงียบงัน มันไหลรวมลงในแอ่งน้ำจากสายฝน
ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาเบา ๆ
“เรน... ผมมารับคุณ” เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง
พิรุณหมุนตัวหันหาเจ้าของเสียงช้า ๆ มองใบหน้าคมคายหล่อเหลาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เศร้าหมองไม่ต่างกัน เขาเองก็ก้มหน้า มองซากดอกไม้โคนเสาสัญญาณไฟจราจร
ฟ้าครามขยับเท้าใกล้เข้ามาอีก ปลายขอบร่มสีดำของเขาห่างจากปลายขอบร่มสีแดงของพิรุณแค่เพียงคืบ
เหมือนเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานมากแล้วที่พิรุณไม่ได้พบหน้าฟ้าคราม ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น...
เธอเองก็ชักจะจำวันเวลาแน่นอนไม่ได้ พิรุณรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติไป ความทรงจำหลายเรื่องเลือนราง บางเรื่องแจ่มชัด อารมณ์แปรปรวนง่าย เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวเศร้า ยืนเหงาคนเดียวท่ามกลางสายฝนได้เป็นเวลาเนิ่นนาน
กระทั่งในที่สุดก็ได้พบหน้าฟ้าคราม
โอ... ความรัก
ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่พิรุณระลึกได้ เธอรักฟ้าคราม รักผู้ชายคนนี้ คนที่เคยแสนดี น่ารัก ช่างอบอุ่นและเอาใจใส่ ผู้ชายในฝันที่ไม่ว่าสาวใดก็คงถวิลหา
ทว่าขณะเดียวกัน พิรุณก็สัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เธอยังโกรธเขา โกรธมาก โกรธจนเจ็บแน่นในใจ ที่ทั้งที่โกรธเคืองปานนี้ ก็ไม่อาจลืมเลือนความรักที่มีต่อเขาได้
แต่... เธอโกรธเขาด้วยเรื่องอะไรกันนะ ขอนึกก่อน ผู้ชายหล่อเหลาคนนี้มีนิสัยแย่ ๆ หลายเรื่องเสียด้วย
ใช้เวลาครู่หนึ่งแล้วพิรุณก็นึกได้ เธอยกมือขึ้นลูบหน้าท้องราบเรียบของตน บางสิ่งที่เคยอยู่ในนี้ได้หายไปแล้ว
หญิงสาวในร่มแดงคลี่ยิ้มหมองหม่นให้ผู้ชายใต้ร่มสีดำ
ครั้งสุดท้ายที่เธอกับฟ้าครามทะเลาะกัน รุนแรงมากเสียด้วย วันนั้นฝนก็ตกแบบนี้ เธอต้องการคุยกับเขาเรื่องลูกที่กำลังจะเกิดมา ตั้งใจจะชวนเขามาวางแผนอนาคตร่วมกันให้มีความมั่นคงมากขึ้น เพราะแม้ฟ้าครามจะมีการงานที่ดี แต่หลังจากแต่งงานแล้ว เขายังคงติดสังคมหลังเลิกงานของตนมาก บางครั้งก็ทำตัวเหลวไหลเกินไป ยิ่งได้ข่าวว่าวงสังคมของเขาเริ่มมีการชักชวนเรื่องการพนัน สิ่งเลวร้ายอันแสนน่ากลัวที่พิรุณไม่อยากจะจินตนาการถึง เธอกลัวว่าเขาจะหลวมตัวถลำเข้าไปจนถอนตัวไม่ขึ้น เธอไม่อยากให้ครอบครัวพังทลายตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น
ทว่าช่างน่าเสียดาย ฟ้าครามไม่ใช่ผู้ชายแสนดีคนเดิมที่พิรุณเคยรู้จักอีกแล้ว เวลาที่เธอและเขาใช้ทำความรู้จักร่วมกันมาหลายปีสู้เวลาที่เขาค้นพบวงสังคมใหม่ไม่ได้
นึก ๆ ไปแล้วพิรุณก็รู้ตัวว่ามีส่วนผิดอยู่บ้าง เธอรู้ว่าฟ้าครามเปลี่ยนไปกลายเป็นคนใจร้อน จึงไม่ควรชวนเขาคุยขณะขับรถเลย อารมณ์ฉุนเฉียวทำให้ฟ้าครามเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นโดยไร้ความสำนึกถึงความปลอดภัย ไร้ความยับยั้งใจในอารมณ์โกรธ ยิ่งเมื่อเขาเพิ่งดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เข้าไปไม่น้อย
