หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] ปลวก_on_ทัวร์ at บ้านขุนสมุทรจีน 2 วัน 1 คืน
กระทู้รีวิว
โฮมสเตย์
จังหวัดสมุทรปราการ
เที่ยวเชิงอนุรักษ์
บ้านขุนสมุทรจีน
เป็นครั้งแรกในการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจากการที่มีวันหยุดเพียงแค่ไม่ 2 วัน และอยากไปนอนพักที่ไหนสักที่ ที่ๆ จะพาเราไปในอีกโลกหนึ่งที่สงบ หนีจากความวุ่นวายในกรุงเทพ จึงเป็นที่มาของทริปบ้านขุนสมุทรจีน บ้านที่ไม่หนีน้ำ
ปกติตัวเองเป็นเด็กสมุทรปราการแต่กำเนิดแต่ได้ไปใช้ชีวิตในการเรียนและทำงานย่านกลางเมืองอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ปกติชีวิตช่างแสนวุ่นวาย คิดจะพักผ่อนในบรรยากาศที่แปลกไปจากชีวิตปกติ และด้วยเวลาที่มีน้อยนิด จึงเป็นที่มาของทริปนี้
ออกเดินทางช่วงประมาณ 9 โมงเช้าของวันที่ 12 สิงหาคม ไปทางฝั่งพระสมุทรเจดีย์ ไปท่าเรือป้าลี่เพื่อนั่งเรือไปที่บ้านขุนสมุทร แต่ก่อนจะเดินทางไปที่บ้านขุนสมุทรจีนที่ได้ทำการจองล่วงหน้าไว้แล้วทางที่พักบอกว่าให้เข้าไปสักเที่ยงๆ ก็ได้ เลยได้โอกาสไปไหว้พระที่วัดสาขลาก่อน การเดินทางหากขับรถมาจากถนนพระราม 2 ให้ขับมาทางถนสุขสวัสดิ์ พอสุดถนนพระราม 2 เลี้ยวขวา ขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงสามแยกเจดีย์ ก็ให้เลี้ยวขวา เพื่อวิ่งต่อบนถนนสุขสวัสดิ์ แล้วเปิด GPS ไปที่วัดสาขลา ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ในวัดสาขลาจะมีวิหาร โบสถ์และเจดีย์เอียงห่มผ้าแดงและพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ พอถึงวัดจอดรถที่ลานจอดรถซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบริเวณศาลาสักนิดแต่มีรถบริการจากลานจอดรถเข้าบริเวณวัด
เมื่อเข้ามาถึงบริเวณวัดจะผ่านตลาดที่มีขายในวันหยุดส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหาร มีทั้งของคาวและของหวาน แต่สิ่งที่เห็นเป็นเอกลักษณ์ คือกุ้งเหยียด ลักษณะจะเป็นกุ้งอบกับน้ำตาม แล้วตัวตรงๆ เวลารับประทานจะบีบมะนาวลงไปรสชาติหวานๆ ของกุ้งตัดด้วยรสเปรี้ยวของมะนาวก็ดูเข้ากันดี
เดินผ่านตลาดมาหน่อยจะเป็นบริเวณวิหารให้เราเข้าไปไหว้พระด้านในและปิดทองหลวงพ่อโต ทางเข้าจะต้องลอดผ่านปากราหู
เมื่อลอดปากเข้าไปจุดที่ 1 ที่เราปิดทอง คือ ลูกนิมิตลูกเอก จุดที่ 2 ฐานหลวงพ่อโต และจุดสุดท้ายที่ปิดทองคือ องค์หลวงพ่อโต
เมื่อออกมาด้านนอกเลี้ย;ไปทางด้านขวามือ จะมีห้องจัดแสดงอีก 2 ห้อง ที่มีชื่อว่า พิพิธภัณฑ์เทพศรีสาขา ที่รวบรวมองค์เทพต่างๆ ไว้มากมายให้เราได้เคารพบูชากัน เมื่อผ่านออกมาด้านนอกติดกับศาลา คือโบสถ์ และมีเรือนไทยที่มีพระพุทธรูปให้เรากราบไหว้กันเดินออกมาด้านหน้าจะเห็นพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่อยู่
