คนเขียนบทความนี้ ได้บุญหรือบาป ?



https://aomhugdaily.com/content/648/
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
""" ผู้ที่ห้ามผู้อื่นให้ทาน ชื่อว่าเป็นอมิตร """
วัจฉะ ! ผู้ใดห้ามผู้อื่นซึ่งให้ทาน ผู้นั้นชื่อว่า เป็นอมิตร ผู้ทำอันตรายสิ่ง ๓ สิ่ง คือ :-
ทำอันตรายต่อบุญของทายก (ผู้ให้ทาน),
ทำอันตรายต่อลาภของปฏิคาหก (ผู้รับทาน),
และตัวเองก็ขุดรากตัวเองกำจัดตัวเองเสียตั้งแต่แรกแล้ว.

วัจฉะ ! ผู้ที่ห้ามผู้อื่นซึ่งให้ทาน ชื่อว่าเป็นอมิตร ผู้ทำอันตรายสิ่ง ๓ สิ่ง ดังนี้แล.

วัจฉะ ! เราเองย่อมกล่าวอย่างนี้ว่า “ผู้ใดเทน้ำล้างหม้อ หรือน้ำล้างชามก็ตาม ลงในหลุมน้ำครำ หรือทางน้ำโสโครก ซึ่งมีสัตว์มีชีวิตเกิดอยู่ในนั้นด้วยคิดว่า สัตว์ในนั้นจะได้อาศัยเลี้ยงชีวิต ดังนี้แล้ว เราก็ยังกล่าวว่า นั่นเป็นทางมาแห่งบุญ เพราะการทำแม้เช่นนั้น ไม่ต้องกล่าวถึงการให้ทานแก่มนุษย์ด้วยกัน” ดังนี้.

อีกอย่างหนึ่ง เรากล่าวว่าทานที่ให้แก่ผู้มีศีล เป็นทานมีผลมาก. ทานที่ให้แก่ผู้ทุศีล หาเป็นอย่างนั้นไม่. และผู้มีศีลนั้นเป็นผู้ละเสียซึ่งองค์ ๕ และประกอบอยู่ด้วย องค์ ๕.

ละองค์ ๕ คือ :-
ละกามฉันทะ
ละพยาบาท
ละถีนมิทธะ (หดหู่ซึมเซา)
ละอุทธัจจกุกกุจจะ (ฟุ้งซ่านรำคาญ)
ละวิจิกิจฉา (ลังเลสงสัย)

ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ :-
ประกอบด้วยกองศีลชั้นอเสขะ (คือชั้นพระอรหันต์)
ประกอบด้วยกองสมาธิชั้นอเสขะ
ประกอบด้วยกองปัญญาชั้นอเสขะ
ประกอบด้วยกองวิมุตติชั้นอเสขะ
ประกอบด้วยกองวิมุตติญาณทัสสนะชั้นอเสขะ.

เรากล่าวว่าทานที่ให้ในบุคคลผู้ละองค์ห้า และ ประกอบด้วยองค์ห้า ด้วยอาการอย่างนี้ มีผลมาก ดังนี้.
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
บัตรทองเป็นโครงการรัฐ.  รัฐทำเอง. เรียนผูกต้องเรียนแก้.  ขาดทุนก็ต้องหาทางแก้ไข.
   ส่วนบริจาควัดบริจาคพระบริจาควัด  ผมเห็นว่าเดี๋ยวนี้ก็เกินไป.  เอากิเลสไปให้พระ.  ทำพุทธเป็นศาสนาแห่งวัตถุ.  พระพุทธรูป(รวมทั้งสารพัดรูปปั้น)ใหญ่ที่สุดในโลก.  โบสถ์วิหารหรูหราอลังการมองไม่ออกว่าจะเป็นที่ละกิเลสได้ยังไง
ความคิดเห็นที่ 12
มันเป็นเงินของประชาชนเค้าจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเค้า แน่จริงก็รณรงค์ไม่ให้คนใช้บัตรทองสิ โรงพยาบาลจะได้ไม่ขาดทุน ว่าแต่หน่วยงานของรัฐมีอะไรบ้างที่ไม่ขาดทุน นอกจากไฟฟ้ากับประปา แล้วถ้าจะให้ดีก็เอางบซื้อเรือดำน้ำมาช่วยโรงพยาบาลด้วยก็จะดีมาก
ความคิดเห็นที่ 11
เป็นอกุศล จิตเศร้าหมอง
ทำลายศรัทธาต่อพระศาสนา
ยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 8
แต่ก่อน วัด คือศูนย์รวมของการ sharing คือ social norm ทุกอย่างในชุมชน

วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน
วัดเป็นโรงเรียน ถ่ายทอดวิชาการศึกษา
วัดเป็นโรงพยาบาล ดูแลคนเจ็บป่วย
วัดเป็นศาล ช่วยไกล่เกลี่ยคดีความ ความหมาดหมางในชุมชน
วัดคือที่จัดงานสนุกสนานรื่นเริง งานวัด งานมหรสพ
วัดคือสถานสงเคราะห์ที่ช่วยเหลือดูแล คนลำบาก ไม่มีจะกิน ไม่มีที่จะไป

เพราะฉะนั้น คนในชุมชน มีอะไร ก็แบ่งปันไปให้วัด ใครเก่งเรื่องไหน ก็ไปช่วยงานเรื่องนั้นที่วัด ใครไม่ถนัดช่วยงานก็บริจาคกำลังทรัพย์ สิ่งของไปช่วยวัด วัดก็ศูนย์รวมของของฟรีทางสังคม อันเกิดจาก social norm ของคนในชุมชนนั้นแหละ ยิ่งมีมาก ก็เกิดการแชร์ แบ่งปันมาก คนในชุมชนก็ได้รับประโยชน์มากตามไปด้วย

แต่ปัจจุบัน วัดเหลือเพียงหน้าที่ในด้านศาสนาและจิตวิญญาณเท่านั้น อาจมีบางวัดที่มีภารกิจมากกว่านั้น แต่ก็ไม่ได้มากเท่าแต่ก่อน ส่วนด้านอื่นๆนั้น โดนแยกออกไปทำหน้าที่เฉพาะด้านตามความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นขององค์ความรู้ในศาสตร์ด้านต่างๆ และความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของสังคม และจากสเกลชุมชนเล็กๆ ก็เพิ่มสเกลไปในระดับประเทศ การบริจาคให้องค์กรเหล่านั้นจึงไม่เห็นผลชัดเจนเหมือนที่อยู่ในสเกลระดับชุมชนเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ องค์กรเฉพาะด้านเหล่านั้น ก็ไม่ได้อาศัยเงินบริจาคเป็นหลักอีกต่อไป แต่ใช้เงินภาษีเป็นหลักในการเลี้ยงดูแลองค์กรที่ทำหน้าที่เฉพาะด้านเหล่านั้น จะเห็นได้ว่า เงินได้หลัก เปลี่ยนจากเงินบริจาคที่เป็น social norm แปรเปลี่ยนเป็นเงินภาษี ที่เป็น market norm (เมื่อภาษีเป็น market norm แต่เงินบริจาคเป็น social norm จึงไม่แปลกอะไรที่ คนมากมายทำทุกอย่างเพื่อเลี่ยงภาษี แต่กับเต็มใจกับการบริจาค แม้ว่าปลายทางเงินนั้นจะถูกนำไปใช้ประโยชน์เหมือนกัน) เราจึงมักมีคนแย้งมาเสมอว่า เงินอุดหนุนโรงพยาบาล คือเงินภาษีของเราอยู่แล้ว หากขาดทุน ก็แสดงว่ารัฐบาลบริหารไม่ดี และทุกครั้งที่ market norm เข้ามาเมื่อไร social norm มักจะพ่ายแพ้เสมอไป

คำถามที่ว่า คนเขียนบทความนี้ ได้บุญหรือบาป ก็คงขึ้นกับบทความนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้อ่านยังไง หรือส่งผลบวกหรือลบกับสังคมยังไงบ้าง หากทำให้โรงพยาบาลมีกำลังดูแลคนเจ็บป่วยมากขึ้น ก็เป็น บุญ หากทำให้ศาสนาเสื่อมโทรมมากขึ้น ก็เป็นบาป
ความคิดเห็นที่ 5
เลิกสร้าง ศาสนาสถาน ก็ ใช่ว่า ชาวบ้านจะให้เงิน ไปปิด ตัวเลข ขาดทุน รพ

รพ ขาดทุน ปีละเท่าไร รัฐก็ต้อง ให้เงินปิดเลขขาดทุน  ถ้าไม่พอ ก็ต้องเพิ่มภาษี

ปล. เพิ่ม ราคาบัตรทอง น่าจะแก้ปัญหาได้ตรงกว่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่