เรื่องสั้นเรื่องที่ 2 และเป็นกระทู้สุดท้ายครับ เพราะนับรวมกับถุงมือกวีแล้วตอนนี้ ทั้งหมดมีถึง 8 กระทู้
เป็นการจับคู่กัน ร่วมกันแต่งครับ เพราะฉะนั้น ก็มี 2 ถุงมือ ^^
เท่าที่กรรมการอ่านของผู้เขียนคนแรก เหมือนจะเป็นการเล่าให้ฟังถึงความหลังครั้งอดีต
แต่ไม่รู้ว่า คนแต่งต่อ จะพาเรื่องไปอย่างไร...
มาอ่านกันเลยครับ ^^

วันนี้งานเสร็จเร็ว จึงพอมีเวลาว่างมานั่งรับลมเย็นริมฝั่งเจ้าพระยา
ไม่ได้มาเชิงสะพานพุทธเสียนาน บ้านเมืองย่านนี้เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว
เดินผ่านตรอกซอยแถวราชวงศ์มา ไม่นึกเลยว่าพื้นดินแถบนี้จะทรุดตัวลงจนน่ากลัว ต้องสร้างกำแพงกั้นน้ำสูงร่วมสองเมตรเห็นจะได้
มองข้ามแนวกำแพง เห็นเหมือนเรือจะแล่นลอยมาชนหัว หวาดเสียวดี
สมัยวัยรุ่น บ้านผมอยู่สะพานหัน ตรอกหัวเม็ด ชื่อตรอกนั้น มาจากการเป็นแหล่งเล่นพนันกำถั่ว
ในสมัยนั้น ทุกเสาร์อาทิตย์เพื่อน ๆ กับผมจะช่วยกันติวหนังสือให้แก่รุ่นน้อง ๆ แถวสาทร และนัดแนะกันไปทำกิจกรรมอาสาย่านบางรัก สีลม
ตัวผมมีนิสัยไม่ใคร่ดี มักไปสายค่อนข้างประจำ จนในที่สุด
"พี่ ๆ พวกเรามารออยู่หน้าบ้านแล้ว รีบ ๆ หน่อย ให้เวลาอีกสิบนาที"
เป็นพวกรุ่นน้องที่อยู่ละแวกนี้ เราจะเดินคุยกันไปเรื่อย ตามเส้นทางเยาวราช กลุ่มจะใหญ่ขึ้น ๆ เมื่อมาสมทบกันเพิ่มขึ้น
รุ่นน้องซึ่งมาคอยเรียกเตือนเป็นประจำ เป็นหญิงชื่อ จุ๋ม เธออยู่ละแวกใกล้ที่สุด เธอเป็นคนเรียนเก่ง (เธอ ent.ได้ ศิริราช) ละเอียดรอบคอบ
นึกถึงตอนนั้น ขำมาก เธอทำตัวเหมือนเป็น คุณแม่ แนะนำโน่นนี่นั้น เนี้ยบมากจริง ๆ
รุ่นน้องอีกคนเรียกกันว่า ยายแป้ง ยายนี่ก็เหมือนกัน พวกเราแอบให้ฉายาเธอ แม่ใหญ่
พวกเราจะถูกแม่ใหญ่เรียกไปอบรมเสมอ
“พี่ ๆ ต้องทำตัว ‘อย่างโง้นอย่างงี้’ เป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ รู้ไหมพวกเราเคารพนับถือพี่ ๆ มาก พวกพี่เป็นคนดีจริง ๆ สู้อุตส่าห์เสียสละวันหยุดมาติวให้พวกเราฟรี ๆ เป็นปี แต่อย่ามาแอบสูบบุหรี่กัน มันเป็นตัวอย่างไม่ดี ฯลฯ”
กลุ่มกิจกรรมนี้ก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ ตามวันเวลา เติบโตขึ้น ๆ พอกล่าวได้ว่า เหตุปัจจัยหลักอย่างน้อย คือ ฟรี มีคุณภาพ สนุกสนาน
วิชาซึ่งแนะนำพูดคุยกันนั้น ขยายกว้างครอบคลุมเกือบทุกสาขา
บางครั้ง บางวิชา มีการลงมือปฏิบัติ ทำจริง เช่น จัดไปเที่ยว แรก ๆ ก็เที่ยวรอบ ๆ กรุง ต่อไปก็ อยุธยา ไปดูสถาปัตยกรรมโบสถ์คริสต์งาม ๆ เป็นโบสถ์คริสต์ที่ไม่ได้อยู่วัดคริสต์ แต่กลับอยู่ในวัดพุทธ
‘วัดนิเวศธรรมประวัติ’