ด้านซ้ายมือของพระสังกัจจายน์ มีเจดีย์เอียงที่ห่มผ้าสีแดงตามลักษณะของวัดมอญอยู่
เมื่อไหว้พระแวะหาของกินเล็กๆ น้อยๆ ที่วัดสาขลาเรียบร้อยก็ขับรถย้อนออกไปเพื่อไปที่ท่าเรือป้ารี่ บริเวณนั้นจะมีบ้านที่รับฝากรถ ชั่วคราว 40 บาท ค้างคืน 100 บาท เมื่อฝากรถเรียบร้อยก็ได้เวลาไปนั่งเรือ ซึ่งเป็นลักษณะเหมือนเรือหางยาว ค่าเรือโดยสารคนแรก 100 บาท คนต่อไปคนละ 10 บาท ไปกัน 4 คน ค่าเรือตกอยู่ที่ 130 บาท
ลงเรือกันที่ ท่าเรือป้าต้อย แล้วทางบ้านพักส่งเรืออีกลำมารับเพื่อไปยัง โฮมเสตย์
พอไปถึงบ้านพัก เป็นบ้านพักขนาด 2 ห้องนอน ด้านนอกเป็นที่นั่งรับประทานอาหารและดูทีวี ใต้ถุนสูง ตัวห้องน้ำอยู่ด้านหลังบ้านที่ต้องเดินลงบันไดลงไปอีก แต่ละห้องนอนได้ 2 คน มีพัดลมให้และมีมุ้งให้ (แต่ผ้าห่มผืนเล็กมากนะ) ไม่มีผ้าขนหนูให้นะ โชคดีเตรียมผ้าขนหนูผืนเล็กไป และแต่ละบ้านจะมีท่าน้ำเล็กๆ หน้าบ้านทุกหลังด้วย
มาถึงประมาณ เที่ยงกว่าๆ อาหารมื้อแรกก็มาถึง ลืมบอก ค่าที่พัก คนละ 600 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ คือ เที่ยง และเย็นของวันแรก และมื้อเช้าของวันที่ 2
อาหารมื้อเที่ยง มีประมาณ 4-5 อย่าง บอกเลยว่ารสชาติดี และให้มาเยอะพอสมควร และก็มีน้ำให้คนละ 1 ขวด
อันนี้คุณลุงเจ้าของโฮมสเตย์บอกว่าเป็นปลาหมอเทศ เลยไม่ได้ชิม
เมื่อรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ ก็ได้เวลานอนพักเอาแรงก่อน เพื่อที่จะเดินทางเที่ยวต่อในหมู่บ้านในช่วงบ่ายแก่ๆ
เมื่อเวลาได้ที่ก็เริ่มออกเดินทางเที่ยวตามที่ต่างๆ ที่มีในแผนที่
ที่แรกคือศาลเจ้าหนุ่มลอยชาย เป็นศาลเจ้าที่ชาวบ้านขุนสมุทรจีนให้ความเคารพนับถือ กันมาก บริเวณใกล้ๆ จะมีจุดให้ถ่ายรูปได้ 3 จุด คือ 1. จุดป้ายบ้านขุนสมุทรจีน 2. หลักกิโลขุนสมุทร และ 3. เป็นตราไปรษณีย์ให้ยืนถ่ายได้
สถานที่ต่อไป คือ วัดโรงเรียนขุนสมุทรจีน ที่ตอนนี้ไม่มีนักเรียนอยู่แล้ว เนื่องจากมีนักเรียนน้อยเลยไปเรียนรวมกันที่ โรงเรียนขุนสมุทรไทย แต่ชอบบรรยากาศเลยถ่ายภาพเก็บไว้
สถานที่ต่อไป คือวัดขุนสมุทรจีน ซึ่งน่าจะเป็นไฮไลท์ของวันนี้ เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดที่เคยยื่นออกไปในทะเล แต่ด้วยลักษณะของที่ตั้งเป็นปากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่แม่น้ำพัดดินจากส่วนนี้ไปตกบริเวณพระสมุทรเจดีย์ ทำให้ดินตรงนี้ค่อยๆ หายไปทุกปี จนตอนนี้ที่ดินที่เคยยื่นออกไปหดเข้ามาจนถึงบริเวณวัดแล้ว
