“ผมเคยไปเที่ยว ที่บ้านพ่อ”
เรื่องนี้ผมเคยเขียนลงไว้ในเฟต ในวันที่เศร้าที่สุด และอยากให้ทุกคนได้อ่านในวันนี้....
เมื่อตอนมัธยมต้นผมเคยเรียนดี แต่แค่วิชาเดียวนะ วิทยาศาสตร์ ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นคะแนนท๊อปได้ยังไง รู้แต่ว่ามันส่งผลให้ผมเป็นตัวแทนของห้องได้ไปทัศนศึกษา เช้าวันนั้นยังไม่ได้เข้าเรียนก็โดนเรียกไปเข้าแถว ทุกคนลิงโลดกันใหญ่ ในใจผมได้แต่กังวลไม่รู้เรื่องอะไรเลย ใคร อะไร เค้าเกี่ยวรัยด้วย? แต่ก็เดินเรียงแถวขึ้นรถบัสไปแบบงงๆ บนรถ มิส(เราเรียกคุณครูผู้หญิงแบบนั้น) พยายามบอกอะไรสักอย่างแข่งกับเสียงแรปเปอร์มอต้นทั้งหลาย จับใจความได้ว่าเราจะไปชมวังกัน.... พระราชวัง?
รถบัสของโรงเรียนข้ามทางรถไฟเลี้ยวเข้าถนนข้างวังจิตรลดา ทหารเลื่อนแผงกั้นที่สะพานรถค่อยๆผ่านป้อมประตูไป ที่นี่เหมือนอากาศเย็นกว่าด้านนอกต้นไม้ใหญ่ครึ้มสลับกับสนามหญ้าเขียวสด อีกาบินตามรถบัส ม้าตัวเล็กเดินอยู่ข้างทาง นกยางที่ริมบ่อ และดูเหมือนจะมีนกยูงด้วยที่สนามหญ้า ด้านหน้าเหมือนมีโรงงานเล็กๆตั้งอยู่ ข้างๆกันนั้นมีคอกวัว และถังน้ำขนาดใหญ่ รถบัสจอดสนิทนักเรียนทยอยเดินลงจากรถ เสียงมิสเหมือนจะสั่งให้เข้าแถว แต่ไม่เป็นผล เด็กจากหลายห้องไม่คุ้นเคยกันไม่รู้ใครจะอยู่หน้าอยู่หลัง ออกันมั่วเป็นกลุ่มๆที่ลานหน้าโรงงานสีขาวนั้น...
ไหนละวังจิตรลดา? ในใจผมยังคาดหวังเหมือนเด็กคนอื่นๆ ปราสาททรงสูงยอดแหลมๆ พรมสีแดง ประตูสีทอง บลาๆๆแบบที่เด็กจะคิดได้ แต่ที่เห็นคือทุ่งนาเล็กๆ บ่อเลี้ยงปลา คอกม้า คอกวัว แปลงผักแปลกๆ ห้องปลูกเห็ด เราเดินตามวิทยากรที่คอยบรรยายไปทีละโซน โรงงานแรกที่เห็นคือโรงสีตัวอย่างนั่นเอง ที่นี่ไม่มีขยะ ทุกอย่างถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด หลังจากการสีข้าวแม้แต่แกลบยังถูกนำมาเผาอัดเป็นแท่ง ทำเป็นถ่านแกลบ(ซื้อกลับบ้านด้วย อเมซิ่งจนลืมไปว่าซื้อมาทำไม?) เราเดินจนถึงคอกวัวนม ดูการนำนมมาผลิตนมผง (นี่แหละโรงงานที่มโนตอนแรกที่แท้คือโรงผลิตนมผง) และไฮไลท์ก็มาถึง... ตะกรันนมผงที่อยู่ในกระบวนการได้ถูกนำมาอัดเป็นเม็ด นมอัดเเม็ดจิตรลดา อร่อยกันไป ฟินกันไปทุกคน...
