ขอระบายและขอคำปรึกษาค่ะ สามีคาดหวังจากเรามากเกินไปให้ดูแลลูกของเค้าหรือเราไม่อดทนพอกันแน่

สวัสดีค่ะ เรายืมล็อกอินเพื่อนมาตั้งกระทู้นี้นะคะ เค้าแนะนำเราให้ตั้งกระทู้ในนี้ค่ะ เรามีปัญหากับชีวิตคู่ค่ะ ไม่นึกเลยว่าจะเจอกับตัวเอง เคยปรึกษาเรื่องนี้กับที่บ้านแล้วแต่ที่บ้านได้แต่บอกให้เราอดทนประคับประคองชีวิตคู่ต่อไป จนเราเริ่มสงสัยว่าเป็นเราที่ไม่อดทนเองหรือเปล่า เราอยากรบกวนขอความเห็นจากคนอื่นด้วยค่ะ เรารู้สึกมืดมนไปหมดแต่หวังว่าเราคงได้ข้อคิดจากเพื่อนๆ ไปปรับใช้กับปัญหาของเราได้ค่ะ ยาวหน่อยต้องขออภัยล่วงหน้านะคะ

เราแต่งงานมาปีกว่าๆ ค่ะ กับชาวต่างชาติอยู่ยุโรปค่ะ สามีเราเป็นผู้ชายที่ดีมาก ไม่เจ้าชู้ ไม่ติดเหล้า ขยันทำงานเก็บเงิน ดูแลเราและเอาใจใส่เราดี เค้ามีลูกติดสองคนค่ะ อายุ 6 กับ 2 ขวบ น้องรักเรามาก แต่น้องเป็นเด็กซนมากและน่าจะสมาธิสั้น อยู่นิ่งไม่ได้ต้องเล่นหรือทำกิจกรรมตลอด สามีเลิกกับภรรยาเก่าเพราะเธอมีคนอื่นค่ะ สามีเราทุกข์ใจมากตอนเลิกกันใหม่ๆ เพราะต้องห่างจากลูกจากที่เคยอยู่ด้วยทุกวัน เค้าบอกว่าถ้าไม่ได้เราเค้าอาจแย่ไปแล้ว (เราเคยรักกันมาก่อนค่ะ แต่ต่างคนต่างมีครอบครัว จนเราเลิกกับแฟนและแฟนเก่าเค้าก็ทิ้งไป เราเลยกลับมาเจอกันและแต่งงานกันเลย)

สามีกับเราไปหาน้องๆ ทุกเดือน เดือนละ 3 วัน และช่วงวันหยุดยาวจะอยู่กับน้องประมาณ 7-10 วัน ปีนึงเจอกันช่วงวันหยุดยาว 6-7 ครั้ง ที่บริษัทเค้าให้วันหยุดเยอะมากเป็นพิเศษค่ะ แต่วันหยุดทุกวันตลอดปีที่ได้คือเพื่อไปหาลูกค่ะ และสามีเรารักลูกๆ มากค่ะ โดยเฉพาะกับลูกชายคนโต เค้าดูจะรักมากเป็นพิเศษ ซึ่งเราเองเข้าใจความรักของเค้าที่มีให้ลูกนะคะ ตอนแรกๆ น้อยใจบ้างเพราะวันหยุดทุกวันที่มีต้องใช้ไปกับการไปหาลูก ไม่เคยไปไหนด้วยกันเลย ยกเว้นเสาร์อาทิตย์ มีบ้างที่ไปเที่ยวกันอาทิตย์นึงแต่เค้าก็ทำงานให้บริษัททุกวัน ทุกแผนการอนาคตก็เน้นที่ลูกเป็นหลัก และช่วงแรกๆ ที่อยู่ด้วยกันเค้าพูดถึงลูกเค้าทุกวันจนเราคิดว่าเหมือนเค้าไม่มีความสุขที่อยู่กับเราเลย แต่เวลาผ่านไปตอนนี้เรายอมรับได้และไม่คิดมากหรือน้อยใจแล้วค่ะ