สายฝนยังคงโปรยกระหน่ำ ทัศนวิสัยไม่แจ่มชัด รถยนต์ส่วนบุคคลแล่นเร็วเกินความเหมาะสมบนถนนที่เปียกลื่น คนสองคนคุยกันขณะขับยานยนต์ด้วยแรงอารมณ์ และความมึนเมา
แล้วพอถึงจุดหนึ่ง... ฟ้าครามก็ไม่สนใจภาพทางเบื้องหน้าอีกต่อไป มันเป็นความประมาทที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่ยานยนต์ที่ดี
ฟ้าครามหันมาทุ่มเถียงกับพิรุณอย่างรุนแรง ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่อยากเปลี่ยนแปลงกิจกรรมความบันเทิงหลังเลิกงานของตน ไม่ว่าเพื่อเหตุผลใด หรือเพื่อใครทั้งสิ้น
และแล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน ชั่วพริบตาเดียวนั้น รถยนต์ที่เขาขับกลับสูญเสียการควบคุม ล้อรถไถลออกนอกช่องทางจนชนขอบถนน ฟ้าครามเองก็ตกใจมาก เชื่อได้ว่าคงแทบสร่างเมา เขาพยายามบังคับพวงมาลัยให้รถทรงตัวได้ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี
ทว่าทุกสิ่งย่อมมีช่วงเวลาที่เหมาะสมของมัน เวลาแก้ไขความผิดพลาดในการขับรถโดยประมาทของฟ้าครามได้หมดลงแล้ว
ล้อรถยนต์ที่ฟ้าครามและพิรุณนั่งปีนขึ้นเกาะกลางถนนก่อนพลิกคว่ำ ทว่าแรงจากการที่รถแล่นมาอย่างรวดเร็วบนถนนเปียกลื่น ทำให้รถยังคงไม่หยุดไถล
ได้ยินเสียงโครมดังสนั่น ดังหลายครั้งมาก ในตอนนั้นพิรุณแทบไม่รับรู้อะไร แต่พอนึกถึงกลับจดจำรายละเอียดเหตุการณ์ได้เหมือนยังคงอยู่ในเวลานั้น
รถยนต์ที่เธอนั่งพลิกคว่ำคาเสาสัญญาณไฟจราจร หลังจากพลิกมาแล้วหลายตลบ แม้ทั้งคู่จะคาดเข็มขัดนิรภัยไว้แล้ว หากแรงปะทะยังคงรุนแรงเกินไป
พิรุณไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร ดวงตาเธอมองเห็นภาพเบื้องหน้าทุกอย่างพร่ามัว
กระจกหน้าและกระจกหน้าต่างรถแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี สิ่งของภายในรถตกเกลื่อนระเนระนาด ฟ้าครามนั่งห้อยหัวโชกเลือดอยู่ด้านข้าง ยังอยู่บนที่นั่งคนขับ คอนโซลรถด้านหน้าและถุงลมนิรภัยกดร่างกายของเธอและเขาไม่ให้หลุดออกจากที่นั่ง
พิรุณพยายามเอื้อมมือออกไปและร้องเรียกฟ้าคราม แต่มือของเธอไม่มีแรง ขยับนิ้วยังไม่ได้ เสียงก็ไม่หลุดลอดจากลำคอแม้เพียงแผ่ว
และถึงจะเรียกได้ ฟ้าครามก็คงไม่ได้ยิน
เลือดยังไหลจากศีรษะชายหนุ่มหยดลงบนเพดานรถที่พลิกคว่ำ เสื้อผ้าเริ่มเปียกชื้นไปด้วยสีแดงเข้มคล้ำ ขาทั้งสองข้างของเขาคงถูกคอนโซลรถบดอัดสาหัสมาก
ท่ามกลางสติที่เลือนรางลงทุกขณะ พิรุณหลั่งน้ำตา ไม่ว่าฟ้าครามจะทำตัวเหลวไหลอย่างไร เขาจะเปลี่ยนแปรไปเป็นคนเช่นไร เธอยังคงเป็นห่วงเขา เธอยังคงรักเขามาก ๆ
กระทั่งรับรู้ว่าเธอได้สูญเสียอีกชีวิตไปแล้ว
สายฝนโปรยกระหน่ำหนักขึ้น หญิงสาวในร่มแดงยังคงยืนสงบนิ่ง ชายหนุ่มใต้ร่มสีดำก็ไม่พูดอะไร ใบหน้าเขาซีดเซียวเหมือนป่วยไข้ สีหน้าเศร้าหมองไร้อาลัยในชีวิต
“เรน... ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย”
ฟ้าครามคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ วางร่มสีดำบังกองดอกไม้แห้งเหี่ยวจากสายฝน
