ผมมีเรื่องความรักที่เหมือนกับละคร (ไม่ดราม่า)

     เรื่องนี้เป็นเรื่องเมื่อสามปีที่เเล้วครับ ช่วงนั้นผมเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 อยู่ในมหาวิทยาลัยเเห่งหนึ่ง ชีวิตของผมก็ธรรมดาครับ ไม่ดีเเล้วก็ไม่เเย่จนเกินไป  หน้าตาก็ธรรมดา หากไม่สังเกตก็คงจะไม่รู้ว่าผมมีตัวตน

 **เกริ่นนำ

    เย็นวันหนึ่งหลังเรียนเสร็จ ระหว่างกลับหอ ผมก็เดินไปเจอกับคนกลุ่มหนึ่งที่มาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับค่ายรักษ์ป่า หาคนเข้าร่วมค่าย ซึ่งจะได้ไปค้างเเรมที่ดอยอินทนนเป็นระยะเวลากว่า 8 วัน ฮะ!! ดอยอินทนน 8 วันเลยเหรอ!! เมื่อผมได้ยินมันก็สะกิดความอยากเเละสนใจในตัวผมขึ้นมา ด้วยความที่อยากเดินป่า ตามรอยของชายผู้หนึ่งที่เรียกสัตว์สวยๆว่า "เเม่สาวน้อย" บวกกับที่ตัวเองไม่เคยไปดอยอินทนนมาก่อน จึงไม่ลังเลที่จะตรงดิ่งเข้าไปสอบถามรายละเอียด

      หลังจากที่ผมนั้นได้ฟังข้อมูลคร่าวๆก็ได้ใจความว่า จะคัดเลือกคนไปค่ายจากมหาวิทยาลัยของเราเพียงเเค่ 10 คนเท่านั้น เเม่เจ้า!! 10 คนเองเหรอ เเต่ผมกังหวังลึกๆว่าหวยจะออกที่ผม ก็เลยลงชื่อเป็นผู้สมัครไป เเล้วกลับหอไปนอนฝันถึงดอยอินทนน

      ไม่กี่วันต่อมา ผมก็ได้รับการติดต่อจากตัวเเทนค่ายของมหาวิทยาลัยผม ให้ไปสัมภาษณ์กับตัวเเทนเพื่อคัดเลือกคนที่จะได้เข้าร่วมค่ายครั้งนี้ คุยเสร็จผมก็เตรียมข้อมูลคร่าว เเละรีบไปสัมภาษณ์ในวันต่อมา จนในที่สุด หลังการสัมภาษณ์ที่ผ่านไปราว 2 ชม.ก็ครบทุกคน ผมตีคร่าวๆว่าประมาณ 40 คนที่สนใจเห็นจะได้ ผมเริ่มวิตกว่าจะได้ไปหรือเปล่า ขอให้โชคเข้าข้างผมเถอะนะ 

      หลักจากนั้นหนึ่งวัน ผมก็ได้รับการติดต่ออีกครั้งจากตัวเเทนค่ายว่าผมนั้นสัมภาษณ์ผ่านเเละได้เป็น 1 ใน 10 คนที่ได้เข้าร่วมค่ายครั้งนี้ เเละให้ผทเตรียมของตามที่เเจ้ง เพื่อใช้ในการเดินป่า เเละป้องกันอันตรายต่างๆในป่า เฮ้ออ สุดท้ายเเล้วหวยก็ออกที่ผมจนได้ เเฮ่ะๆๆ

       วันเดินทางมาถึง ผมได้มาถึงที่นัดหมายในช่วงบ่าย ภายในมหาวิทยาลัย เพราะพวกผมนั้นต้องเดินทางไปที่กรุงเทพ เพื่อขึ้นรถไฟตู้นอนไปที่เชียงใหม่ ผมมาถึงจุดนัดหมายเป็นคนเเรกๆ มีคนมาก่อนหน้าผมสองคน เป็นผู้ชายทั้งคู่ ระหว่างที่นั่งๆยืนๆรอท่ามกลางอากาศร้อนๆของเดือนเมษาในชุดเดินป่าราวครึ่งชั่วโมง ทุกคนก็มาครบ

     ทั้งสิบคนมีผู้ชาย 8 คนเเละผู้หญิงอีก 2 คน ซึ่งไม่มีใครรู้จักกันเป็นพิเศษ เมื่อมาครบก็ไม่รีรอ ที่จะออกเดินทางไปหัวลำโพงซักที

        เเละเเล้วก็ถึงหัวลำโพง!! รถของมหาลัยทิ้งพวกผมไว้ด้านหน้าของสถานีปล่อยให้พวกผมต้องเดินเข้าไปเอง ท่ามกลางเเสงเเดดเมืองกรุงยามบ่ายในชุดที่พร้อมเดินป่า ฝ่าฟันเข้าสู่ด้านในสถานี เพื่อหาจุดรวมพล!!

