JJNY : 4in1 พท.ปฏิรูปพรรค/ปิยบุตรชี้นายกฯต้องช่องถวายสัตย์ใหม่/ชูวิทย์ซัดส.ส.หน้าใหม่ทำตัวเก่า/เทศบาลกะรนเตรียมเข้ากรุงฯ

กระทู้ข่าว
เพื่อไทยปฏิรูปพรรค โชว์แผน 6 เดือน ลั่น ทุกข์ของประชาชนรอไม่ได้
https://www.thairath.co.th/news/politic/1641976




เพื่อไทยปฏิรูปพรรคให้ทันต่อโลก โชว์แผน 6 เดือน ปรับเป็น “คิดใหม่ ทำไว” ลั่น แม้เป็นฝ่ายค้านก็ไม่นั่งรออำนาจรัฐ จะลงช่วยประชาชนทันที พร้อมเปิดยุทธการผูกเสี่ยวขายของชุมชน

วันที่ 20 ส.ค. 2562 ที่พรรคเพื่อไทยมีการจัดงานแถลงแผน 6 เดือนแรกในการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย สู่เป้าหมาย “ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” โดยมีแกนนำพรรค อดีตรัฐมนตรี และ ส.ส. เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค รวมถึงนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่

นายสมพงษ์ กล่าวในหัวข้อ “new challenge : สถานการณ์ใหม่ เพื่อไทยต้องเปลี่ยน” ว่า
พรรคเพื่อไทยต้องก้าวต่อไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยจะมีสัญญากับประชาชน 6 ข้อคือ
1. ยังคงยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
2. ยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งปวง
3. ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย
4. ยังมุ่งหวังให้เกิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม
5. ยึดมั่นที่จะสร้างสังคมที่เคารพในสิทธิเสรีภาพ และการแสดงออกของทุกฝ่ายในสังคม
6. อยากเห็นการกินดี อยู่ดี และชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน

โดยมี 4 แนวทาง คือ
1. ปรับวิธีคิดกำหนดวิสัยทัศน์ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง
2. สร้างวัฒนธรรมในการทำงานและเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่
3. ปรับวัฒนธรรมองค์กรใหม่
และ 4. สร้างกลไกและองคาพยพให้ทันสมัย

ทั้งนี้ ต้องเดินหน้าและต่อสู้กันต่อไปไม่ว่าสังคมจะซับซ้อนขนาดไหน

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวในหัวข้อ “new culture : วัฒนธรรมองค์กรแบบ Fast-track ทำให้เร็ว พลิกไทยให้ทันโลก” ว่า พรรคเพื่อไทยยุคใหม่จะต้องเป็นพรรคที่ทันสมัยเชื่อมสู่โลกได้ และต้องปรับการทำงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง แม้เป็นฝ่ายค้านแต่จะไม่นั่งรออำนาจรัฐ จะลงช่วยประชาชนทันที โดยจะประสานพลังของพรรคเพื่อไทยทั้งในและนอกสภาฯ เพื่อสานประโยชน์ให้กับประชาชน เราเคยเริ่มจากการ “คิดใหม่ ทำใหม่” สมัยพรรคไทยรักไทย แต่วันนี้ปัญหาหนักกว่าเดิม จึงเปลี่ยนเป็น “คิดใหม่ ทำไว” เพราะปัญหาของประชาชนไปไกลมากแล้ว ทุกข์ของประชาชนไม่สามารถรอได้อีกต่อไป

พรรคเพื่อไทยยุคใหม่จะต้องสร้างขั้นตอนการทำงานใหม่ที่รวดเร็ว เราจะปฏิรูปพรรคเพื่อไทยให้เป็นสถาบันทางการเมืองอย่างแท้จริง เราจะกำหนด New Agenda For Thailand สร้างรากฐานประชาธิปไตยที่มั่นคง จากนั้นทำแอปพลิเคชัน Change เพื่อให้เป็นช่องทางติดต่อระหว่างประชาชนกับพรรคเพื่อไทย จะสร้างสถาบันสร้างไทย เพื่อระดมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน นอกจากนี้ จะมีการสร้างนวัตกรรมแก้จนที่ทำงานร่วมกันเป็นสามประสานระหว่างประชาชน นักวิชาการ และพรรคเพื่อไทย จากนี้ไปอีก 6 เดือนข้างหน้า จะรับมือปัญหาของประชาชนได้และจะเห็นเป็นรูปธรรม

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวในหัวข้อ “new system : ปรับ รื้อ เปลี่ยน โครงสร้างพรรคเพื่อไทย” ว่า

พรรคจะทำ 3 โครงการเริ่มต้น คือ
1. โครงการ OPEN SPACE ที่จะเปิดให้ที่ทำการพรรคเป็นพื้นที่สาธารณะ ให้ประชาชนเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ดื่มกาแฟกระทบไหล่ดาวสภาฯ ได้
2. โครงการคณะกรรมการขนาดเล็กไม่เกิน 5 คน จิ๋วแต่แจ๋ว ทำในเรื่องที่ประชาชนสนใจ หรือการตรวจสอบคอร์รัปชันแบบเกาะติด สืบสวนการทุจริตของรัฐบาล
และ 3. โครงการยุทธการผูกเสี่ยว ทั้งนี้ แม้ไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่เราเชื่อว่าเราสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ โดยจะให้ส.ส. ในพื้นที่นำสินค้าของชุมชนและให้ตัวแทนชุมชนนำมาขาย เป็นโชว์รูมอย่างน้อย 300 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้พี่น้องประชาชน.



