คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ความคิดที่จะหาทางเอง ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ถูกต้องแล้วค่ะ
แต่อย่าเป็นการสงสารตัวเองนะคะ
ตัวพี่เองก็ไม่มีคนส่งเรียนตั้งแต่พี่ขึ้น ม.ต้นแล้วค่ะ อยู่บ้านคนเดียวตั้งแต่ ม.ต้น ละ
พี่หาเงินโดยการรับจ้างล้างจานตามร้านอาหารค่ะ
รับจ้างซักรีดเสื้อผ้า
แล้วก็ทำขนมไปขานที่สหกรณ์โรงเรียนค่ะ
ทำพวกทอฟฟี่กะทิ กวนห่อแบบทอฟฟี่ไปขายโรงเรียน
พี่ไปคุยกับอาจารย์แนะแนว และอาจารย์ที่ดูแลเรื่องทุน เวลามีทุนอะไรเข้ามาที่โรงเรียน พี่จะเป็นคนแรกๆที่ได้ทุกๆทุน
พี่เขียนกลอน แต่งเรื่องสั้นส่งพวกหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะมหาสนุก
ใครมีประกวดทุนอะไรที่ใหน พี่ขุนตัวเองให้มีสกิลด้านนั้นจนไปแข่งขันชนะ ได้เงินมาค่ะ
พี่ไปติดต่อร้านอินเตอร์เน็ต รับพิมพ์งาน รับทำงานงาน รับแปลงาน
เพราะพี่เก่งภาษาค่ะ
พอมหาลัย พี่ก็สอบโควต้าเรียนค่ะ เข้ามหาลัย ก็ทำแบบเดิม หางานแบบเดิมทำ รับจ้างสอนหนังสือ รับจ้างดูแลคนป่วยช่วงปิดเทอม
รับจ้างทำงานบ้านให้อาจารย์
รับจ้างแปลงานภาษาอังกฤษให้พวกพี่ปริญญาโท
คุยกับอาจารย์แนะแนว อาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องสถานการณ์ของเราเอง และขอทุนกับอาจารย์
ทุนอะไรเข้ามา พี่สมัครหมด เขียนเรียงความประกวด อะไรๆที่อาจารย์แนะแนวกับที่ปรึกษาแนะนำมาพี่ทำหมด มันจะมีได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะมีเพื่อนๆคนอื่นๆที่ลำบากเหมือนกัน
อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับใคร ให้มองแต่ตัวเอง พัฒนาตัวเอง ให้ดีขึ้นกว่าตัวเราเองเมื่อวานเท่านั้น
จะคิดจะตัดสินใจอะไร ให้เอา passion เป็นตัวหลัก อย่ามองว่าอยากทำอาขีพนี้เพราะได้เงินเยอะ
ให้หาว่าอยากทำอาชีพนี้ เพราะเราอยากแก้ปัญหาตรงนี้ อยากทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้นเพื่อตัวเองและสังคมส่วนใหญ่
พี่ใช้เงิน 0-3 บาทต่อวันสมัยอยู่ ม.ต้น (เดินไปโรงเรียนเอง) ม.ปลายพี่ปั่นจักรยาน ทำกับข้าวไปกินเอง ไม่สนใจใครจะวิจารณ์หรือจะว่าอะไร พี่สะดวกแบบนั้น ถือซะว่าเขาไม่ใช่เรา เขาไม่เข้าใจหรอก ซึ่งก็โอเค ปกติธรรมดา ไม่ต้องไปน้อยใจก่นด่าใครในใจ เสียเวลา เปลืองพลังงาน และเสียอารมณ์ของเราเอง
ใช้ขีวิตแบบ happy go lucky
อย่าเสียเวลากังวล คิดเศร้าหมองไปมากมาย แต่ถ้ามันเศร้ามันเสียใจ ก็โอเคค่ะ ช่างมัน ร้องให้ซะแล้วเช็ดน้ำตา เงยหน้าขึ้น มองหาลู่ทางดีๆดีกว่า
ดูแลคุณตาคุณยาย ยิ้มและให้ความรักกับเค้า เพราะใจน้องจะต้องการความอบอุ่นและความรักมาเติมเต็มเวลาเหนื่อย คุณตาคุณยายก็เช่นกัน
พลังใจสำคัญมากค่ะ a small act of kindness แม้แต่จากครูบาอาจารย์ก็ช่วยเติมเต็มให้ใจเราไม่ว่างเปล่า มีที่ยึดเหนี่ยว พี่ก็ได้รับความรักความเมตตาคำแนะนำสั่งสอนจากอาจารย์ทุกๆคนจนพี่ก้าวผ่านทุกๆจุดมาได้