บริเวณนี้คือพื้นโบส์เก่า ที่ทางวัดสร้างพื้นใหม่สูงกว่าเดิม เพื่อป้องกันน้ำท่วม
เมื่อกลับจากวัดขุนสมุทรทราวาสแล้ว ถึงที่พักก็เกือบ 6 โมงเย็น ก็ได้เวลาอาหารค่ำที่รอคอย อาหารมื้อนี่ก็มีกับข้าอีกประมาณ 5 อย่าง มีปูให้คนละ 1 ตัว
หลังจากรับประทานอาหารมื้อนี้เสร็จ ก็ได้เวลาอาบน้ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย ตกกลางคืนที่นี่ค่อนข้างเงียบ เพราะคนที่นี่จะนอนกันค่อนข้างเร็ว บรรยากาศเหมือนต่างจังหวัด สงบ ลมพัดเย็นตลอดคืน ด้วยความเป็นคนขี้ร้อนเลยไม่ได้กางมุ้ง และเปิดหน้าต่าง และพัดลมเพื่อให้เย็นสบาย หมอนเตี้ยไปหน่อย แต่ไม่ได้มีปัญหาสำหรับการนอนของเรา
จบวันแรกของทริปนี้แล้ว วันที่ 2 กำลังจะเข้ามา
ชื่อสินค้า:
บ้านขุนสมุทรจีน
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
One day trip ไปเช้าเย็นกลับ ท่องเที่ยว จังหวัดสมุทรปราการ (บางกระเจ้า - วัดสาขลา - วัดอโศการาม - สถานตากอากาศบางปู)
วันนี้ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว กับการเที่ยวแบบ One day trip ไปเช้าเย็นกลับ ท่องเที่ยว จังหวัดสมุทรปราการ เราขับรถส่วนตัวไปครับ 08.30 - 12.00น. เริ่มต้นทริปนี้ด้
Newzaa_29
เที่ยว 1 วัน ณ ราชบุรี ฉบับสู้แดด
สวัสดีครับพี่ๆ เพื่อนๆ สมาชิกทุกท่านครับ กระทู้นี้จะเป็นการเล่าประสบการณ์เที่ยวที่จังหวัด ”ราชบุรี” ใน 1 วัน ของผมกับคุณแฟนซึ่งไปมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28
ในมุมมองของข้าพเจ้า
ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด จ.สุราษฎ์ธานี
#ป่าต้นน้ำ..บ้านน้ำราด #สุราษฎ์ธานี สถานที่แห่งนี้...เคยมีโอกาสได้เห็นภาพเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเห็นแล้ว บอกเลยน่าไปมากๆ แต่เนื่องจาก จ.สุราษฎ์ธานี เป็นจังหวัดที่อ
StoryTripper#HD
น่านฤดูควัน 3 วัน 2 คืน 19-21 มีนาคม 2564 ตอน 4 เมืองน่าน (2)
ตึกรังสีเกษมและตึกลินกัล์นอะแคเดมี ที่โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา ตึกรังสีเกษมอยู่ฝั่งประถม ปกติสามารถเข้าชมด้านในได้ ส่วนตึกลินกัล์นอะแคเดมี จะอยู่ฝั่งมัธยมครับ
คุณหมูยอ
ผาโปกโล้น ร่องเขาแห่งนครชุม ชมทะเลหมอกยามเช้า หมู่บ้านแห่งขุนเขา กิน เที่ยว ครบ กับวิถีชีวิตที่รายล้อมด้วยขุนเขา
ขุนเขาแห่งนครชุม พิชิตผาโปกโล้น ชมทะเลหมอกบน สองยอด เขาแห่งชุมชนนครชุม ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เรียบง่ายแบบไม่ต้องปรุงแต่ง กราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ฉบับรถยนต์ส่วน