เราก็พยายามช่วยเค้าทุกเรื่องที่ทำได้ เวลาอยู่กับลูกเค้าเราทำงานบ้านและดูแลน้อง เล่นกับน้องให้เท่าที่ทำได้ แต่เราไม่เก่งเรื่องเล่นกับเด็กค่ะ เราเป็นลูกคนเดียว เป็นคนค่อนข้างเงียบๆ รักแมว แต่เราไม่เกลียดเด็กค่ะ เพียงแค่รู้ตัวว่าเด็กไม่น่าจะสนุกที่เล่นกับเรา แต่น้องๆ ก็รักเราค่ะ อาจเพราะเราไม่เคยดุหรือหงุดหงิดใส่เลย มีบางครั้งที่เหนื่อยมากเพราะต้องไปนู่นนี่หากิจกรรมทำกับน้องตลอด แต่เราก็อดทน อาศัยยิ้มเยอะๆ ค่ะ เราสงสารน้องและอยากให้สามีมีความสุขด้วย แต่บางครั้งเราก็หลุดหงุดหงิดใส่สามีบ้างที่บ่นหรือไม่ได้นอนแล้วเหนื่อยมาก แต่ไม่เคยทำให้เด็กเห็นค่ะ เรากลัวเด็กไม่มีความสุข

อย่างที่บอกว่าแฟนเราเป็นคนดีมาก แต่เค้ามีข้อเสียบางอย่างเหมือนกันค่ะ คือเค้าเป็นคนเรื่องเยอะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับลูก เค้ากลัวมากจนขึ้นสมองว่าลูกจะไม่มีความสุข ลูกจะเบื่อเวลาอยู่กับเค้า และบางครั้งมากเสียจนเหมือนเราทำอะไรให้ก็ไม่ดีพอ

ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่แล้วน้องมาอยู่ด้วย 10 วัน วันนึงเราป่วยเพราะยกของหนักผิดท่า (เวลาไปไหนทีหอบของเหมือนย้ายบ้านค่ะ ทั้งจักรยาน สเก็ตบอร์ด ของกิน เค้าขนเองไม่หมด เราทนไม่ได้ก็ต้องช่วย) ปวดสะโพกเป็นไข้รุมๆ เค้าชวนไปสวนสาธารณะเราก็ไปเพราะไม่อยากให้เค้าเหนื่อยต้องดูแลลูกคนเดียว พอไปถึงเรานั่งพักใต้ต้นไม้เค้าก็เล่นกับลูกเค้าไป พอกลับถึงบ้านเค้าตำหนิเราว่าเราไม่เล่นกับลูกเค้าเลย ปล่อยเค้าเล่นคนเดียว ทีกับแมวเรายังดูมีความสุขที่จะเล่นด้วยมากกว่า เราเลยถามเค้าไปว่าแล้วผิดเหรอที่เราเป็นคนรักแมว และเราเล่นกับเด็กไม่เก่งอยู่แล้วแถมป่วยอีก เค้าบอกว่าเวลาเราไม่ป่วยเราก็ไม่กระตือรือร้นเท่าไหร่ เราเสียใจมากแต่ก็เก็บคำเขาไว้ในใจเพราะไม่อยากทะเลาะต่อหน้าเด็กค่ะ

ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยมีสองวันที่เราไม่ได้ออกข้างนอกเพราะป่วยกับทำงาน (เราทำงานอิสระที่บ้านค่ะ) ซึ่งบางทีก็พูดอีกว่าเราเอาแต่ทำงานเวลาลูกเค้ามา
เราเก็บคำพูดพวกนี้จนมาระเบิดเอาสองสามวันที่แล้ว เราบอกเค้าว่าเค้าต้องรู้จักรับมือกับลูกเค้าเองบ้าง ซึ่งเค้าให้เหตุผลเราว่าเวลาลูกทั้งสองอยากเล่นกับเค้าเค้าก็เหนื่อยเหมือนกันเลยพูดแบบนั้นกับเรา เราเลยบอกว่าคุณต้องแบ่งเวลาให้เป็นเอง ต้องพูดให้ลูกเข้าใจ แต่เค้าบอกทำไม่ได้ค่ะ ไม่อยากให้ลูกผิดหวัง T.T

