[CR] ปลวก_on_ทัวร์ at บ้านขุนสมุทรจีน 2 วัน 1 คืน

บ้านขุนสมุทรจีน 



          เป็นครั้งแรกในการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจากการที่มีวันหยุดเพียงแค่ไม่ 2 วัน และอยากไปนอนพักที่ไหนสักที่ ที่ๆ จะพาเราไปในอีกโลกหนึ่งที่สงบ หนีจากความวุ่นวายในกรุงเทพ จึงเป็นที่มาของทริปบ้านขุนสมุทรจีน บ้านที่ไม่หนีน้ำ

          ปกติตัวเองเป็นเด็กสมุทรปราการแต่กำเนิดแต่ได้ไปใช้ชีวิตในการเรียนและทำงานย่านกลางเมืองอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ปกติชีวิตช่างแสนวุ่นวาย คิดจะพักผ่อนในบรรยากาศที่แปลกไปจากชีวิตปกติ และด้วยเวลาที่มีน้อยนิด  จึงเป็นที่มาของทริปนี้

           ออกเดินทางช่วงประมาณ 9 โมงเช้าของวันที่ 12 สิงหาคม ไปทางฝั่งพระสมุทรเจดีย์ ไปท่าเรือป้าลี่เพื่อนั่งเรือไปที่บ้านขุนสมุทร แต่ก่อนจะเดินทางไปที่บ้านขุนสมุทรจีนที่ได้ทำการจองล่วงหน้าไว้แล้วทางที่พักบอกว่าให้เข้าไปสักเที่ยงๆ ก็ได้ เลยได้โอกาสไปไหว้พระที่วัดสาขลาก่อน  การเดินทางหากขับรถมาจากถนนพระราม 2 ให้ขับมาทางถนสุขสวัสดิ์ พอสุดถนนพระราม 2 เลี้ยวขวา ขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงสามแยกเจดีย์ ก็ให้เลี้ยวขวา เพื่อวิ่งต่อบนถนนสุขสวัสดิ์ แล้วเปิด GPS ไปที่วัดสาขลา ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ในวัดสาขลาจะมีวิหาร โบสถ์และเจดีย์เอียงห่มผ้าแดงและพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ พอถึงวัดจอดรถที่ลานจอดรถซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบริเวณศาลาสักนิดแต่มีรถบริการจากลานจอดรถเข้าบริเวณวัด


เมื่อเข้ามาถึงบริเวณวัดจะผ่านตลาดที่มีขายในวันหยุดส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหาร มีทั้งของคาวและของหวาน แต่สิ่งที่เห็นเป็นเอกลักษณ์ คือกุ้งเหยียด ลักษณะจะเป็นกุ้งอบกับน้ำตาม แล้วตัวตรงๆ เวลารับประทานจะบีบมะนาวลงไปรสชาติหวานๆ ของกุ้งตัดด้วยรสเปรี้ยวของมะนาวก็ดูเข้ากันดี



เดินผ่านตลาดมาหน่อยจะเป็นบริเวณวิหารให้เราเข้าไปไหว้พระด้านในและปิดทองหลวงพ่อโต  ทางเข้าจะต้องลอดผ่านปากราหู

เมื่อลอดปากเข้าไปจุดที่ 1 ที่เราปิดทอง คือ ลูกนิมิตลูกเอก จุดที่ 2 ฐานหลวงพ่อโต และจุดสุดท้ายที่ปิดทองคือ องค์หลวงพ่อโต





เมื่อออกมาด้านนอกเลี้ย;ไปทางด้านขวามือ จะมีห้องจัดแสดงอีก 2 ห้อง ที่มีชื่อว่า พิพิธภัณฑ์เทพศรีสาขา ที่รวบรวมองค์เทพต่างๆ ไว้มากมายให้เราได้เคารพบูชากัน เมื่อผ่านออกมาด้านนอกติดกับศาลา คือโบสถ์ และมีเรือนไทยที่มีพระพุทธรูปให้เรากราบไหว้กันเดินออกมาด้านหน้าจะเห็นพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่อยู่

ด้านซ้ายมือของพระสังกัจจายน์ มีเจดีย์เอียงที่ห่มผ้าสีแดงตามลักษณะของวัดมอญอยู่


เมื่อไหว้พระแวะหาของกินเล็กๆ น้อยๆ ที่วัดสาขลาเรียบร้อยก็ขับรถย้อนออกไปเพื่อไปที่ท่าเรือป้ารี่  บริเวณนั้นจะมีบ้านที่รับฝากรถ ชั่วคราว 40 บาท ค้างคืน 100 บาท เมื่อฝากรถเรียบร้อยก็ได้เวลาไปนั่งเรือ ซึ่งเป็นลักษณะเหมือนเรือหางยาว ค่าเรือโดยสารคนแรก 100 บาท คนต่อไปคนละ 10 บาท ไปกัน 4 คน ค่าเรือตกอยู่ที่ 130 บาท


