เมื่อพี่ๆขอแบ่งค่าขายบ้านของเรา

กระทู้สนทนา
เรื่องนี้แค่อยากระบาย เพราะคุณหมอบอกมา ให้หาทางระบายความในใจออกมา เพื่อเราจะได้ไม่เครียดมากไปกว่านี้และทำให้ความอัดอั้นทางใจมันลดน้อยลง เพราะขนาดคุณหมอฟังยังนั่งถอนหายใจไปด้วยกับเรา 

" เรื่องแม่ขายที่ให้ "
เรามีพี่น้องหลายคน และเราเป็นลูกคนสุดท้อง บ้านเราพี่น้องชอบทะเลาะกันที่เป็นเรื่องเป็นราวน่าปวดหัว  บ้านแม่เราขนาด50 ตารางวา แม่แบ่งขายที่ให้พี่สาวคนโต 17 ตารางวา เหลือที่อีก33ตารางวา ขายให้เรา โดย3-5 ตารางวาเป็นที่ภาระจำยอมให้ทางออกแก่ที่ของพี่สาว   

วันนึงแม่ได้เอ่ยว่า แม่อยากให้เราดูแลบ้านแม่แทนแม่ แม่ขายที่บ้านนี้ให้เอามั้ย? เราตอนนี้นั้นรู้สึกอึ้งๆว่าทำไมแม่ถึงพูดอย่างนี้ ถ้าพี่ๆคนอื่นรู้...จะว่ายังไง  แม่ให้เหตุผลว่า พี่ๆคนอื่นมีที่มีทางกันหมดแล้ว เหลือแต่เราคนเดียว และพี่สาวคนที่5 แต่แม่ไม่ขายให้เพราะรู้ว่าถ้าขายให้พี่สาวอาจจะขายบ้านนี้และอาจจะไม่ใจดีให้ลูกน้าสาว(แม่ถือว่าเป็นลูกสาวคนที่6)ได้อยู่บ้านหลังนี้ด้วย   "แม่ขายที่ให้เรา โดยให้ราคาเดียวกันกับที่ขายให้พี่สาวคนโต"  โดยแม่ให้จ่ายเงินแบบผ่อนให้แม่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบ แต่แม่ขอให้เรารับปากช่วยเหลือพี่ๆอีก2คน หากพี่ไม่มีที่อยู่ ก็ขอให้ใจดีให้พี่ๆอยู่บ้านไปก่อน แต่ถ้าพี่ๆอยู่กันไม่ได้ทะเลาะกันก็ให้ขายบ้านไปได้เลย

เม่าเหม่อเรารับปากแม่เรื่องที่เรื่องบ้าน และเริ่มจ่ายเงินผ่อนค่าที่ให้แม่ไม่เคยขาด มีมากให้มาก มีน้อยก็พยายามหามาให้ ช่วงนั้นพี่สาวอีกคนลิกกับสามีมาไม่มีที่อยู่ ประกอบกับเราทำงานกลับบ้านดึก และแม่ก็คอยนั่งรอเราทุกวัน เรารู้สึกว่าเหมือนตัวเองทำให้แม่ลำบากที่จะนั่งรอเรากลับบ้านดึกๆ  เราจึงตัดสินใจให้พี่สาวที่เลิกกับสามีมาอยู่บ้านแทนเรา เพื่อให้แม่ไม่ต้องมานั่งรอ ไม่ต้องมานั่งเป็นห่วงเรา  แล้วเราก็ไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอกยอมลำบาก โดยคิดแค่ว่า
1.ทำให้แม่สบายใจไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเราทำงานเลิกดึก
2.แม่ได้ลูกน้าสาวมาดูแลแทนเรา (ของๆเราพี่สาวถือวิสาสะ แอบเอาไปทิ้งหมด เสื้อผ้าของใช้ ของสะสมเกลี้ยง!!) แต่เราก็ไม่เคยพูดว่าเลยสักคำ

แต่เราไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์นั้นทำให้เราไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านหลังนั้นอีกเลยจนถึงปัจจุบัน .........................10ปี 
เราไปหาแม่ที่บ้านตลอด ไปวันเว้นวัน และส่งเงินให้แม่ใช้+ค่าผ่อนที่ที่แม่ขายให้จนเหลือ15,000 สุดท้าย