“เรน ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไรไปแล้ว ผมยังรักคุณ ยังคงต้องการคุณเสมอ ได้โปรด... กลับไปพร้อมกับผมเถอะนะ เราจะอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ผมจะไม่ทำตัวเหลวไหล จะใส่ใจและให้เวลากับคุณตามต้องการ ชีวิตผมขาดคุณไม่ได้ กลับมาเถอะนะ... เรน” เสียงของฟ้าครามฟังแผ่วเบาเมื่อเทียบกับเสียงฝน หากยังฟังออกว่ากำลังสะอื้น
“ผมขอโทษ ผมรู้ตัวว่าทำเรื่องไม่ดี ผมเลวมาก แต่อย่างไรก็ยังคงรักคุณ เรน ผมรักคุณมาก ๆ อภัยให้ผมด้วย ได้โปรดกลับมา...”
ฟ้าครามยังคงพูดเวียนวน เหมือนตุ๊กตาไขลานเก่า ๆ ตุ๊กตาที่ใกล้จะพังเต็มที พังด้วยฝีมือของตัวเอง
เพียงแต่ว่า... เขาทำตุ๊กตาที่ควรเคียงคู่กันพังไปด้วย และมันพังก่อนหน้านี้ไปนานแล้ว
พิรุณเหม่อมองไปบนท้องถนน รถยนต์หลายคันแล่นเร็วจนน่ากลัวว่าอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทุกเวลา เธอเข้าใจ ไม่ใช่ฟ้าครามคนเดียวที่ขับขี่ยานยนต์โดยประมาท ยังมีอีกหลายคนบนถนนเส้นนี้ มีอีกหลายคนบนโลกใบนี้ที่ยังไม่ค่อยตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน
พวกเขาจะไม่ตระหนักถึงมัน...จนกว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตัวเอง หรือกับคนสำคัญของตน
และเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นแล้ว ต่อให้คร่ำครวญหลั่งน้ำตาเท่าไร ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด เวลา...ก็จะไม่หวนคืนกลับมาให้แก้ไขอะไรอย่างแน่นอน
ฝน... พิรุณเกลียดมันเหลือเกิน
หากยามนี้ ยังมีคนที่เธออยากเกลียดยิ่งกว่า แม้ว่าจะเกลียดไม่ได้ที่สุดจากก้นบึ้งของหัวใจ เป็นเพราะเขาทำให้ดวงใจของเธอแหลกสลาย ทำลายคนที่ควรจะเกิดมาให้รักอีกคน
พิรุณก้มหน้าลงมองฟ้าคราม เขาเปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว น้ำตาของเขาไหลรวมไปกับสายฝน เสียงสะอื้นแผ่วเบาของเขาถูกเสียงฝนกลบชะลงไปในแอ่งน้ำที่เจิงนอง เหมือนหัวใจของเธอ
เขาจะคร่ำครวญขอการอภัยจากเธอเท่าไร ทุกสิ่งที่สูญเสียไปในวันนั้นก็ไม่กลับคืนมา
พิรุณยอบตัวลงเบื้องหน้าเขา กางร่มแดงเหนือศีรษะทั้งคู่ ดวงตาแดงก่ำของเธอมองร่างฟ้าครามกำลังสั่นเทา เหมือนเขากำลังป่วย ยังไม่หายดี ยังอุตส่าห์ตามมาหาเธอถึงที่นี่ สถานที่อันน่าสะเทือนใจ...ที่ไม่ว่าใครที่ข้องเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนั้นก็คงไม่อยากมา
แต่ฟ้าครามก็ยังมา คุกเข่าตากฝนคร่ำครวญขอให้เธออภัย ขอให้เธอกลับไป
เขาควรจะรู้ดีที่สุด ว่าไม่มีวันเป็นไปได้ ควรรู้ดียิ่งกว่าใคร
พิรุณยิ้มอย่างเศร้าหมอง เธอยกมือขึ้นแตะแผ่วบนใบหน้าฟ้าคราม หากไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ไม่อาจสัมผัสเขาได้
ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“ผมขอโทษ... เรน” ฟ้าครามยังพร่ำกล่าวด้วยเสียงสะอื้น
แต่เป็นอย่างที่พิรุณคอยบอกกับเขาเสมอ
เวลาที่ไหลผ่านไปแล้วไม่เคยหวนกลับมา
“มันสายไปแล้ว...”