พยายามมองให้เข้าใจและให้อภัยพ่อกับแม่ ถึงแม้มันจะยาก แต่วันนึงเมื่อน้องโตขึ้นมาแล้วน้องจะเข้าใจมากขึ้นนะคะ
Everyone fighting their own battle พ่อกับแม่เราก็เช่นกันค่ะ
ให้น้องรู้เอาไว้ว่าทุกๆสิ่งๆทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่จำเป็นที่มันต้องเป็นไปเพื่อให้น้องได้เรียนรู้ทุกๆอย่าง เพื่อส่งน้องไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดของตัวน้องเอง
วันนึงที่น้องโตขึ้นแล้วย้อนมองดลับมา น้องจะเข้าใจทุกๆสิ่ง ว่า everything does really happen for reason ค่ะ
พี่จากเด็ก 3 บาทวันนั้น สู่ Vice President ของบริษัทในวันนี้ค่ะ
หลังไมค์มาหาพี่นะคะ พี่ยินดีให้คำแนะนำทุกๆอย่างค่ะ
ปกติพี่ให้ทุนเด็กๆมหาลัยด้วยนะคะ
แต่อย่าเป็นการสงสารตัวเองนะคะ
ตัวพี่เองก็ไม่มีคนส่งเรียนตั้งแต่พี่ขึ้น ม.ต้นแล้วค่ะ อยู่บ้านคนเดียวตั้งแต่ ม.ต้น ละ
พี่หาเงินโดยการรับจ้างล้างจานตามร้านอาหารค่ะ
รับจ้างซักรีดเสื้อผ้า
แล้วก็ทำขนมไปขานที่สหกรณ์โรงเรียนค่ะ
ทำพวกทอฟฟี่กะทิ กวนห่อแบบทอฟฟี่ไปขายโรงเรียน
พี่ไปคุยกับอาจารย์แนะแนว และอาจารย์ที่ดูแลเรื่องทุน เวลามีทุนอะไรเข้ามาที่โรงเรียน พี่จะเป็นคนแรกๆที่ได้ทุกๆทุน
พี่เขียนกลอน แต่งเรื่องสั้นส่งพวกหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะมหาสนุก
ใครมีประกวดทุนอะไรที่ใหน พี่ขุนตัวเองให้มีสกิลด้านนั้นจนไปแข่งขันชนะ ได้เงินมาค่ะ
พี่ไปติดต่อร้านอินเตอร์เน็ต รับพิมพ์งาน รับทำงานงาน รับแปลงาน
เพราะพี่เก่งภาษาค่ะ
พอมหาลัย พี่ก็สอบโควต้าเรียนค่ะ เข้ามหาลัย ก็ทำแบบเดิม หางานแบบเดิมทำ รับจ้างสอนหนังสือ รับจ้างดูแลคนป่วยช่วงปิดเทอม
รับจ้างทำงานบ้านให้อาจารย์
รับจ้างแปลงานภาษาอังกฤษให้พวกพี่ปริญญาโท
คุยกับอาจารย์แนะแนว อาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องสถานการณ์ของเราเอง และขอทุนกับอาจารย์
ทุนอะไรเข้ามา พี่สมัครหมด เขียนเรียงความประกวด อะไรๆที่อาจารย์แนะแนวกับที่ปรึกษาแนะนำมาพี่ทำหมด มันจะมีได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะมีเพื่อนๆคนอื่นๆที่ลำบากเหมือนกัน
อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับใคร ให้มองแต่ตัวเอง พัฒนาตัวเอง ให้ดีขึ้นกว่าตัวเราเองเมื่อวานเท่านั้น
จะคิดจะตัดสินใจอะไร ให้เอา passion เป็นตัวหลัก อย่ามองว่าอยากทำอาขีพนี้เพราะได้เงินเยอะ
ให้หาว่าอยากทำอาชีพนี้ เพราะเราอยากแก้ปัญหาตรงนี้ อยากทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้นเพื่อตัวเองและสังคมส่วนใหญ่
พี่ใช้เงิน 0-3 บาทต่อวันสมัยอยู่ ม.ต้น (เดินไปโรงเรียนเอง) ม.ปลายพี่ปั่นจักรยาน ทำกับข้าวไปกินเอง ไม่สนใจใครจะวิจารณ์หรือจะว่าอะไร พี่สะดวกแบบนั้น ถือซะว่าเขาไม่ใช่เรา เขาไม่เข้าใจหรอก ซึ่งก็โอเค ปกติธรรมดา ไม่ต้องไปน้อยใจก่นด่าใครในใจ เสียเวลา เปลืองพลังงาน และเสียอารมณ์ของเราเอง