AepRee-View (แอบรีวิว)
แพป้าเป้า บางไทร พระนครศรีอยุธยา (ให้ภาพเล่าเรื่อง)
โฮมสเตย์ริมน้ำแห่งนี้มีชื่อว่า “แพป้าเป้า” ตั้งอยู่บริเวณอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโฮมสเตย์นึง ที่ผมอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆทุกคนได้รู้จัก ซึ่งอยู่ไม่
Funkyzboyz
รีวิว ‘เมืองคอง : เชียงใหม่’ 3 วัน 2 คืน [เมืองคอง ต้องลองมา]
หนาวแล้วมีแพลนไปเที่ยวไหนกันหรือยังคะ?เรามีที่มาแนะนำค่ะนี่เลย ‘เมืองคอง’ เป็นเมืองเล็กๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทุ่งนาและหุบเขา บรรยากาศเงียบสงบ
ฟันม้าพาเที่ยว
บ้านสวนจันทิตา [บ้านต้นไม้-ที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองพระมหาชนก]
อุ ทั ย ธ า นี จั ง ห วั ด นี้ ต้ อ ง ตั้ ง ใ จ ไ ป เ พ ร า ะ . . อุ ทั ย ไ ม่ ใ ช่ ท า ง ผ่ า น บ้านสวนจันทิตา หมายเหตุ : กระทู้แรกในพันทิป กาลครั้งแปดเก้าสิงห
KoMomelon
⛰️ เขาจมป่า บ้านนํ้าราบ อ.กันตัง จ.ตรัง | ล่องแพชมวิวป่าโกงกาง ทะลุออกทะเล ไปถ่ายรูปกับสันหลังมังกร 🌊
ผมไปเที่ยวกันตังบ่อยมาก เคยได้ยินชื่อแหล่งท่องเที่ยว "เขาจมป่า บ้านนํ้าราบ" มาหลายครั้ง แต่ก็ยังหาโอกาสเหมาะๆไม่ได้ เพราะเป็น'ทริปล่องแพ' ที่ต้องไปกัน
fatREVIEW
ยำมะม่วง “สูตรอัมพวา” มีจุดเด่นตรงรสหวานมันจากหัวกะทิสด เปรี้ยวมะม่วงดิบ และเผ็ดอ่อนๆ ด้วยพริกชี้ฟ้าพันธุ์บางช้าง...
ยำมะม่วง สูตรอัมพวา เครื่องปรุงพื้นฐานของยำมะม่วงสูตรนี้ไม่มาก แต่ก็อาจพลิกแพลง หรือเพิ่มของที่ชอบกินเข้าไปอีกได้ เช่น กระเทียมเจียว น้ำพริกเผา ถั่วลิสงคั่วบดหย
ต้นโพธิ์ต้นไทร
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
โฮมสเตย์
จังหวัดสมุทรปราการ
เที่ยวเชิงอนุรักษ์
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 17
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] ปลวก_on_ทัวร์ at บ้านขุนสมุทรจีน 2 วัน 1 คืน
เป็นครั้งแรกในการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจากการที่มีวันหยุดเพียงแค่ไม่ 2 วัน และอยากไปนอนพักที่ไหนสักที่ ที่ๆ จะพาเราไปในอีกโลกหนึ่งที่สงบ หนีจากความวุ่นวายในกรุงเทพ จึงเป็นที่มาของทริปบ้านขุนสมุทรจีน บ้านที่ไม่หนีน้ำ
ปกติตัวเองเป็นเด็กสมุทรปราการแต่กำเนิดแต่ได้ไปใช้ชีวิตในการเรียนและทำงานย่านกลางเมืองอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ปกติชีวิตช่างแสนวุ่นวาย คิดจะพักผ่อนในบรรยากาศที่แปลกไปจากชีวิตปกติ และด้วยเวลาที่มีน้อยนิด จึงเป็นที่มาของทริปนี้