ฟ้าไร้ฝน
พิรุณเกลียดฝน
เมื่อครั้งยังเยาว์วัย เธอเคยชอบความเย็นชุ่มฉ่ำของเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมา เสียงของฝนดังเป็นจังหวะอย่างมีชีวิตชีวา พาให้ดวงใจน้อย ๆ เบิกบานสนุกสนาน เด็ก ๆ ต่างวิ่งเล่นท่ามกลางฝนพรำโดยยังไม่ต้องตระหนักถึงภาระในชีวิต ไม่ต้องพะวงคิดถึงปัญหาหนักอกใด ๆ
ไม่ต้องคิดวุ่นวายมากมายกับคนรอบตัวด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งและซับซ้อน
ทั้งความเกลียด และความรัก
หรือแม้กระทั่งความอยากเกลียดคนที่ตนรัก
พออายุมากขึ้น เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอกลับคิดว่าสายฝนช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยวรุนแรงและแสนเศร้า
เหมือนกับเธอในยามนี้
เวลาที่ไหลผ่านไปแล้วไม่เคยหวนกลับ สิ่งที่เสียไปแล้วก็เช่นกัน ใช่ว่าพยายามไขว่คว้าอย่างไรแล้วจะยื้อทุกสิ่งคืนกลับมาได้เสมอไป ต่อให้คร่ำครวญหลั่งน้ำตาเท่าใดก็ตาม
ท่ามกลางการจราจรที่คับคั่ง สายฝนยังคงโปรยปรายกระหน่ำจนน้ำนองถนน ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่เร็วรี่หนีฝน ไม่สนใจไยดีคนแปลกหน้าที่ร่วมทาง
พิรุณยังยืนนิ่งริมถนนอยู่ที่เดิม ยืนมานานมากแล้ว กางร่มแดงยืนข้างเสาสัญญาณไฟจราจร มองซากกองดอกไม้แห้งเหี่ยวและเศษธูปที่โคนเสา
นานเท่าไหร่แล้วนะ...ที่เธอยืนอยู่ตรงนี้ นึกถึงวันเวลาที่สูญเสียบางสิ่งไป มันกะทันหันจนไม่ทันตั้งตัว ไม่อาจทำใจได้
น้ำตายังคงหลั่งไม่ขาดสาย
หยดน้ำใสเอ่อล้นจากดวงตาว่างเปล่า กลิ้งผ่านพวงแก้มและปลายคาง ก่อนหยดลงข้างกองดอกไม้แห้งเหี่ยวอย่างเงียบงัน มันไหลรวมลงในแอ่งน้ำจากสายฝน
ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาเบา ๆ
“เรน... ผมมารับคุณ” เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง
พิรุณหมุนตัวหันหาเจ้าของเสียงช้า ๆ มองใบหน้าคมคายหล่อเหลาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เศร้าหมองไม่ต่างกัน เขาเองก็ก้มหน้า มองซากดอกไม้โคนเสาสัญญาณไฟจราจร
ฟ้าครามขยับเท้าใกล้เข้ามาอีก ปลายขอบร่มสีดำของเขาห่างจากปลายขอบร่มสีแดงของพิรุณแค่เพียงคืบ
เหมือนเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานมากแล้วที่พิรุณไม่ได้พบหน้าฟ้าคราม ตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น...