ลงเรือกันที่ ท่าเรือป้าต้อย แล้วทางบ้านพักส่งเรืออีกลำมารับเพื่อไปยัง โฮมเสตย์ 
พอไปถึงบ้านพัก เป็นบ้านพักขนาด 2 ห้องนอน ด้านนอกเป็นที่นั่งรับประทานอาหารและดูทีวี ใต้ถุนสูง ตัวห้องน้ำอยู่ด้านหลังบ้านที่ต้องเดินลงบันไดลงไปอีก แต่ละห้องนอนได้ 2 คน มีพัดลมให้และมีมุ้งให้ (แต่ผ้าห่มผืนเล็กมากนะ) ไม่มีผ้าขนหนูให้นะ โชคดีเตรียมผ้าขนหนูผืนเล็กไป และแต่ละบ้านจะมีท่าน้ำเล็กๆ หน้าบ้านทุกหลังด้วย 


มาถึงประมาณ เที่ยงกว่าๆ อาหารมื้อแรกก็มาถึง ลืมบอก ค่าที่พัก คนละ 600 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ คือ เที่ยง และเย็นของวันแรก และมื้อเช้าของวันที่ 2
อาหารมื้อเที่ยง มีประมาณ 4-5 อย่าง บอกเลยว่ารสชาติดี และให้มาเยอะพอสมควร  และก็มีน้ำให้คนละ 1 ขวด

อันนี้คุณลุงเจ้าของโฮมสเตย์บอกว่าเป็นปลาหมอเทศ เลยไม่ได้ชิม 



      เมื่อรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ ก็ได้เวลานอนพักเอาแรงก่อน เพื่อที่จะเดินทางเที่ยวต่อในหมู่บ้านในช่วงบ่ายแก่ๆ 
เมื่อเวลาได้ที่ก็เริ่มออกเดินทางเที่ยวตามที่ต่างๆ ที่มีในแผนที่
ที่แรกคือศาลเจ้าหนุ่มลอยชาย เป็นศาลเจ้าที่ชาวบ้านขุนสมุทรจีนให้ความเคารพนับถือ กันมาก บริเวณใกล้ๆ จะมีจุดให้ถ่ายรูปได้ 3 จุด คือ 1. จุดป้ายบ้านขุนสมุทรจีน 2. หลักกิโลขุนสมุทร และ 3. เป็นตราไปรษณีย์ให้ยืนถ่ายได้ 



สถานที่ต่อไป คือ วัดโรงเรียนขุนสมุทรจีน ที่ตอนนี้ไม่มีนักเรียนอยู่แล้ว เนื่องจากมีนักเรียนน้อยเลยไปเรียนรวมกันที่ โรงเรียนขุนสมุทรไทย แต่ชอบบรรยากาศเลยถ่ายภาพเก็บไว้



สถานที่ต่อไป คือวัดขุนสมุทรจีน ซึ่งน่าจะเป็นไฮไลท์ของวันนี้  เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดที่เคยยื่นออกไปในทะเล แต่ด้วยลักษณะของที่ตั้งเป็นปากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่แม่น้ำพัดดินจากส่วนนี้ไปตกบริเวณพระสมุทรเจดีย์ ทำให้ดินตรงนี้ค่อยๆ หายไปทุกปี จนตอนนี้ที่ดินที่เคยยื่นออกไปหดเข้ามาจนถึงบริเวณวัดแล้ว


บริเวณนี้คือพื้นโบส์เก่า  ที่ทางวัดสร้างพื้นใหม่สูงกว่าเดิม เพื่อป้องกันน้ำท่วม 


     เมื่อกลับจากวัดขุนสมุทรทราวาสแล้ว ถึงที่พักก็เกือบ 6 โมงเย็น ก็ได้เวลาอาหารค่ำที่รอคอย  อาหารมื้อนี่ก็มีกับข้าอีกประมาณ 5 อย่าง มีปูให้คนละ 1 ตัว 



หลังจากรับประทานอาหารมื้อนี้เสร็จ ก็ได้เวลาอาบน้ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย ตกกลางคืนที่นี่ค่อนข้างเงียบ เพราะคนที่นี่จะนอนกันค่อนข้างเร็ว บรรยากาศเหมือนต่างจังหวัด สงบ ลมพัดเย็นตลอดคืน ด้วยความเป็นคนขี้ร้อนเลยไม่ได้กางมุ้ง และเปิดหน้าต่าง และพัดลมเพื่อให้เย็นสบาย หมอนเตี้ยไปหน่อย แต่ไม่ได้มีปัญหาสำหรับการนอนของเรา  

จบวันแรกของทริปนี้แล้ว  วันที่ 2 กำลังจะเข้ามา
ชื่อสินค้า:   บ้านขุนสมุทรจีน
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่