ออกเดินทางช่วงประมาณ 9 โมงเช้าของวันที่ 12 สิงหาคม ไปทางฝั่งพระสมุทรเจดีย์ ไปท่าเรือป้าลี่เพื่อนั่งเรือไปที่บ้านขุนสมุทร แต่ก่อนจะเดินทางไปที่บ้านขุนสมุทรจีนที่ได้ทำการจองล่วงหน้าไว้แล้วทางที่พักบอกว่าให้เข้าไปสักเที่ยงๆ ก็ได้ เลยได้โอกาสไปไหว้พระที่วัดสาขลาก่อน การเดินทางหากขับรถมาจากถนนพระราม 2 ให้ขับมาทางถนสุขสวัสดิ์ พอสุดถนนพระราม 2 เลี้ยวขวา ขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงสามแยกเจดีย์ ก็ให้เลี้ยวขวา เพื่อวิ่งต่อบนถนนสุขสวัสดิ์ แล้วเปิด GPS ไปที่วัดสาขลา ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ในวัดสาขลาจะมีวิหาร โบสถ์และเจดีย์เอียงห่มผ้าแดงและพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ พอถึงวัดจอดรถที่ลานจอดรถซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบริเวณศาลาสักนิดแต่มีรถบริการจากลานจอดรถเข้าบริเวณวัด
เมื่อเข้ามาถึงบริเวณวัดจะผ่านตลาดที่มีขายในวันหยุดส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหาร มีทั้งของคาวและของหวาน แต่สิ่งที่เห็นเป็นเอกลักษณ์ คือกุ้งเหยียด ลักษณะจะเป็นกุ้งอบกับน้ำตาม แล้วตัวตรงๆ เวลารับประทานจะบีบมะนาวลงไปรสชาติหวานๆ ของกุ้งตัดด้วยรสเปรี้ยวของมะนาวก็ดูเข้ากันดี
เดินผ่านตลาดมาหน่อยจะเป็นบริเวณวิหารให้เราเข้าไปไหว้พระด้านในและปิดทองหลวงพ่อโต ทางเข้าจะต้องลอดผ่านปากราหู
เมื่อลอดปากเข้าไปจุดที่ 1 ที่เราปิดทอง คือ ลูกนิมิตลูกเอก จุดที่ 2 ฐานหลวงพ่อโต และจุดสุดท้ายที่ปิดทองคือ องค์หลวงพ่อโต
เมื่อออกมาด้านนอกเลี้ย;ไปทางด้านขวามือ จะมีห้องจัดแสดงอีก 2 ห้อง ที่มีชื่อว่า พิพิธภัณฑ์เทพศรีสาขา ที่รวบรวมองค์เทพต่างๆ ไว้มากมายให้เราได้เคารพบูชากัน เมื่อผ่านออกมาด้านนอกติดกับศาลา คือโบสถ์ และมีเรือนไทยที่มีพระพุทธรูปให้เรากราบไหว้กันเดินออกมาด้านหน้าจะเห็นพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่อยู่
ด้านซ้ายมือของพระสังกัจจายน์ มีเจดีย์เอียงที่ห่มผ้าสีแดงตามลักษณะของวัดมอญอยู่
เมื่อไหว้พระแวะหาของกินเล็กๆ น้อยๆ ที่วัดสาขลาเรียบร้อยก็ขับรถย้อนออกไปเพื่อไปที่ท่าเรือป้ารี่ บริเวณนั้นจะมีบ้านที่รับฝากรถ ชั่วคราว 40 บาท ค้างคืน 100 บาท เมื่อฝากรถเรียบร้อยก็ได้เวลาไปนั่งเรือ ซึ่งเป็นลักษณะเหมือนเรือหางยาว ค่าเรือโดยสารคนแรก 100 บาท คนต่อไปคนละ 10 บาท ไปกัน 4 คน ค่าเรือตกอยู่ที่ 130 บาท
ลงเรือกันที่ ท่าเรือป้าต้อย แล้วทางบ้านพักส่งเรืออีกลำมารับเพื่อไปยัง โฮมเสตย์