เธอเองก็ชักจะจำวันเวลาแน่นอนไม่ได้ พิรุณรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติไป ความทรงจำหลายเรื่องเลือนราง บางเรื่องแจ่มชัด อารมณ์แปรปรวนง่าย เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวเศร้า ยืนเหงาคนเดียวท่ามกลางสายฝนได้เป็นเวลาเนิ่นนาน
กระทั่งในที่สุดก็ได้พบหน้าฟ้าคราม
โอ... ความรัก
ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่พิรุณระลึกได้ เธอรักฟ้าคราม รักผู้ชายคนนี้ คนที่เคยแสนดี น่ารัก ช่างอบอุ่นและเอาใจใส่ ผู้ชายในฝันที่ไม่ว่าสาวใดก็คงถวิลหา
ทว่าขณะเดียวกัน พิรุณก็สัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เธอยังโกรธเขา โกรธมาก โกรธจนเจ็บแน่นในใจ ที่ทั้งที่โกรธเคืองปานนี้ ก็ไม่อาจลืมเลือนความรักที่มีต่อเขาได้
แต่... เธอโกรธเขาด้วยเรื่องอะไรกันนะ ขอนึกก่อน ผู้ชายหล่อเหลาคนนี้มีนิสัยแย่ ๆ หลายเรื่องเสียด้วย
ใช้เวลาครู่หนึ่งแล้วพิรุณก็นึกได้ เธอยกมือขึ้นลูบหน้าท้องราบเรียบของตน บางสิ่งที่เคยอยู่ในนี้ได้หายไปแล้ว
หญิงสาวในร่มแดงคลี่ยิ้มหมองหม่นให้ผู้ชายใต้ร่มสีดำ
ครั้งสุดท้ายที่เธอกับฟ้าครามทะเลาะกัน รุนแรงมากเสียด้วย วันนั้นฝนก็ตกแบบนี้ เธอต้องการคุยกับเขาเรื่องลูกที่กำลังจะเกิดมา ตั้งใจจะชวนเขามาวางแผนอนาคตร่วมกันให้มีความมั่นคงมากขึ้น เพราะแม้ฟ้าครามจะมีการงานที่ดี แต่หลังจากแต่งงานแล้ว เขายังคงติดสังคมหลังเลิกงานของตนมาก บางครั้งก็ทำตัวเหลวไหลเกินไป ยิ่งได้ข่าวว่าวงสังคมของเขาเริ่มมีการชักชวนเรื่องการพนัน สิ่งเลวร้ายอันแสนน่ากลัวที่พิรุณไม่อยากจะจินตนาการถึง เธอกลัวว่าเขาจะหลวมตัวถลำเข้าไปจนถอนตัวไม่ขึ้น เธอไม่อยากให้ครอบครัวพังทลายตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น
ทว่าช่างน่าเสียดาย ฟ้าครามไม่ใช่ผู้ชายแสนดีคนเดิมที่พิรุณเคยรู้จักอีกแล้ว เวลาที่เธอและเขาใช้ทำความรู้จักร่วมกันมาหลายปีสู้เวลาที่เขาค้นพบวงสังคมใหม่ไม่ได้
นึก ๆ ไปแล้วพิรุณก็รู้ตัวว่ามีส่วนผิดอยู่บ้าง เธอรู้ว่าฟ้าครามเปลี่ยนไปกลายเป็นคนใจร้อน จึงไม่ควรชวนเขาคุยขณะขับรถเลย อารมณ์ฉุนเฉียวทำให้ฟ้าครามเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นโดยไร้ความสำนึกถึงความปลอดภัย ไร้ความยับยั้งใจในอารมณ์โกรธ ยิ่งเมื่อเขาเพิ่งดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เข้าไปไม่น้อย
สายฝนยังคงโปรยกระหน่ำ ทัศนวิสัยไม่แจ่มชัด รถยนต์ส่วนบุคคลแล่นเร็วเกินความเหมาะสมบนถนนที่เปียกลื่น คนสองคนคุยกันขณะขับยานยนต์ด้วยแรงอารมณ์ และความมึนเมา
แล้วพอถึงจุดหนึ่ง... ฟ้าครามก็ไม่สนใจภาพทางเบื้องหน้าอีกต่อไป มันเป็นความประมาทที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่ยานยนต์ที่ดี
ฟ้าครามหันมาทุ่มเถียงกับพิรุณอย่างรุนแรง ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่อยากเปลี่ยนแปลงกิจกรรมความบันเทิงหลังเลิกงานของตน ไม่ว่าเพื่อเหตุผลใด หรือเพื่อใครทั้งสิ้น
