
เคราะห์ร้ายมักจะเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด ก็คล้ายกับการขับรถของเราอยู่ดีๆ แล้วเกิดมีรถคันอื่นขับมาชนเรา แม้เราจะขับมา
แบบระมัดระวังก็ตาม ซ้ำร้ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นมักมีมูลค่าที่สูงหรือบางครั้งก็เกินกว่าความคุ้มครองที่มีอยู่ทำให้ประกัน
เลือกที่จะจ่ายชดเชยเป็นการคืนทุนประกันทดแทนการซ่อม จึงทำให้หลายๆ คนเกิดคำถามว่าจะทำอย่างไรดีหรือมีทาง
เลือกอะไรที่สามารถช่วยเราได้บ้าง
วันนี้ K-Expert จึงอยากมาให้ข้อมูลกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุซึ่งมีประกันชั้น 1 และเราเป็นฝ่ายถูก จะสามารถเรียกร้องอะไร
ได้บ้าง เพื่อชดเชยค่าเสียหายให้กับเรา ซึ่งความคุ้มครองหลักๆ ที่จะได้รับมาจาก 3 ส่วนด้วยกัน
1 ความคุ้มครองบุคคลจาก พรบ. เราสามารถเรียกร้องได้ทั้งจาก พรบ. ของตนเอง และจาก พรบ. ของคู่กรณี
จาก พรบ. ของตนเอง เป็นค่าเสียหายเบื้องต้น จ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด
- ค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท/คน
- หากพิการ หรือเสียชีวิต จ่ายสูงสุดไม่เกิน 35,000 บาท/คน
รวมแล้วไม่เกิน 65,000 บาท/คน
จาก พรบ. ของคู่กรณี เป็นค่าสินไหมทดแทนจ่ายหลังจากการพิสูจน์แล้วว่าเราเป็น
ฝ่ายถูก
- เราสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
เพิ่มเติมได้จากพรบ. ของคู่กรณี ซึ่งค่ารักษาที่จะได้รับเพิ่มนี้
เมื่อรวมกับค่ารักษาที่เราได้รับจาก พรบ. ของฝั่งเราไปแล้ว เขาจะจ่ายให้เราตามจริงและสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท/คน
หรือหากเป็นกรณี พิการ หรือเสียชีวิต จ่ายสูงสุดรวมกับ พรบ. ของเราแล้วไม่เกิน 300,000 บาท
โดยจะหักจากเงินที่
ได้รับไปแล้วในเบื้องต้นเช่นกัน
- เรายังจะได้รับ
ค่าชดเชยอีกวันละ 200 บาท ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 20 วันที่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล
2 ความคุ้มครองบุคคลจากประกันชั้น 1
- ค่ารักษาพยาบาล หากเงินที่ได้รับจาก พรบ.ยังไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลที่ได้จ่ายไปแล้ว เรายังสามารถ
เบิกเพิ่มเติมจากประกันได้โดยเบิกได้ในส่วนเกินหักจากยอดเงินที่ พรบ. ได้จ่ายไปแล้ว แต่ไม่เกินกว่าวงเงินคุ้มครองที่กำหนด
ใน
กรมธรรม์ของรถประกันที่เป็นฝ่ายผิด
- หากเงินค่ารักษาที่เราได้รับยังไม่เพียงพอกับค่ารักษา เรายังสามารถเรียกร้องค่ารักษาได้จากประกันภัยรถที่เป็น
ฝ่ายถูก (ฝั่งเราเอง) หากในกรมธรรม์ได้ระบุความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาล (ร.ย.02) โดยเงินที่ได้รับจะไม่เกินวงเงิน
ที่คุ้มครอง แต่
เงินที่จะได้รับทั้งหมดนั้น ต้องไม่เกินกว่าค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง (นับรวมเงินที่ได้จากพรบ. ของเรา +
พรบ. ของฝ่ายผิด + ประกันชั้น 1 ของคู่ฝ่ายผิด + ประกันชั้น 1 ของเรา) หากเงินที่เราได้รับทั้งหมด ยังไม่พอจ่ายค่ารักษา-
พยาบาลที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเกินกว่าวงเงินที่ประกันภัยรับผิดชอบเราสามารถไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้จากผู้ขับขี่รถที่เป็น
ฝ่ายผิด
- หากเสียชีวิต ทายาทหรือครอบครัวสามารถเรียกร้องเงินค่าสินไหมได้จากประกันภัยของรถคู่กรณีหรือฝ่ายผิด
ได้ไม่น้อยกว่า 100,000 บาทต่อคน แต่หากการเสียชีวิตนั้น
ทำให้ขาดเสาหลักของครอบครัวตามกฎหมายประกันต้องจ่าย