แต่พีคสุดๆสำหรับผมคือส่วนที่เป็นพื้นที่เลี้ยงปลาของพ่อ ตู้ปลาขนาดใหญ่ (จริงๆถ้าเป็นสมัยนี้ ก็ไม่ใหญ่แต่ตอนนั้นตู้ขอบโลหะทั่วๆไปกว้าง 20” แต่ของในหลวงท่านน่าจะใหญ่กว่ามาก) อึ้งไปซิครับ ปลาในตู้สวยงามเหลือเกินตัวใหญ่กว่าฝ่ามือมากๆ ครีบและชายน้ำมีลายสีฟรุ้งฟริ้งเกินจะบรรยาย มันดูสวยกว่าปลาออสก้าที่ผมรู้จัก คล้ายปลาหมอแต่สวยกว่ามาก ใช่ครับนี่คือปลานิล ปลานิลเกิดที่นี่ เลี้ยงง่ายโตไว ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว จะต้องโฆษณาอะไรอีกนี่มันแรร์ไอเทมชัดๆ จากปลาสวยงามที่สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะถวายให้ พ่อได้ชุบเลี้ยงจาก 50 ตัวนั้น จนเพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย เป้าหมายคือแจกจ่ายสู่ประชาชน ทุกวันนี้มีปลานิลเป็นอาหารให้กินกันทั้งประเทศ โปรตีนจากปลาสวยงามของพ่อ T.T วันนั้นผมไม่อยากกลับเลย อยากจะอยู่ตรงนั้น.... นั่งดูปลา...
เพื่อนๆหลายคนอาจจะผิดหวัง แต่ผมตื่นเต้นและมีความสุขมาก แรปเปอร์ทั้งหลายก็พากันเงียบหลับ รถบัสโยกสลับขับกล่อม พานักท่องเที่ยวตัวน้อยกลับโรงเรียน และที่นั่งเบาะหลังตรงกลาง เด็กชายผมเกรียนหูกางนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ใครจะคิดไหมว่า... วังของพระราชาจะมีอะไรแบบนี้ วังที่ไม่เหมือนในนิทาน ไม่เหมือนที่ไหนในโลก “วังจิตรลดา”
ทุกวันนี้เวลาซื้อปลาย่างเกลือมากิน ทุกคนอาจจะเห็นปลาตัวโตเนื้อขาวอร่อย แต่ผมยังเห็นเป็นปลาสวยงามครีบแวววับในตู้ที่บ้านพ่อ ลูกสาวผมโตมาด้วยปลานิล คนไทยอีกหลายคนก็เช่นกัน วันนี้ใครจะร้องไห้เหมือนผมก็ได้นะ แต่อย่าลืมพอเช็ดน้ำตาแล้ว เราคือลูก... เราจะทำตามพ่อ... ทำเพื่อประชาชนของพ่อ... ทำเพื่อคนไทยทั้งชาติ... กินปลาให้ฉลาดแล้วเลิกเอาเปรียบกัน...
“ผมเคยไปเที่ยว ที่บ้านพ่อ”
เรื่องนี้ผมเคยเขียนลงไว้ในเฟต ในวันที่เศร้าที่สุด และอยากให้ทุกคนได้อ่านในวันนี้....
เมื่อตอนมัธยมต้นผมเคยเรียนดี แต่แค่วิชาเดียวนะ วิทยาศาสตร์ ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นคะแนนท๊อปได้ยังไง รู้แต่ว่ามันส่งผลให้ผมเป็นตัวแทนของห้องได้ไปทัศนศึกษา เช้าวันนั้นยังไม่ได้เข้าเรียนก็โดนเรียกไปเข้าแถว ทุกคนลิงโลดกันใหญ่ ในใจผมได้แต่กังวลไม่รู้เรื่องอะไรเลย ใคร อะไร เค้าเกี่ยวรัยด้วย? แต่ก็เดินเรียงแถวขึ้นรถบัสไปแบบงงๆ บนรถ มิส(เราเรียกคุณครูผู้หญิงแบบนั้น) พยายามบอกอะไรสักอย่างแข่งกับเสียงแรปเปอร์มอต้นทั้งหลาย จับใจความได้ว่าเราจะไปชมวังกัน.... พระราชวัง?
รถบัสของโรงเรียนข้ามทางรถไฟเลี้ยวเข้าถนนข้างวังจิตรลดา ทหารเลื่อนแผงกั้นที่สะพานรถค่อยๆผ่านป้อมประตูไป ที่นี่เหมือนอากาศเย็นกว่าด้านนอกต้นไม้ใหญ่ครึ้มสลับกับสนามหญ้าเขียวสด อีกาบินตามรถบัส ม้าตัวเล็กเดินอยู่ข้างทาง นกยางที่ริมบ่อ และดูเหมือนจะมีนกยูงด้วยที่สนามหญ้า ด้านหน้าเหมือนมีโรงงานเล็กๆตั้งอยู่ ข้างๆกันนั้นมีคอกวัว และถังน้ำขนาดใหญ่ รถบัสจอดสนิทนักเรียนทยอยเดินลงจากรถ เสียงมิสเหมือนจะสั่งให้เข้าแถว แต่ไม่เป็นผล เด็กจากหลายห้องไม่คุ้นเคยกันไม่รู้ใครจะอยู่หน้าอยู่หลัง ออกันมั่วเป็นกลุ่มๆที่ลานหน้าโรงงานสีขาวนั้น...