เรารู้สึกหมดแรง เหมือนเค้ากดดันตัวเองยังไม่พอมากดดันเราด้วย กับเราซึ่งไม่เคยมีลูกและไม่คิดจะมี (ซึ่งก็โชคดีไปที่เค้าไม่อยากมีลูกอีก) เราที่ปกติไม่ชอบเด็กแต่ก็พยายามให้ความรักกับลูกเค้าอย่างดีที่สุด ทำทุกอย่างที่ทำได้ น้องคนเล็กปัสสาวะราดพื้น หรืออาเจียนเราก็เช็ดทำความสะอาดให้ เราไม่เคยหงุดหงิดใส่เพราะเราสงสารไม่อยากให้น้องอายค่ะ แต่ถึงขนาดนี้ยังมีคำพูดจากเค้าถามว่าทำไมเราไม่ดีใจเลยที่ได้เจอลูกเค้า (ดีใจในลักษณะที่ตื่นเต้นมากเหมือนเราเจอแมวประมาณนั้นค่ะ) บางทีเรารู้สึกเหมือนจะเป็นประสาทตาย แต่เพราะคำว่ารักตัวเดียวเลยบอกให้ตัวเองอดทน

ลืมบอกไปว่าเราทำงานหาเงินเอง เค้าไม่เคยให้เงินและเราไม่เคยขอด้วยค่ะ เราทำงานบ้าน ทำอาหารเอง นวดให้ เราคิดว่าเราไม่บกพร่องเรื่องนี้ เค้าไม่เคยขอหรือจู้จี้ค่ะ เวลาเค้าว่างก็ทำอาหารให้เราบ้าง แต่เราคิดว่าในเมื่อทำงานอยู่บ้านก็ควรช่วยส่วนนี้ และเรายังช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านประมาณหมื่นกว่าบาทไทยเป็นค่าซื้ออาหารกินอยู่ทุกเดือน หรือเวลาไปกินข้าวข้างนอกเราก็ออกเงินบ้างเวลาได้เงิน ซึ่งงานเราเป็นงานอิสระ เอาแน่นอนไม่ได้ด้วย

บางทีมีคนอยากจ้างแต่ก็ต้องปฏิเสธเพราะเราต้องอยู่กับน้องๆ ถ้างานไหนปฏิเสธไม่ได้เราก็ทำตอนกลางคืนค่ะ แต่หลังๆ ไม่ไหวเพราะเค้าบอกว่าแสงรบกวนลูก (ทำงานคนละห้องที่นอน) และถ้านอนไม่พอเราก็ไม่มีแรงทำกิจกรรมต่างๆ นาๆ กับน้องอีก เราเลยขออยู่บ้านเพื่อทำงานตอนที่เค้าพาลูกไปข้างนอก บางครั้งเค้าเหมือนเข้าใจ แต่ต่อมาก็เก็บมาพูดหาว่าเราทำงานตลอดเวลาลูกมา แต่เราไม่ได้ทำงานบริษัทค่ะ ไม่มีวันลาหยุดมากมายเหมือนเค้า และชีวิตฟรีแลนซ์เวลางานเข้าก็ไม่แน่นอน ถ้าปฏิเสธลูกค้าบ่อยๆ เราจะไม่มีใครจ้างอีก