และแล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน ชั่วพริบตาเดียวนั้น รถยนต์ที่เขาขับกลับสูญเสียการควบคุม ล้อรถไถลออกนอกช่องทางจนชนขอบถนน ฟ้าครามเองก็ตกใจมาก เชื่อได้ว่าคงแทบสร่างเมา เขาพยายามบังคับพวงมาลัยให้รถทรงตัวได้ด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี
ทว่าทุกสิ่งย่อมมีช่วงเวลาที่เหมาะสมของมัน เวลาแก้ไขความผิดพลาดในการขับรถโดยประมาทของฟ้าครามได้หมดลงแล้ว
ล้อรถยนต์ที่ฟ้าครามและพิรุณนั่งปีนขึ้นเกาะกลางถนนก่อนพลิกคว่ำ ทว่าแรงจากการที่รถแล่นมาอย่างรวดเร็วบนถนนเปียกลื่น ทำให้รถยังคงไม่หยุดไถล
ได้ยินเสียงโครมดังสนั่น ดังหลายครั้งมาก ในตอนนั้นพิรุณแทบไม่รับรู้อะไร แต่พอนึกถึงกลับจดจำรายละเอียดเหตุการณ์ได้เหมือนยังคงอยู่ในเวลานั้น
รถยนต์ที่เธอนั่งพลิกคว่ำคาเสาสัญญาณไฟจราจร หลังจากพลิกมาแล้วหลายตลบ แม้ทั้งคู่จะคาดเข็มขัดนิรภัยไว้แล้ว หากแรงปะทะยังคงรุนแรงเกินไป
พิรุณไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร ดวงตาเธอมองเห็นภาพเบื้องหน้าทุกอย่างพร่ามัว
กระจกหน้าและกระจกหน้าต่างรถแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี สิ่งของภายในรถตกเกลื่อนระเนระนาด ฟ้าครามนั่งห้อยหัวโชกเลือดอยู่ด้านข้าง ยังอยู่บนที่นั่งคนขับ คอนโซลรถด้านหน้าและถุงลมนิรภัยกดร่างกายของเธอและเขาไม่ให้หลุดออกจากที่นั่ง
พิรุณพยายามเอื้อมมือออกไปและร้องเรียกฟ้าคราม แต่มือของเธอไม่มีแรง ขยับนิ้วยังไม่ได้ เสียงก็ไม่หลุดลอดจากลำคอแม้เพียงแผ่ว
และถึงจะเรียกได้ ฟ้าครามก็คงไม่ได้ยิน
เลือดยังไหลจากศีรษะชายหนุ่มหยดลงบนเพดานรถที่พลิกคว่ำ เสื้อผ้าเริ่มเปียกชื้นไปด้วยสีแดงเข้มคล้ำ ขาทั้งสองข้างของเขาคงถูกคอนโซลรถบดอัดสาหัสมาก
ท่ามกลางสติที่เลือนรางลงทุกขณะ พิรุณหลั่งน้ำตา ไม่ว่าฟ้าครามจะทำตัวเหลวไหลอย่างไร เขาจะเปลี่ยนแปรไปเป็นคนเช่นไร เธอยังคงเป็นห่วงเขา เธอยังคงรักเขามาก ๆ
กระทั่งรับรู้ว่าเธอได้สูญเสียอีกชีวิตไปแล้ว
สายฝนโปรยกระหน่ำหนักขึ้น หญิงสาวในร่มแดงยังคงยืนสงบนิ่ง ชายหนุ่มใต้ร่มสีดำก็ไม่พูดอะไร ใบหน้าเขาซีดเซียวเหมือนป่วยไข้ สีหน้าเศร้าหมองไร้อาลัยในชีวิต
“เรน... ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย”
ฟ้าครามคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ วางร่มสีดำบังกองดอกไม้แห้งเหี่ยวจากสายฝน
“เรน ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไรไปแล้ว ผมยังรักคุณ ยังคงต้องการคุณเสมอ ได้โปรด... กลับไปพร้อมกับผมเถอะนะ เราจะอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ผมจะไม่ทำตัวเหลวไหล จะใส่ใจและให้เวลากับคุณตามต้องการ ชีวิตผมขาดคุณไม่ได้ กลับมาเถอะนะ... เรน” เสียงของฟ้าครามฟังแผ่วเบาเมื่อเทียบกับเสียงฝน หากยังฟังออกว่ากำลังสะอื้น
“ผมขอโทษ ผมรู้ตัวว่าทำเรื่องไม่ดี ผมเลวมาก แต่อย่างไรก็ยังคงรักคุณ เรน ผมรักคุณมาก ๆ อภัยให้ผมด้วย ได้โปรดกลับมา...”