มีวันนึงเราไปหาแม่ แม่บอกว่า " ถ้าหากวันใดแม่จากไปก่อน หากพวกพี่น้องอยู่ร่วมกันไม่ได้หรือมีคนอื่นจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ก็ขอให้เรา ช่วยให้เงินทุกคนไป โดยเอายอดเงินที่เหลือจากที่แม่ขายที่ให้ เอามาหารให้พี่น้อง (ซึ่งราคาที่เหลือหารกันเหลือไม่กี่พันบาท) เราจึงสัญญา ต่อแม่ว่าจะให้ทุกคน คนละ1หมื่นบาท (พอแม่เสีย พี่สาวคนโตและพี่ชายคนที่3บอกว่าไม่เอาเงินส่วนนี้ยกให้)

ระหว่างที่แม่ยังมีชีวิตเราได้ทยอยให้เงินแม่จนครบ แม่จึงชวนไปที่ ที่ดินเพื่อโอนที่และบ้านให้ แต่เนื่องจากขาดเอกสารบางอย่าง จึงต้องไปตามเอกสารจากอีกเขตพื้นที่
(มีทนายเป็นพยานในเหตุการณ์)

ในระหว่างนั้น แม่เกิดอาการ ขาดยาเบาหวานไปเดือนกว่าๆ จนป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตในที่สุด (เหตุขาดยาเพราะพี่สาวคนที่1 เป็นคนดูแลให้แม่กินยาทุกวัน และพี่สาวคนที่6 (ทำงานโรงพยาบาลเป็นลูกน้าสาว) ดูแลเรื่องเบิกยาเบาหวานมาให้แม่ทุกเดือน ทั้ง2คน ทะเลาะกันต่างคนต่างรอ คนที่3รอให้อีกคนมาบอกเรื่องยาแม่หมด....คนที่1 รอให้คนที่6 เบิกยามาให้แม่  ทั้งสองคนรู้และเข้าใจเรื่องนี้ดีว่ายาแม่หมดและะะต้องเบิก ทิฐิคนเรา...ทั้งสองคนต่างคิดโทษอีกฝ่าย ไม่เคยโทษตัวเอง ว่าแม่ป่วยหนักเกิดจากสาเหตุของตัวเองทั้งคู่) เรารู้เรื่องแต่ทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้จะด่าพี่ๆยังไง เพราะตัวเองเป็นน้อง ได้แต่ร้องไห้เสียใจที่ตัวเองตัดสินใจผิด ที่ออกไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก และคาดหวังว่าพี่ๆจะช่วยดูแลแม่ได้ดี แต่มันกลับไม่ใช่เลย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เรื่องที่ดิน เมื่อแม่ป่วย เราจึงไม่สามารถไปทำเรื่องโอนที่ดินได้ จึงต้องทำเป็นพินัยกรรมแทน โดยพี่น้องทุกคนรับรู้เรื่องแม่ทำพินัยกรรมและเซ็นต์รับรองพินัยกรรมกันทุกคน ที่โรงพยาบาล มีพี่ชายอีกสองคนที่รับรู้และยอมรับการตัดสินใจของแม่และไม่คัดค้านใดๆ

ตอนนี้แม่เสียมาหลายปี พี่น้องทะเลาะกัน มีการตัดพี่ตัดน้องกับเราด้วยเหตุผลงี่เง่าๆ เราจึงตัดสินใจจะขายบ้าน พี่ๆบางคนต้องการหารเงินกับเรา หากบ้านขายได้ หลายคนคิดว่าสมบัติแม่ต้องเอามาหารกันถึงจะถูก " แต่ฉันซื้อที่นี้จากแม่และจ่ายเงินครบแล้ว " 

มันมีคำถามเกิดในใจ ทำไมฉันถึงจะไม่มีสิทธิขาย...."แต่พวกพี่สาวคงลืมไปว่า"