ใช้ขีวิตแบบ happy go lucky
อย่าเสียเวลากังวล คิดเศร้าหมองไปมากมาย แต่ถ้ามันเศร้ามันเสียใจ ก็โอเคค่ะ ช่างมัน ร้องให้ซะแล้วเช็ดน้ำตา เงยหน้าขึ้น มองหาลู่ทางดีๆดีกว่า
ดูแลคุณตาคุณยาย ยิ้มและให้ความรักกับเค้า เพราะใจน้องจะต้องการความอบอุ่นและความรักมาเติมเต็มเวลาเหนื่อย คุณตาคุณยายก็เช่นกัน
พลังใจสำคัญมากค่ะ a small act of kindness แม้แต่จากครูบาอาจารย์ก็ช่วยเติมเต็มให้ใจเราไม่ว่างเปล่า มีที่ยึดเหนี่ยว พี่ก็ได้รับความรักความเมตตาคำแนะนำสั่งสอนจากอาจารย์ทุกๆคนจนพี่ก้าวผ่านทุกๆจุดมาได้
พยายามมองให้เข้าใจและให้อภัยพ่อกับแม่ ถึงแม้มันจะยาก แต่วันนึงเมื่อน้องโตขึ้นมาแล้วน้องจะเข้าใจมากขึ้นนะคะ
Everyone fighting their own battle พ่อกับแม่เราก็เช่นกันค่ะ
ให้น้องรู้เอาไว้ว่าทุกๆสิ่งๆทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่จำเป็นที่มันต้องเป็นไปเพื่อให้น้องได้เรียนรู้ทุกๆอย่าง เพื่อส่งน้องไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดของตัวน้องเอง
วันนึงที่น้องโตขึ้นแล้วย้อนมองดลับมา น้องจะเข้าใจทุกๆสิ่ง ว่า everything does really happen for reason ค่ะ
พี่จากเด็ก 3 บาทวันนั้น สู่ Vice President ของบริษัทในวันนี้ค่ะ
หลังไมค์มาหาพี่นะคะ พี่ยินดีให้คำแนะนำทุกๆอย่างค่ะ
ปกติพี่ให้ทุนเด็กๆมหาลัยด้วยนะคะ
แสดงความคิดเห็น
ขอคำแนะนำ/ปัญหาชีวิตหน่อยค่ะ (เด็กตัวคนเดียว)
อันดับแรกตอนนี้เราอยู่ม.5 กำลังเทอม2 ก็คือทางบ้านเรามีปัญหา พ่อแม่แยกทางกัน อาศัยอยู่กับตายายค่ะ ปัญหาของเราก็คือเรื่องเงินและสภาพจิตใจของเรา... สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามันดูยากและมีอุปสรรคไปหมด วันๆนึงเราได้เงินค่าขนม 25-30฿ พ่อแม่ไม่ได้ส่งมาเลยนะคะ ยายเราทำงานขายผักคนเดียว แม้กระทั่งเงินทำงานส่งครูเรายังไม่มีเลยค่ะ T^T
เราคิดว่า...
v
v
v
ถ้าเราออกมาไปหางานทำ ที่เล็งๆไว้คือ mk แต่ที่กทม.เราไม่มีใครเลยนอกจากพ่อซึ่งเราตัดการติดต่อกันไปแล้ว และไม่ลงรอยกันเท่าไหร่ เราวางแผนเอาไว้ว่า (เผื่อฟลุ๊คญาติๆให้งบไปหาห้องพักอยู่ ณ จุดของเราพึ่งใครไม่ได้เลยนะคะ) จะเก็บเงินไปสอบ ged ซึ่งเราหาข้อมูลมาสักพักแล้ว มันเป็นการสอบเทียบม.6 แล้วต้องเข้ามหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติซึ่งเรารักและถนัดภาษาเลยพอไปวัดไปวาได้ เราคิดเอาไว้หมดแล้ว ว่าอยากเป็นแอร์หรืออาชีพที่เกี่ยวกับภาษาค่ะ อาจจะดูเกินตัวไปนะคะเรื่องเรียน ถ้าตั้งใจไว้แล้วยังไงมันต้องทำให้ได้ค่ะ
ขอพิมพ์แบบย่อๆนะคะ อาจจะงงๆหน่อย
พี่ๆพันทิปมีความเห็นหรือคำแนะนำยังไงช่วยบอกเราได้นะคะ
***โปรดคอมเมนท์อย่างสุภาพ