ไหนละวังจิตรลดา? ในใจผมยังคาดหวังเหมือนเด็กคนอื่นๆ ปราสาททรงสูงยอดแหลมๆ พรมสีแดง ประตูสีทอง บลาๆๆแบบที่เด็กจะคิดได้ แต่ที่เห็นคือทุ่งนาเล็กๆ บ่อเลี้ยงปลา คอกม้า คอกวัว แปลงผักแปลกๆ ห้องปลูกเห็ด เราเดินตามวิทยากรที่คอยบรรยายไปทีละโซน โรงงานแรกที่เห็นคือโรงสีตัวอย่างนั่นเอง ที่นี่ไม่มีขยะ ทุกอย่างถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด หลังจากการสีข้าวแม้แต่แกลบยังถูกนำมาเผาอัดเป็นแท่ง ทำเป็นถ่านแกลบ(ซื้อกลับบ้านด้วย อเมซิ่งจนลืมไปว่าซื้อมาทำไม?) เราเดินจนถึงคอกวัวนม ดูการนำนมมาผลิตนมผง (นี่แหละโรงงานที่มโนตอนแรกที่แท้คือโรงผลิตนมผง) และไฮไลท์ก็มาถึง... ตะกรันนมผงที่อยู่ในกระบวนการได้ถูกนำมาอัดเป็นเม็ด นมอัดเเม็ดจิตรลดา อร่อยกันไป ฟินกันไปทุกคน...
แต่พีคสุดๆสำหรับผมคือส่วนที่เป็นพื้นที่เลี้ยงปลาของพ่อ ตู้ปลาขนาดใหญ่ (จริงๆถ้าเป็นสมัยนี้ ก็ไม่ใหญ่แต่ตอนนั้นตู้ขอบโลหะทั่วๆไปกว้าง 20” แต่ของในหลวงท่านน่าจะใหญ่กว่ามาก) อึ้งไปซิครับ ปลาในตู้สวยงามเหลือเกินตัวใหญ่กว่าฝ่ามือมากๆ ครีบและชายน้ำมีลายสีฟรุ้งฟริ้งเกินจะบรรยาย มันดูสวยกว่าปลาออสก้าที่ผมรู้จัก คล้ายปลาหมอแต่สวยกว่ามาก ใช่ครับนี่คือปลานิล ปลานิลเกิดที่นี่ เลี้ยงง่ายโตไว ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว จะต้องโฆษณาอะไรอีกนี่มันแรร์ไอเทมชัดๆ จากปลาสวยงามที่สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะถวายให้ พ่อได้ชุบเลี้ยงจาก 50 ตัวนั้น จนเพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย เป้าหมายคือแจกจ่ายสู่ประชาชน ทุกวันนี้มีปลานิลเป็นอาหารให้กินกันทั้งประเทศ โปรตีนจากปลาสวยงามของพ่อ T.T วันนั้นผมไม่อยากกลับเลย อยากจะอยู่ตรงนั้น.... นั่งดูปลา...
เพื่อนๆหลายคนอาจจะผิดหวัง แต่ผมตื่นเต้นและมีความสุขมาก แรปเปอร์ทั้งหลายก็พากันเงียบหลับ รถบัสโยกสลับขับกล่อม พานักท่องเที่ยวตัวน้อยกลับโรงเรียน และที่นั่งเบาะหลังตรงกลาง เด็กชายผมเกรียนหูกางนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ใครจะคิดไหมว่า... วังของพระราชาจะมีอะไรแบบนี้ วังที่ไม่เหมือนในนิทาน ไม่เหมือนที่ไหนในโลก “วังจิตรลดา”
ทุกวันนี้เวลาซื้อปลาย่างเกลือมากิน ทุกคนอาจจะเห็นปลาตัวโตเนื้อขาวอร่อย แต่ผมยังเห็นเป็นปลาสวยงามครีบแวววับในตู้ที่บ้านพ่อ ลูกสาวผมโตมาด้วยปลานิล คนไทยอีกหลายคนก็เช่นกัน วันนี้ใครจะร้องไห้เหมือนผมก็ได้นะ แต่อย่าลืมพอเช็ดน้ำตาแล้ว เราคือลูก... เราจะทำตามพ่อ... ทำเพื่อประชาชนของพ่อ... ทำเพื่อคนไทยทั้งชาติ... กินปลาให้ฉลาดแล้วเลิกเอาเปรียบกัน...