พอไปถึงบ้านพัก เป็นบ้านพักขนาด 2 ห้องนอน ด้านนอกเป็นที่นั่งรับประทานอาหารและดูทีวี ใต้ถุนสูง ตัวห้องน้ำอยู่ด้านหลังบ้านที่ต้องเดินลงบันไดลงไปอีก แต่ละห้องนอนได้ 2 คน มีพัดลมให้และมีมุ้งให้ (แต่ผ้าห่มผืนเล็กมากนะ) ไม่มีผ้าขนหนูให้นะ โชคดีเตรียมผ้าขนหนูผืนเล็กไป และแต่ละบ้านจะมีท่าน้ำเล็กๆ หน้าบ้านทุกหลังด้วย
มาถึงประมาณ เที่ยงกว่าๆ อาหารมื้อแรกก็มาถึง ลืมบอก ค่าที่พัก คนละ 600 บาท รวมอาหาร 3 มื้อ คือ เที่ยง และเย็นของวันแรก และมื้อเช้าของวันที่ 2
อาหารมื้อเที่ยง มีประมาณ 4-5 อย่าง บอกเลยว่ารสชาติดี และให้มาเยอะพอสมควร และก็มีน้ำให้คนละ 1 ขวด
อันนี้คุณลุงเจ้าของโฮมสเตย์บอกว่าเป็นปลาหมอเทศ เลยไม่ได้ชิม
เมื่อรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ ก็ได้เวลานอนพักเอาแรงก่อน เพื่อที่จะเดินทางเที่ยวต่อในหมู่บ้านในช่วงบ่ายแก่ๆ
เมื่อเวลาได้ที่ก็เริ่มออกเดินทางเที่ยวตามที่ต่างๆ ที่มีในแผนที่
ที่แรกคือศาลเจ้าหนุ่มลอยชาย เป็นศาลเจ้าที่ชาวบ้านขุนสมุทรจีนให้ความเคารพนับถือ กันมาก บริเวณใกล้ๆ จะมีจุดให้ถ่ายรูปได้ 3 จุด คือ 1. จุดป้ายบ้านขุนสมุทรจีน 2. หลักกิโลขุนสมุทร และ 3. เป็นตราไปรษณีย์ให้ยืนถ่ายได้
สถานที่ต่อไป คือ วัดโรงเรียนขุนสมุทรจีน ที่ตอนนี้ไม่มีนักเรียนอยู่แล้ว เนื่องจากมีนักเรียนน้อยเลยไปเรียนรวมกันที่ โรงเรียนขุนสมุทรไทย แต่ชอบบรรยากาศเลยถ่ายภาพเก็บไว้
สถานที่ต่อไป คือวัดขุนสมุทรจีน ซึ่งน่าจะเป็นไฮไลท์ของวันนี้ เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดที่เคยยื่นออกไปในทะเล แต่ด้วยลักษณะของที่ตั้งเป็นปากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่แม่น้ำพัดดินจากส่วนนี้ไปตกบริเวณพระสมุทรเจดีย์ ทำให้ดินตรงนี้ค่อยๆ หายไปทุกปี จนตอนนี้ที่ดินที่เคยยื่นออกไปหดเข้ามาจนถึงบริเวณวัดแล้ว
บริเวณนี้คือพื้นโบส์เก่า ที่ทางวัดสร้างพื้นใหม่สูงกว่าเดิม เพื่อป้องกันน้ำท่วม
เมื่อกลับจากวัดขุนสมุทรทราวาสแล้ว ถึงที่พักก็เกือบ 6 โมงเย็น ก็ได้เวลาอาหารค่ำที่รอคอย อาหารมื้อนี่ก็มีกับข้าอีกประมาณ 5 อย่าง มีปูให้คนละ 1 ตัว
หลังจากรับประทานอาหารมื้อนี้เสร็จ ก็ได้เวลาอาบน้ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย ตกกลางคืนที่นี่ค่อนข้างเงียบ เพราะคนที่นี่จะนอนกันค่อนข้างเร็ว บรรยากาศเหมือนต่างจังหวัด สงบ ลมพัดเย็นตลอดคืน ด้วยความเป็นคนขี้ร้อนเลยไม่ได้กางมุ้ง และเปิดหน้าต่าง และพัดลมเพื่อให้เย็นสบาย หมอนเตี้ยไปหน่อย แต่ไม่ได้มีปัญหาสำหรับการนอนของเรา
จบวันแรกของทริปนี้แล้ว วันที่ 2 กำลังจะเข้ามา
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้