วัดนิเวศธรรมประวัติ ตั้งอยู่บนเกาะกลางเจ้าพระยาของพระราชวังบางปะอินพระจุลจอมเกล้าโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙
อีกกิจกรรมคือ ทำห้องสมุด แบบให้ยืมอ่าน ยืมเรียน
ยืมเรียน! งงไหมครับ
ในสมัยนั้น แต่ละภาคเรียน เราต้องซื้อหนังสืออ่านเสริม เติมความรู้กัน ภาคละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท เป็นภาระมากทีเดียว จึงเริ่มมี
"พี่ ๆ ผมไม่มีน้องเรียนต่อแล้ว พวกคู่มือ แบบเฉลย ไม่รู้จะไปไว้ไหน ทิ้งก็เสียดาย"
"เอามา ฉันรับเอง รับหมดเลย"
"เฮ่ย ๆ ได้ไง อย่างนี้เรียกโลภมาก เดี๋ยวแช่งซะเลย"
"ของชั้น ก็เยอะ ซื้อไปเป็นพันเลย จะเอามาให้"
ที่สุด จึงเกิดห้องสมุด ยืมเรียน ค่ายืมคิดร้อยละ ๑๐/ภาค เสียหายต้องซื้อคืน ต่อมาจึงมีหนังสือประเภทอื่นทยอยเข้ามาจนมากพอเปิดให้คนนอกมายืมอ่านได้
ห้องสมุดยังมีเรื่องน่าเล่าอีก
เรามีโต๊ะให้ใช้ รวม ๖ ตัว โต๊ะพวกนี้รูปร่างประหลาด พวกเรียน 'ถาปัตย์ วิศวะ ช่วยกันคิดทำขึ้นแต่ละตัว ขนาดใหญ่ผิดปกติ
พวกเขาเรียก โต๊ะอเนกประสงค์ ประโยชน์หลักคือ หมดเวลาห้องสมุด ก็เอาสองตัวมาต่อกัน
โต๊ะปิงปองไงครับ ได้ ๓ ชุด เล่นออกกำลังกันได้อีก
*************************************************************************************************
(จบ ส่วนแรก โดย ถุงมือ คิดถึงความหลัง)
👧🏽👦🌼 THE LEISURE GLOVES ถุงมือยามว่าง# 13 เรื่องสั้น-2 (จับคู่) ความหลังครั้งอดีต/ถุงมือหวนรำลึก+วันวาน 🌼👦👧🏽
เป็นการจับคู่กัน ร่วมกันแต่งครับ เพราะฉะนั้น ก็มี 2 ถุงมือ ^^
เท่าที่กรรมการอ่านของผู้เขียนคนแรก เหมือนจะเป็นการเล่าให้ฟังถึงความหลังครั้งอดีต
แต่ไม่รู้ว่า คนแต่งต่อ จะพาเรื่องไปอย่างไร...
มาอ่านกันเลยครับ ^^
ไม่ได้มาเชิงสะพานพุทธเสียนาน บ้านเมืองย่านนี้เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว
เดินผ่านตรอกซอยแถวราชวงศ์มา ไม่นึกเลยว่าพื้นดินแถบนี้จะทรุดตัวลงจนน่ากลัว ต้องสร้างกำแพงกั้นน้ำสูงร่วมสองเมตรเห็นจะได้
มองข้ามแนวกำแพง เห็นเหมือนเรือจะแล่นลอยมาชนหัว หวาดเสียวดี
สมัยวัยรุ่น บ้านผมอยู่สะพานหัน ตรอกหัวเม็ด ชื่อตรอกนั้น มาจากการเป็นแหล่งเล่นพนันกำถั่ว
ในสมัยนั้น ทุกเสาร์อาทิตย์เพื่อน ๆ กับผมจะช่วยกันติวหนังสือให้แก่รุ่นน้อง ๆ แถวสาทร และนัดแนะกันไปทำกิจกรรมอาสาย่านบางรัก สีลม
ตัวผมมีนิสัยไม่ใคร่ดี มักไปสายค่อนข้างประจำ จนในที่สุด
"พี่ ๆ พวกเรามารออยู่หน้าบ้านแล้ว รีบ ๆ หน่อย ให้เวลาอีกสิบนาที"
เป็นพวกรุ่นน้องที่อยู่ละแวกนี้ เราจะเดินคุยกันไปเรื่อย ตามเส้นทางเยาวราช กลุ่มจะใหญ่ขึ้น ๆ เมื่อมาสมทบกันเพิ่มขึ้น