ค่าสินไหมไม่น้อยกว่า 300,000 บาทต่อคน และสูงสุดไม่เกินตามวงเงินความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในแต่ละกรมธรรม์ อีกทั้ง
ทายาทหรือครอบครัวยังสามารถเรียกร้องได้จากกรมธรรม์
ประกันภัยรถของตนเองหากมีความคุ้มครองในเรื่องอุบัติเหตุ
ส่วนบุคคล (ร.ย.01) ไว้เต็มตามวงเงินคุ้มครองอีกด้วย
- หากทายาทหรือครอบครัว เห็นว่าเงินค่าสินไหมที่ได้รับ
ไม่เพียงพอสามารถใช้สิทธิ์ฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่า
เสียหายจากคู่กรณีได้ด้วยนะครับ
3 ความคุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์จากประกันชั้น 1 ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ
3.1 ความเสียหาย
น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ ณ วันที่เกิดอุบัติเหตุประกันรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้ แต่จะมีข้อยกเว้น
บางอย่าง เช่น หากเกิดอุบัติเหตุแล้วยางแตกประกันจ่ายค่ายางให้เพียง 50% ของมูลค่ายาง เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังได้รับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เริ่มต้นวันละ 500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของรถ ซึ่งสามารถ
เรียกร้องได้จากบริษัทประกันภัยคู่กรณี (ฝ่ายผิด/ฝ่ายประมาท)
3.2 หากความเสียหาย
เกินกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ ณ วันที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเรียกว่า “เสียหายสิ้นเชิง” หมายถึง
รถยนต์
ได้รับความเสียหายจนไม่อาจซ่อมให้อยู่สภาพเดิมได้หรือเสียหายไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะเกิดความ
เสียหาย แบบนี้ประกันจะจ่ายเงินให้ตามทุนประกันที่ระบุในกรมธรรม์ให้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี โดยเรา
ต้องทำการโอนซากรถยนต์ให้บริษัทประกันทันทีและถือว่าความคุ้มครองสิ้นสุดลง
กรณีรถเสียหายสิ้นเชิง หากรถยังผ่อนอยู่ ประกันจะจ่ายค่าสินไหมตามข้างต้นแก่บริษัทเช่าซื้อในกรณีระบุผู้รับประโยชน์ไว้
หรือจ่ายแก่เจ้าของรถกรณีไม่ได้ระบุผู้รับประโยชน์
หากเงินที่ได้รับไม่เพียงพอชำระหนี้เราสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์
จากการใช้รถได้จากบริษัทประกันภัยฝ่ายผิด
มาถึงตรงนี้เพื่อนๆ คงรู้แล้วว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นโดยที่เราเป็นฝ่ายถูกจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายอะไรได้บ้าง เพื่อไม่ให้เพื่อนๆ
เสียสิทธิที่ควรจะได้รับจากกรมธรรม์ที่มีอยู่ สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้รถโดยไม่มีประกันภัยรถยนต์ไม่ว่าจะชั้นใดก็ตาม (ชั้น 1,2+,2,3+,3)
ทาง K-Expert อยากแนะนำให้เพื่อนๆ อย่างน้อยควรทำประกันชั้น 3 ไว้ (คุ้มครองรถเขา ไม่คุ้มครองรถเรา) แต่หากไม่ติดปัญหาใด
ก็ควรทำประกันชั้น 1 ไว้ (คุ้มครองทั้งรถเขาและรถเรา) เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเพียงเล็กน้อย หากเราเป็นฝ่ายผิด ค่าซ่อมแซม
ที่เกิดขึ้น (ซ่อมทั้งรถเราและรถเขา) ก็ใกล้เคียงหรือมากกว่าค่าเบี้ยประกันที่เราต้องจ่ายแล้วนะครับ
** หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ สามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์ได้กับบริษัทประกันภัย
รถยนต์ที่เราได้ทำไว้
ขับรถมาดีๆ ถูกคนอื่นขับมาชน มีประกันชั้น 1 เบิกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง?
