[เล่าสู่กันฟัง] วิธีแก้ผิวหน้าอักเสบ เป็นรอยไหม้ ด้วยยาและสกินแคร์ แบบฉบับคนผิวอ่อนแอ!

* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะ
กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ เราเขียนกระทู้นี้ขึ้นมาสืบเนื่องจากกระทู้เก่าของเรา ที่เคยมีอาการแพ้บนผิวหน้าจนเกิดรอยไหม้และใช้เจลล้างหน้าสูตรผิวบอบบางก็แสบหน้า

สำหรับกระทู้เก่า ขออภัยที่ภาพจขกท น่ากลัวไปบ้างนะคะ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

https://pantip.com/topic/38854248

ส่วนกระทู้นี้ ของทุกสิ่งทุกอย่างในกระทู้นี้เราไม่ได้ค่าโฆษณาจากใครทั้งสิ้น เพราะเราเข้าใจว่าคนแพ้จริงๆ มันต้องระวังตัวมากกว่าพวกบตบกหรืออินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายเพราะความเสี่ยงสูง ดังนั้นเชื่อเราเถอะ เราเป็นสายฮีลกับสายซัพ ไม่ใช่สายฮาร์ดเซลแน่นอนจ้า

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ หลังจากตั้งกระทู้ เราก็เดินไปร้านขายยาแถวบางใหญ่ (บ้านใกล้แถวนั้น แวะหลังเลิกงาน) ก็ได้ความมาว่าผิวเราอักเสบจนไหม้ เลยให้เรารักษาผิวควบคู่กับสร้างภูมิผิว จะเป็นยังไง ลองดูด้านล่างเลยค่ะ

(ขอยืมรูปจากในกูเกิลมา และขอไม่เอ่ยราคา เนื่องจากแต่ละที่จะตั้งราคาไม่เท่ากันนะคะ)

ตัวแรก คลอร์เฟนอกซามีน ซึ่งเป็นยาทาแก้แพ้ที่ไม่มีสารสเตียรอยด์ ช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการผิวบางหรือผิวติดสเตียรอยด์ได้ โดยทาเฉพาะที่อักเสบ บางๆ ก็พอ เช้า-เย็นจนกว่าจะหาย เราใช้ยี่ห้อซิสทราล ครีม ตามรูปเลยค่ะ

และบำรุงผิวด้วยดีเฟนซ่า ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองของผิว เราสามารถทาตัวนี้หลังจากที่ทาตัวบนแห้งสนิทแล้วได้เลยนะคะ หรือตรงไหนเริ่มแสบหรือแสดงอาการก็ทาได้ค่ะ เพราะตัวนี้จะช่วยบำรุงผิว ฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรงด้วย แต่ถ้าไม่มี สามารถใช้ครีมเบสเกลี่ยบำรุงให้ความชุ่มชื้นได้นะคะ หลอดละร้อยมั้ง ตามโรงพยาบาลก็มีค่ะ หรือจะใช้น้ำมันมะพร้าวทาก็ได้ แต่สำหรับเรามันเหนอะไปหน่อยอ่ะค่ะ แหะๆ

สุดท้ายที่ได้มาคือยากิน ชื่อตัวยาว่า เลโวซิทิริซีน (จำได้แค่นี้) เราซื้อยี่ห้อซีซาลมา เพราะส่วนตัวเป็นคนที่กินซิทิริซีนเฉยๆ แล้วง่วง! เม๋ดเดียวง่วงครึ่งวันเลย ตัวนี้เป็นยาแก้แพ้แก้คันที่พัฒนามาจากซิทิริซีนเพื่อไม่ให้ง่วงนั่นแหละค่ะ


เรากินยาตัวสุดท้ายเฉพาะหนึ่งสัปดาห์แรกจนหายคัน แล้วก็ทาแต่ยาทั้งสองตัวเกือบทุกวัน (ยอมรับว่าแอบเว้นวันหนึ่งเพราะกลัวว่าทาทุกวันจะไม่ดี เง้อ...) 

ส่วนเจลล้างหน้า ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญของที่มาในกระทู้นี้ แน่นอนค่ะ จะไม่ให้พูดถึงเลยได้ยังไงเนอะ


เราใช้ตัวนั้นที่ว่าแสบไปจนหมดหลอด ก็ประมาณ 10 วันนับจากที่เริ่มทายาทั้งหมดที่ว่ามาข้างต้น และเปลี่ยนไปใช้เซตาฟิลตามคำแนะนำจากในกระทู้และของเภสัชกรที่ร้านขายยา อาการแสบก็หายไปทันที (หรือถ้าจะลองยี่ห้อเซราวีหรือแอคเน่-เอดก็ได้เหมือนกันนะคะ ตอนนั้นเภสัชที่ร้านแนะนำเซตาฟีลเราเลยนำมาใช้ค่ะ)

เมื่อเราใช้ทั้งหมดควบไปตลอดวันจนถึงวันนี้ สุดท้ายผลลัพธ์ก็สำแดงเดชออกมา...

(รูปแนบมานี่ปีศาจของแท้ ขอไม่สปอยล์บังเพื่อให้เห็นผลลัพธ์จะจะ เอาเป็นว่าดูเรื่องรอยดำที่รอบปากเราพอเนอะ)

รอยดำจากการอักเสบจางลงไปเยอะมาก ผิวไม่แสบร้อนเวลาโดนแดดเหมือนแต่ก่อน (แต่ถ้าแรงก็แสบบ้าง) จากที่ไม่เคยดูแลตัวเองก็กลายเป็นคนประโคมครีมบำรุงต่างๆ ทุกวันทั้งเช้าและมืด (จริงๆ เย็นไม่ทันหรอก ถึงบ้านก็มืดแล้วค่า ฮาาาา)  เพราะเราอยากหายกลับมาเป็นปกติมากกว่า เอาผิวแข็งแรงสุขภาพดีก่อน แล้วเดี๋ยวอยากสวยก็ค่อยว่ากันอีกทีเนอะ

หวังว่าการรีวิวหรือมาขอคำแนะนำนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่เจอปัญหาเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันนะคะ ขอบคุณทุกคำแนะนำ และขอเอาใจช่วยให้คนที่กำลังประสบปัญหาหายดีกันทุกคนนะคะ สวัสดีค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่