        ไม่นานก็เจอจุดรวมพล คนเข้าร่วมค่ายครั้งนี้ราวๆ 60 คนคาดจากสายตา เมื่อทุกคนพร้อมหน้ากันก็มีการเเนะนำตัว พูดคุยกันเล็กน้อย เเจกป้ายชื่อ รู้จักกันคร่าวๆ เเละเดินทางสู่ดอยอินทนน ดอยที่ว่ากันว่าสูงที่สุดในไทย

        ช่วงเวลายามค่ำคืนผ่านไปในขณะที่รถไฟกำลังมุ่งสู่เชียงใหม่ ทุกอย่างค่อนข้างเงียบ เพราะไม่มีใครรู้จักใคร เเละนั่งกันเเค่ 2 คนต่อล็อค จนในสุดท้ายค่ำคืนที่เงียบสงัดก็ผ่านไป เเทนที่ด้วยเเสงตะวันยามเช้า สุดท้ายก็ถึงสักทีเชียงใหม่ ไม่มีเวลาพูดโอ้เอ้มากนัก เพราะทุกคนต้องรีบขึ้นไปบนรถทหารเพื่อขึ้นสู่ดอยอินทนน ตามตารางเวลา

  **จุดเริ่มต้นของเรื่องราว

      ระหว่างเส้นทางสู่ดอยอินทนน รถทหารน้นคล้ายกับรถสองเเถวเพียงเเต่ใหญ่กว่าเเละยาวกว่า หันหน้าชนกัน เเละด้วยเหตุนี้ ทำให้ผมได้พบกับสาวสวยคนหนึ่ง เธอนั่งอยู่ตรงข้ามผมพอดี ซึ่งเท่าที่สังเกตไม่ใช่ผมคนเดียวบนรถที่มองเธอ สายตาหลายคู่เหม่อมองเธอผ่านๆให้ยากที่จะจับสังเกตได้ เเละสิ่งที่สะกิดใจของผมก็คือ ทำไมมีคนหน้าเหมือนเหมือนเธอนั่งอยู่ถัดไปจากเธอสามที่นั่ง จนผมได้เข้าใจว่าเธอคือฝาเเฝดกัน เเต่จนเเล้วจนรอด ผมชอบคนด้านหน้าผมมากกว่า เพราะเธอคือคนเเรกที่ผมเจอ เเละใจผมให้เธอไปเเล้ว

     อากาศเริ่มหนาวเมื่อเริ่มสูง เเละใกล้ถึงจุดหมาย ผมตั้งใจว่าจะขอไลน์หรือไอจี เพื่อจะใช้จีบเธอระหว่างค่าย เเละระหว่างที่ผมกำลังคิด รถก็มาถึงค่ายจนได้ ทุกคนลงจากรถ เเละเดินเเถวคู่เข้าห้องใหญ่ เพื่อรับเเจกเสื้อกันหนาวสีน้ำตาลสำหรับค่าย เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผมกำลังที่จะเข้าไปคุยกับเธอเพื่อขอช่องทางติดต่อ เเต่เเล้วเสียงหนี่งก็ดังขึ้น เชิงว่าให้ทุกคนมารวมกันเพื่อรับประทานอาหารเช้า    จริงสิ!! ยังไม่ได้กินข้าวเลย จะสิบโมงเเล้ว งั้นเดี๋ยวหลังกินข้าวค่อยไปขอก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน เรายังมีเวลาอีกเยอะ

     ระหว่างกินข้าวไปนั้น ก็มีคำพูดหนึ่งที่ทำให้ผมเเทบล้มทั้งยืนจากผู้ดูเเลค่าย ว่าจะเก็บอุปกรณ์สื่อสารเเละของมีค่าทุกอย่าฝเพื่อป้องกันการสูญหาย เพราะหาดหายในป่าขึ้นมา มันก็คงไม่ต่างกับการงมเข็มในมหาสมุทรสักเท่าไหร่ 

 สุดท้ายเเผนขอไลน์ผมก็พัง เเต่ก็ไม่เป็นไร!! ยังงี้ก็ดี ยังงั้นก็เข้าไปจีบเธอตรงๆเลยเเล้วกัร ไม่ต้องอ้อมค้อม 8 วันนี้ฉันจะต้องพิชิตใจเธอให้ได้ คอยดู!!

จบตอนที่ 1 เดี๋ยวจะมาเขียนต่อให้นะครับ
*ย้ำเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเเละมีเสริมเข้าไปบ้างเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน

     

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่