วันนี้ลูกค้าติดต่อมาว่าจ้างประมาณสามหมื่นบาทใช้เวลา 7 วันซึ่งเราดีใจมากเพราะช่วงนี้งานเงียบๆไป แต่เราก็ต้องปฏิเสธอีกเพราะต้องไปเจอน้องๆ เร็วๆ นี้ ซึ่งถ้าเป็นเวลาปกติเรารับงานนี้ได้แน่นอนค่ะ ก่อนปฏิเสธเราส่งข้อความถามเค้า เค้าบอกว่ารับไปเลย แต่เรารู้ดีว่ารับแล้วจะต้องมีปัญหาอีกนั่นแหละ เราเลยต้องตัดใจ เพราะเราเครียด เราไม่อยากทะเลาะอีกแล้วค่ะ

ปัญหาสะสมมาเรื่อยๆ เราท้อมาก อยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ยากพอแล้ว เราคิดถึงบ้านที่สุดค่ะ แต่จะให้ทิ้งเค้าเราเองก็รักผูกพันกับเค้ามาก และเรื่องอื่นเค้าดีทุกอย่างเว้นแต่เรื่องนี้ และเรารู้ว่าเค้าคงเปลี่ยนไม่ได้ เวลาคุยแบบเปิดอกเค้าก็จะหงุดหงิดง่ายถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับลูก ต้องระวังเลือกใช้คำมาก เราพยายามคุยมาหลายครั้ง เค้าก็เหมือนเข้าใจ แต่นานๆ ไปก็มีคำพูดบั่นทอนเราเหมือนเราทำไม่มากพอเพื่อลูกเค้า เค้าบอกเค้าเจ็บที่เราไม่ชอบเล่นกับลูกเค้าทั้งที่ลูกเค้ารักเรามากแต่เค้าก็เข้าใจเรา เหมือนจะปลอบใจแต่เราไม่ไหวกับคำพูดแบบนี้เลยค่ะ และเวลาทะเลาะกันเค้าหาว่าเป็นเพราะเราเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง อยู่คนเดียวมานาน รักอิสระมากไป ซึ่งเราเจ็บมากค่ะเวลาได้ยินคำพูดแบบนี้แล้วนึกถึงทุกอย่างที่เราทำให้เค้ากับลูก เราต้องย้ายมาอยู่ประเทศนี้ก็เพราะเค้า (ทั้งที่ก่อนแต่งเค้าเคยพูดว่าจะย้ายมาอยู่ไทยอีก 2-3 ปี แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าเราคงต้องรอให้ลูกเค้าโตก่อนค่ะ เราก็ไม่ว่าอะไร พยายามเข้าใจพ่อลูก)

เรื่องงาน เรารู้สึกกลัวว่าเราอาจจะต้องเสียอาชีพฟรีแลนซ์ที่รักงานนี้ไปถ้าปฏิเสธลูกค้าบ่อยๆ และเวลาเราปรึกษาเค้าอยากทำงานข้างนอก ถึงงานจะหนักเราก็ไม่เกี่ยงค่ะ เพราะรายได้แน่นอนและได้เงินเยอะด้วย แต่เค้าก็บอกว่าไม่อยากให้เราทำ งานหนักแถมไม่มีวันหยุดเยอะ ซึ่งก็หมายถึงเราจะไปหาลูกกับเค้าไม่ได้นั่นเอง แล้วเราคิดว่าถ้าเกิดเค้าทิ้งเราในอนาคตล่ะ ซึ่งก็ไม่มีอะไรแน่นอนอีก

เวลาปรึกษาพูดคุยกับที่บ้านก็บอกให้อดทน จนเราเองไม่รู้ว่าเราไม่อดทนมากพอหรือเปล่า เราไม่รู้ว่าจุดความพอดีควรอยู่ที่ตรงไหน ความคิดของเค้าอาจเป็นเรื่องปกติ หรือเป็นเราที่ยังทำได้ไม่ดีพอ รบกวนขอความเห็นจากทุกคนด้วยค่ะ ว่าเราควรทำอย่างไรดี

และมีใครที่มีประสบการณ์แต่งงานกับคนมีลูกติดคล้ายๆ กับเราไหมคะ ? แล้วผ่านจุดนั้นมาได้อย่างไรคะ?

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกความเห็นค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่