เคราะห์ร้ายมักจะเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด ก็คล้ายกับการขับรถของเราอยู่ดีๆ แล้วเกิดมีรถคันอื่นขับมาชนเรา แม้เราจะขับมา
แบบระมัดระวังก็ตาม ซ้ำร้ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นมักมีมูลค่าที่สูงหรือบางครั้งก็เกินกว่าความคุ้มครองที่มีอยู่ทำให้ประกัน
เลือกที่จะจ่ายชดเชยเป็นการคืนทุนประกันทดแทนการซ่อม จึงทำให้หลายๆ คนเกิดคำถามว่าจะทำอย่างไรดีหรือมีทาง
เลือกอะไรที่สามารถช่วยเราได้บ้าง
วันนี้ K-Expert จึงอยากมาให้ข้อมูลกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุซึ่งมีประกันชั้น 1 และเราเป็นฝ่ายถูก จะสามารถเรียกร้องอะไร
ได้บ้าง เพื่อชดเชยค่าเสียหายให้กับเรา ซึ่งความคุ้มครองหลักๆ ที่จะได้รับมาจาก 3 ส่วนด้วยกัน
1 ความคุ้มครองบุคคลจาก พรบ. เราสามารถเรียกร้องได้ทั้งจาก พรบ. ของตนเอง และจาก พรบ. ของคู่กรณี
จาก พรบ. ของตนเอง เป็นค่าเสียหายเบื้องต้น จ่ายโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด
- ค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท/คน
- หากพิการ หรือเสียชีวิต จ่ายสูงสุดไม่เกิน 35,000 บาท/คน
รวมแล้วไม่เกิน 65,000 บาท/คน
จาก พรบ. ของคู่กรณี เป็นค่าสินไหมทดแทนจ่ายหลังจากการพิสูจน์แล้วว่าเราเป็นฝ่ายถูก
- เราสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพิ่มเติมได้จากพรบ. ของคู่กรณี ซึ่งค่ารักษาที่จะได้รับเพิ่มนี้
เมื่อรวมกับค่ารักษาที่เราได้รับจาก พรบ. ของฝั่งเราไปแล้ว เขาจะจ่ายให้เราตามจริงและสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท/คน
หรือหากเป็นกรณี พิการ หรือเสียชีวิต จ่ายสูงสุดรวมกับ พรบ. ของเราแล้วไม่เกิน 300,000 บาท โดยจะหักจากเงินที่
ได้รับไปแล้วในเบื้องต้นเช่นกัน
- เรายังจะได้รับค่าชดเชยอีกวันละ 200 บาท ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 20 วันที่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล
2 ความคุ้มครองบุคคลจากประกันชั้น 1
- ค่ารักษาพยาบาล หากเงินที่ได้รับจาก พรบ.ยังไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลที่ได้จ่ายไปแล้ว เรายังสามารถ
เบิกเพิ่มเติมจากประกันได้โดยเบิกได้ในส่วนเกินหักจากยอดเงินที่ พรบ. ได้จ่ายไปแล้ว แต่ไม่เกินกว่าวงเงินคุ้มครองที่กำหนด
ในกรมธรรม์ของรถประกันที่เป็นฝ่ายผิด
- หากเงินค่ารักษาที่เราได้รับยังไม่เพียงพอกับค่ารักษา เรายังสามารถเรียกร้องค่ารักษาได้จากประกันภัยรถที่เป็น
ฝ่ายถูก (ฝั่งเราเอง) หากในกรมธรรม์ได้ระบุความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาล (ร.ย.02) โดยเงินที่ได้รับจะไม่เกินวงเงิน
ที่คุ้มครอง แต่เงินที่จะได้รับทั้งหมดนั้น ต้องไม่เกินกว่าค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง (นับรวมเงินที่ได้จากพรบ. ของเรา +
พรบ. ของฝ่ายผิด + ประกันชั้น 1 ของคู่ฝ่ายผิด + ประกันชั้น 1 ของเรา) หากเงินที่เราได้รับทั้งหมด ยังไม่พอจ่ายค่ารักษา-
พยาบาลที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเกินกว่าวงเงินที่ประกันภัยรับผิดชอบเราสามารถไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้จากผู้ขับขี่รถที่เป็น
ฝ่ายผิด
- หากเสียชีวิต ทายาทหรือครอบครัวสามารถเรียกร้องเงินค่าสินไหมได้จากประกันภัยของรถคู่กรณีหรือฝ่ายผิด
