มีประเด็นที่ว่า มีนักจิตวิทยาคนนึงชื่อ พีอาเจต์ เขาให้ ทฤษฎี conservation หรือ ความไม่สามารถอนุรักษ์ความแปรเปลี่ยนได้ โดยเขาได้ทำการทดลอง.โดยเทน้ำใส่แก้ว AและB ซึ่งมีขนาดแก้วเท่ากันและมีปริมาตรน้ำเท่ากัน โอเคร ทั้งสองแก้วเท่ากัน ทีนี้เค้านำ แก้วBเทใส่แก้วใหม่ ซึ่งขนาดต่างจากเดิมคือผอมกว่าแก้วเดิมและสูงกว่า แต่ปริมาตรน้ำยังคงเดิม แล้วถามเด็กว่า แก้วไหนเยอะกว่า เด็กก็เลยตอบว่า แก้วB. ดังนั้นหลายคนจึงคิดว่ามันไม่ถูก เพราะ ถึงจะเปลี่ยนขนาดของแก้ว แต่ปริมาตรยังคงเดิมหนิ ดังนั้นแก้วทั้งสองจึงมีปริมาตรเท่ากัน แต่ทำไมผมกลับคิดว่า แก้วAมีปริมาตรมากกว่า เพราะแก้วAไม่ได้เคลื่อนย้าบปริมาตรน้ำไปไหน แต่กลับเป็นแก้วBที่เทจากแก้วหนึ่งสู่แก้วหนึ่ง การเทของเหลวไปสู่อีกที่ แน่นอนว่า ปริมาตรของเหลวจะไม่คงเดิม เนื่องจากอาจมีปัจจัย Evaporation หรือการระเหยร่วมด้วย (แน่นอนว่าทั้งสองแก้วก็สามารถเกิดได้เหมือนกัน) และยังมีปัจจัยทางการย้ายของเหลว ความชื้นที่เหลืออยู่ของแก้วเดิม ไอน้ำ หรือ หยดน้ำที่ค้างอยู่ในแก้วเดิม ต้องมีอยู่แล้ว คิดง่ายๆคือ ถ้าเราเทน้ำใส่แก้วใหม่ไปเรื่อยๆจนถึงแก้วที่10แน่นอนว่า น้ำคงไม่เหลือเท่าเดิม ดังนั้นหากเราตั้งว่าทั้งสองแก้วมีขนาดเท่ากัน แล้วทำการทดลองดังกล่าว ผมว่าน่าจะเป็นแก้วAที่มีปริมาตรเยอะกว่าแก้วB
ทฤษฎีจิตวิทยา ของนักวิทยาศาสตร์ที่อาจจะไม่ถูกต่อง