ฟ้าครามยังคงพูดเวียนวน เหมือนตุ๊กตาไขลานเก่า ๆ ตุ๊กตาที่ใกล้จะพังเต็มที พังด้วยฝีมือของตัวเอง
เพียงแต่ว่า... เขาทำตุ๊กตาที่ควรเคียงคู่กันพังไปด้วย และมันพังก่อนหน้านี้ไปนานแล้ว
พิรุณเหม่อมองไปบนท้องถนน รถยนต์หลายคันแล่นเร็วจนน่ากลัวว่าอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทุกเวลา เธอเข้าใจ ไม่ใช่ฟ้าครามคนเดียวที่ขับขี่ยานยนต์โดยประมาท ยังมีอีกหลายคนบนถนนเส้นนี้ มีอีกหลายคนบนโลกใบนี้ที่ยังไม่ค่อยตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน
พวกเขาจะไม่ตระหนักถึงมัน...จนกว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตัวเอง หรือกับคนสำคัญของตน
และเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นแล้ว ต่อให้คร่ำครวญหลั่งน้ำตาเท่าไร ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด เวลา...ก็จะไม่หวนคืนกลับมาให้แก้ไขอะไรอย่างแน่นอน
ฝน... พิรุณเกลียดมันเหลือเกิน
หากยามนี้ ยังมีคนที่เธออยากเกลียดยิ่งกว่า แม้ว่าจะเกลียดไม่ได้ที่สุดจากก้นบึ้งของหัวใจ เป็นเพราะเขาทำให้ดวงใจของเธอแหลกสลาย ทำลายคนที่ควรจะเกิดมาให้รักอีกคน
พิรุณก้มหน้าลงมองฟ้าคราม เขาเปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว น้ำตาของเขาไหลรวมไปกับสายฝน เสียงสะอื้นแผ่วเบาของเขาถูกเสียงฝนกลบชะลงไปในแอ่งน้ำที่เจิงนอง เหมือนหัวใจของเธอ
เขาจะคร่ำครวญขอการอภัยจากเธอเท่าไร ทุกสิ่งที่สูญเสียไปในวันนั้นก็ไม่กลับคืนมา
พิรุณยอบตัวลงเบื้องหน้าเขา กางร่มแดงเหนือศีรษะทั้งคู่ ดวงตาแดงก่ำของเธอมองร่างฟ้าครามกำลังสั่นเทา เหมือนเขากำลังป่วย ยังไม่หายดี ยังอุตส่าห์ตามมาหาเธอถึงที่นี่ สถานที่อันน่าสะเทือนใจ...ที่ไม่ว่าใครที่ข้องเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนั้นก็คงไม่อยากมา
แต่ฟ้าครามก็ยังมา คุกเข่าตากฝนคร่ำครวญขอให้เธออภัย ขอให้เธอกลับไป
เขาควรจะรู้ดีที่สุด ว่าไม่มีวันเป็นไปได้ ควรรู้ดียิ่งกว่าใคร
พิรุณยิ้มอย่างเศร้าหมอง เธอยกมือขึ้นแตะแผ่วบนใบหน้าฟ้าคราม หากไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ไม่อาจสัมผัสเขาได้
ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“ผมขอโทษ... เรน” ฟ้าครามยังพร่ำกล่าวด้วยเสียงสะอื้น
แต่เป็นอย่างที่พิรุณคอยบอกกับเขาเสมอ
เวลาที่ไหลผ่านไปแล้วไม่เคยหวนกลับมา
“มันสายไปแล้ว...”