1.บ้านนี้แม่ขายให้ลูกสาวคนสุดท้องคือ ฉัน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
2.ฉันผ่อนหมดแล้ว
3.เพราะแม่มาป่วยจึงไปโอนที่ ที่ดินไม่ได้ เพราะใครทำให้แม่ขาดยา จนต้องเข้าโรงบาลจนเสียชีวิตไป ?
4.จึงนำพาต้องมาเป็นทำพินัยกรรมยกให้แทน 
5.เหตุใดฉันต้องใจดีให้พี่ๆอยู่ โดยตัวเองต้องไปเช่าบ้านอยู่หลายปี โชคดีพอได้แต่งงาน สามีซื้อบ้านเลยไม่ต้องไปเช่าอยู่อีกต่อไป
6.บ้านตัวเองเข้าไม่ได้เพราะ เจอลูกน้าสาวที่แม่รักเหมือนลูกสาวอีกคนเปลี่ยนกุญแจไม่ให้เข้าบ้าน 8 ปี (บ้านฉัน!!!!!!!!!!!)
7.บ้านแม่ที่ขายให้...โดนพี่สาวคนที่1 มาขอใช้พื้นที่บ้านแม่เป็นที่ขายของ และสัญญาว่าถ้าเลิกขายจะไม่รื้อ ก็มารื้อทำให้หลานสาวไม่มีที่อยู่ ต้องระเห็ด       ออกจากบ้านไปขออยู่บ้านคนอื่น!!!!!!
8.ฉันเจอตัดพี่ตัดน้อง โดยที่(ไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ถามหาความจริงก็ตัดพี่น้องซะงั้น)
9.ไปฟ้องญาติๆว่าฉันจะขายสมบัติแม่กิน บลาๆๆๆๆๆเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่น้องนี่น้องเพี้ยนเอง มันเอาที่ไปเข้าแบงค์ถึงคิดจะขาย?  คำตอบ = ฉันไม่เคยเอาที่เข้าแบงค์โว้ยยยยยหยอกเย้า

คำถามคือ

1.พี่น้องทุกคนมีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ในบ้านนี้หรือ?

2.เงินขายบ้านต้องแบ่งให้พี่ด้วยหรือ? เพราะมีเสียงแว่วมา..มันต้องแบ่งให้กุ

3.ฉันเป็นน้องคนสุดท้อง ต้องใจดีและต้องอดทนถึงขนาดไหน บ้านตัวเองก็เข้าไม่ได้ตั้ง8ปี ?

4.ถ้าขายบ้านได้ พี่สาวคนที่6 บอกอยากให้ออกก็ฟ้องขับไล่เอาและก็จ่ายเงินมาค่าขอให้ออก....สรุปนี่บ้านใคร?

5.เรายังขายที่ไม่ได้แต่มีพี่ที่ต้องการเงิน!!!! เราบอกไปว่าไม่มี ถ้าจะมีคือต้องไปกู้เงินคนอื่นมา ดอกร้อยละ10 .....พี่สาวบอกว่าช่วยหน่อยหาเพิ่มจากตัวเลขที่บอกไปอีกได้มั้ย?  แว๊บแรกรู้สึกได้ว่า เคยห่วงกุบ้างมั้ยว่าจะเดือดร้อน.....คำตอบในใจบอกมาว่าไม่เคยมี  บอกตรงๆว่าเพลียเพี้ยนสะอื้น

พูดตรงๆว่ากลุ้มใจและปวดหัวมากจนต้องไปหาหมอจิตแพทย์ เล่าทุกอย่างให้คุณหมอฟัง จนคุณหมอนั่งส่ายหน้าถอนหายใจกับเราไปหลายรอบมากๆ

**ถ้าใครเจอเรื่องแบบนี้คุณหมอให้ปฎิบัติตามนี้ เลิกเป็นคนใจดียอมคนไม่ดีในครอบครัว เพราะคนไม่ดีในครอบครัว เขาจะไม่มีวันคิดได้หรือสงสารคุณนอกจากตัวเขาเอง  หันมารักตัวเองทั้งสามีและลูกดีกว่า 
เลิกเป็นคนดีแล้วควรไล่แห่ไปให้หมดเลยดีมั้ย?

หมอแนะนำ คนที่ไม่รู้จักเราดีจะนินทา ก็แล้วแต่ Noสน Noแคร์ เพราะเราห้ามความคิดใครไม่ได้

คนเราความอดทนคนเรามันมีขีดจำกัด....#หมดความอดทน #จะไม่ทนอีกต่อไป #รักแม่นะแต่ความอดทนมันถึงขีดจำกัดแล้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่