“ปิยบุตร” ชี้ นายกฯต้องหาช่องทางถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_1634202

“ปิยบุตร” ชี้ นายกฯต้องหาช่องทางถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ ยัน พรรคไม่มีงูเห่า ส่วนปม “จุมพิตา” ยังไม่ลาออก

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนค. กล่าวถึงการดำเนินการกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อตนตั้งกระทู้สดไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ได้มาตอบ หากเราตั้งกระทู้สดไปอีกก็เกรงว่าจะไม่ได้รับคำตอบ เราก็จะใช้ช่องทางอื่นต่อไปอย่างเช่น มาตรา 152 ดำเนินการต่อไปซึ่งเราก็หวังว่าทางรองประธานสภาซึ่งรับผิดชอบการบรรจุญัตติต่างๆนั้นจะดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระเบียบข้อบังคับ ที่ระบุว่า หากมีการยื่นญัตติไปแล้ว ภายใน 7 วันก็ต้องตอบมา ซึ่งตนคิดว่าวันศุกร์นี้น่าจะได้รับคำตอบ หรืออย่างช้าอาจจะเป็นในสัปดาห์หน้าที่ ญัตติดังกล่าวจะได้รับการบรรจุเข้าไป ส่วนกรณีอื่นๆเช่น ใครจะร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เป็นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินไป ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินจะวินิจฉัยอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้การตีความทางรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น หากสภาฯ เปิดอภิปรายมาตรา 152 แล้วรัฐมนตรีมาชี้แจง อาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่าก็ได้ เพราะเราจะได้แก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งตนขอเสนอว่านายกรัฐมนตรีควรใช้ช่องทางขอพระบรมราชานุญาต ขอถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ เมื่อได้รับโอกาสเมื่อไรเรื่องนี้จะได้จบโดยเร็วที่สุด เพราะหากศาลตัดสินว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ คณะรัฐมนตรีทั้งหลายจะเป็นโมฆะ และใช้ระยะเวลาแก้ปัญหาอย่างยาวนาน

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า เราพยายามถึงที่สุดแล้วในการใช้ช่องทางการตั้งกระทู้ เพราะเป็นวิธีการที่สะดวกที่สุด ทั้งด้านรัฐบาลและส.ส. ในการชี้แจงในสภาฯ หากจี้แจงเสร็จแล้วก็หาทางแก้กันต่อไป หากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจจริงเราก็ต้องหาช่องทางอื่นในการทำงานร่วมกับรัฐบาลกันต่อไป อย่างเช่นการใช้มาตรา 152 ศาลรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ชี้ว่าถูกหรือผิด แต่อำนาจในการใช้รัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของทุกองค์กร ซึ่งมาตรา 152 มีอำนาจอยู่ในสภาฯ เรามีความคาดหวังว่าการเปิดอภิปรายในมาตรา 152 จะทันปิดประชุมสภาฯสมัยแรกในวันที่ 18 กันยายน นี้อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ตนได้ยื่นญัตติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนทางด้านการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมีแค่ 7 พรรคฝ่ายค้าน เป็นเจ้าของ ภาคประชาสังคมต้องร่วมมือกัน เพียงแต่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพียงเท่านั้น และพรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงข่าวลือเรื่องการซื้อตัว ส.ส. ตนยังมั่นใจอุดมการณ์ของ ส.ส.พรรคอนค. นายปิยบุตร กล่าวว่า ไม่มีแตกแถว สำหรับคนที่จินตนาการไปว่าพรรคจะถูกยุบ เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายยก และสมาชิกพรรคก็พร้อมสู้ไปด้วยกัน ส่วนกรณียของนางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐมเขต 5 พรรคอนค. ที่ประสบอุบัติเหตุและรักษาตัวอยู่ในเวลานี้ ตนขอเรียนว่าแม้ทางด้านสุขภาพของคุณจุมพิตายังไม่แข็งแรงและยังไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แต่ตนยังยืนยันว่ายังไม่ลาออกในเวลานี้ และต้องถามความสมัครใจจากเจ้าตัวอีกครั้ง ซึ่งการลาออก จะไม่กระทบระบบปาร์ตี้ลิสต์อย่างแน่นอน เพราะ การที่จะกระทบ ระบบปาร์ตี้ลิสต์นั้นต้องได้ใบเหลืองหรือใบแดงจาก กกต. เพียงเท่านั้น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่