รุ่นน้องซึ่งมาคอยเรียกเตือนเป็นประจำ เป็นหญิงชื่อ จุ๋ม เธออยู่ละแวกใกล้ที่สุด เธอเป็นคนเรียนเก่ง (เธอ ent.ได้ ศิริราช) ละเอียดรอบคอบ
นึกถึงตอนนั้น ขำมาก เธอทำตัวเหมือนเป็น คุณแม่ แนะนำโน่นนี่นั้น เนี้ยบมากจริง ๆ
รุ่นน้องอีกคนเรียกกันว่า ยายแป้ง ยายนี่ก็เหมือนกัน พวกเราแอบให้ฉายาเธอ แม่ใหญ่
พวกเราจะถูกแม่ใหญ่เรียกไปอบรมเสมอ
“พี่ ๆ ต้องทำตัว ‘อย่างโง้นอย่างงี้’ เป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ รู้ไหมพวกเราเคารพนับถือพี่ ๆ มาก พวกพี่เป็นคนดีจริง ๆ สู้อุตส่าห์เสียสละวันหยุดมาติวให้พวกเราฟรี ๆ เป็นปี แต่อย่ามาแอบสูบบุหรี่กัน มันเป็นตัวอย่างไม่ดี ฯลฯ”
กลุ่มกิจกรรมนี้ก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ ตามวันเวลา เติบโตขึ้น ๆ พอกล่าวได้ว่า เหตุปัจจัยหลักอย่างน้อย คือ ฟรี มีคุณภาพ สนุกสนาน
วิชาซึ่งแนะนำพูดคุยกันนั้น ขยายกว้างครอบคลุมเกือบทุกสาขา
บางครั้ง บางวิชา มีการลงมือปฏิบัติ ทำจริง เช่น จัดไปเที่ยว แรก ๆ ก็เที่ยวรอบ ๆ กรุง ต่อไปก็ อยุธยา ไปดูสถาปัตยกรรมโบสถ์คริสต์งาม ๆ เป็นโบสถ์คริสต์ที่ไม่ได้อยู่วัดคริสต์ แต่กลับอยู่ในวัดพุทธ
‘วัดนิเวศธรรมประวัติ’
วัดนิเวศธรรมประวัติ ตั้งอยู่บนเกาะกลางเจ้าพระยาของพระราชวังบางปะอินพระจุลจอมเกล้าโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙
อีกกิจกรรมคือ ทำห้องสมุด แบบให้ยืมอ่าน ยืมเรียน
ยืมเรียน! งงไหมครับ
ในสมัยนั้น แต่ละภาคเรียน เราต้องซื้อหนังสืออ่านเสริม เติมความรู้กัน ภาคละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท เป็นภาระมากทีเดียว จึงเริ่มมี
"พี่ ๆ ผมไม่มีน้องเรียนต่อแล้ว พวกคู่มือ แบบเฉลย ไม่รู้จะไปไว้ไหน ทิ้งก็เสียดาย"
"เอามา ฉันรับเอง รับหมดเลย"
"เฮ่ย ๆ ได้ไง อย่างนี้เรียกโลภมาก เดี๋ยวแช่งซะเลย"
"ของชั้น ก็เยอะ ซื้อไปเป็นพันเลย จะเอามาให้"
ที่สุด จึงเกิดห้องสมุด ยืมเรียน ค่ายืมคิดร้อยละ ๑๐/ภาค เสียหายต้องซื้อคืน ต่อมาจึงมีหนังสือประเภทอื่นทยอยเข้ามาจนมากพอเปิดให้คนนอกมายืมอ่านได้
ห้องสมุดยังมีเรื่องน่าเล่าอีก
เรามีโต๊ะให้ใช้ รวม ๖ ตัว โต๊ะพวกนี้รูปร่างประหลาด พวกเรียน 'ถาปัตย์ วิศวะ ช่วยกันคิดทำขึ้นแต่ละตัว ขนาดใหญ่ผิดปกติ
พวกเขาเรียก โต๊ะอเนกประสงค์ ประโยชน์หลักคือ หมดเวลาห้องสมุด ก็เอาสองตัวมาต่อกัน
โต๊ะปิงปองไงครับ ได้ ๓ ชุด เล่นออกกำลังกันได้อีก
*************************************************************************************************
(จบ ส่วนแรก โดย ถุงมือ คิดถึงความหลัง)