ได้ไม่น้อยกว่า 100,000 บาทต่อคน แต่หากการเสียชีวิตนั้นทำให้ขาดเสาหลักของครอบครัวตามกฎหมายประกันต้องจ่าย
ค่าสินไหมไม่น้อยกว่า 300,000 บาทต่อคน และสูงสุดไม่เกินตามวงเงินความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในแต่ละกรมธรรม์ อีกทั้ง
ทายาทหรือครอบครัวยังสามารถเรียกร้องได้จากกรมธรรม์ประกันภัยรถของตนเองหากมีความคุ้มครองในเรื่องอุบัติเหตุ
ส่วนบุคคล (ร.ย.01) ไว้เต็มตามวงเงินคุ้มครองอีกด้วย
- หากทายาทหรือครอบครัว เห็นว่าเงินค่าสินไหมที่ได้รับไม่เพียงพอสามารถใช้สิทธิ์ฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่า
เสียหายจากคู่กรณีได้ด้วยนะครับ
3 ความคุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์จากประกันชั้น 1 ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ
3.1 ความเสียหายน้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ ณ วันที่เกิดอุบัติเหตุประกันรับผิดชอบค่าซ่อมรถให้ แต่จะมีข้อยกเว้น
บางอย่าง เช่น หากเกิดอุบัติเหตุแล้วยางแตกประกันจ่ายค่ายางให้เพียง 50% ของมูลค่ายาง เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังได้รับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เริ่มต้นวันละ 500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของรถ ซึ่งสามารถ
เรียกร้องได้จากบริษัทประกันภัยคู่กรณี (ฝ่ายผิด/ฝ่ายประมาท)
3.2 หากความเสียหายเกินกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ ณ วันที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเรียกว่า “เสียหายสิ้นเชิง” หมายถึง รถยนต์
ได้รับความเสียหายจนไม่อาจซ่อมให้อยู่สภาพเดิมได้หรือเสียหายไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะเกิดความ
เสียหาย แบบนี้ประกันจะจ่ายเงินให้ตามทุนประกันที่ระบุในกรมธรรม์ให้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี โดยเรา
ต้องทำการโอนซากรถยนต์ให้บริษัทประกันทันทีและถือว่าความคุ้มครองสิ้นสุดลง
กรณีรถเสียหายสิ้นเชิง หากรถยังผ่อนอยู่ ประกันจะจ่ายค่าสินไหมตามข้างต้นแก่บริษัทเช่าซื้อในกรณีระบุผู้รับประโยชน์ไว้
หรือจ่ายแก่เจ้าของรถกรณีไม่ได้ระบุผู้รับประโยชน์ หากเงินที่ได้รับไม่เพียงพอชำระหนี้เราสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์
จากการใช้รถได้จากบริษัทประกันภัยฝ่ายผิด
มาถึงตรงนี้เพื่อนๆ คงรู้แล้วว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นโดยที่เราเป็นฝ่ายถูกจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายอะไรได้บ้าง เพื่อไม่ให้เพื่อนๆ
เสียสิทธิที่ควรจะได้รับจากกรมธรรม์ที่มีอยู่ สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้รถโดยไม่มีประกันภัยรถยนต์ไม่ว่าจะชั้นใดก็ตาม (ชั้น 1,2+,2,3+,3)
ทาง K-Expert อยากแนะนำให้เพื่อนๆ อย่างน้อยควรทำประกันชั้น 3 ไว้ (คุ้มครองรถเขา ไม่คุ้มครองรถเรา) แต่หากไม่ติดปัญหาใด
ก็ควรทำประกันชั้น 1 ไว้ (คุ้มครองทั้งรถเขาและรถเรา) เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเพียงเล็กน้อย หากเราเป็นฝ่ายผิด ค่าซ่อมแซม
ที่เกิดขึ้น (ซ่อมทั้งรถเราและรถเขา) ก็ใกล้เคียงหรือมากกว่าค่าเบี้ยประกันที่เราต้องจ่ายแล้วนะครับ
** หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ สามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์ได้กับบริษัทประกันภัย
รถยนต์ที่เราได้ทำไว้