ความรักจริงๆแล้วมันคืออะไร ถึงดีขนาดไหนก็ยังรักษามันเอาไว้ไม่ได้

กระทู้สนทนา
         ขอเล่าก่อนว่าผมคบกับแฟนมาสามปี  ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเริ่มมีปัญหากันช่วงปีที่สอง เพราะแฟนผมอยากกินเหล้า บางคงอาจจะคิดว่าทะเลาะกันทำไมเรื่องแค่นี้ ผมเป็นผู้ชายที่ไม่กินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกอย่างเลยไม่ชอบจริงๆ แฟนผมตอนก่อนคบกันเขาบอกว่าเข้าไม่กินเหล้าเหมือนกันเพราะร่างกายเขาไม่ค่อยแข็งแรงเคยไปหาหมอแล้วหมอสั่งห้ามกิน ถ้ากินจะอันตราย พอเข้าช่วงปีที่ 2 ที่คบกันเลยเริ่มมีปัญหากัน เพราะเขาอยากกินบอกแข็งแรงแล้วกินได้  ก็ทะเลาะกันหลายครั้ง ใจนึงก็เป็นห่วงเขาที่เขาเคยบอกว่าหมอห้ามกินและก็โกรธด้วยที่เคยสัญญาว่าจะไม่กินเหล้าแล้วผิดคำพูด ทะเลาะกันบ่อยมากจนผมต้องยอมให้เขากิน เพราะไม่อยากทะเลาะเรื่องนี้กันอีกแล้ว หลังจากนั้นก็ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ทะเลาะกันเพราะแฟนผมผิดคำพูดที่เคยสัญญากันอีกหลายข้อ ทะเลาะกันจนอยากเลิกเพราะมันไม่มีความสุขเลยอาจจะเพราะแฟนผมเปลี่ยนไปแล้วผมก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน แต่ผมก็เริ่มรู้สึกตัวว่าทุกวันนี้ที่ชีวิตคู่มันไม่มีความสุขเพราะผมตึงผมแข็งกับเขามากเกินไปหรือป่าวบางอย่างเราก็ยอมให้ได้ทำไมถึงไม่ยอมเขา  ผมจึงเริ่มกลับตัวปรับตัวพยายามเข้าใจความเป็นตัวตนของเขาให้มากขึ้น หลังจากนั้นผมพูดกับเขาเสมอเวลามีปัญหากันว่า ตึงเกินไปก็ขาด หย่อนไปก็ไม่ดี อยากทะเลาะกันเลยหาจุดตรงกลางที่ทั้งสองคนโอเคเถอะ หลังจากนั้น ผมกายเป็นคนที่ต้องยอมแฟนตลอด มันไม่มีจุดตรงกลางเลย ถ้าเขาต้องการอะไรเขาก็จะทำถึงรู้ว่าผมไม่ชอบเขาก็ทำ ผมต้องเป็นฝ่ายปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียวเพื่อให้ ความรักไปรอด ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนแต่ตอนนี้เหมือนมีผมคนเดียวที่พยายามรักษามันไว้ ที่ผมยังคบอยู่เพราะว่าแฟนผมไม่เคยนอกใจ ผมเลยอยากลองพยายามเพื่อเขาจะรับรู้ได้ว่าผมรักเขามากแค่ไหนแล้วหวังว่าเขาคนเดิมจะกลับมา จนคบกันมาเขาปีที่ 3 เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น แฟนผมต้องย้ายไปทำงานที่อื่นต้องไกลกัน ผมก็ยังสู้การไกลกันมันไม่ใช่เหตุผลของการเลิกกัน ไกลกันก็แชทคุยโทรคุยกันได้ ถ้าว่างก็นานๆที่มาหากัน แต่เรื่องมันก็ยังแย่ไปอีกไกลกันไม่พอ อยู่ดีๆก็เอาตั้งที่คบกันในเฟสออก บอกว่าคู่อื่นตั้งเยอะไม่ตั้งคบก็คบกันได้ใครก็รู้ว่าเราเป็นแฟนกันรูปคู่กันก็มี ก็ทะเลาะสุดท้ายผมก็ยอมเพราะว่ารัก เขาก็เริ่มเปลี่ยนไปมากขึ้นมากขึ้น ผมไปหาเขาพาไปกินของอร่อยดีๆด้วยกันผมก็อยากถ่ายรูปคู่ลงแต่เขาก็ไม่อยากให้ลง  เพราะเขาไม่ชอบ เขามีเวลาแชทหาผมน้อยลงคุยโทรกันน้อยลง พอคิดแล้วมันก็เศร้าใจพอลองนึกถึงตอนที่เป็นแฟนกันใหม่ๆไม่ว่างแค่ไหนต่างฝ่ายต่างก็พยายามหาเวลาเพื่อจะได้คุยกัน ตอนนี้กลับเป็นผมคนเดียวที่ต้องค่อยดูว่าเขาออนตอนไหนเพื่อที่จะได้ทักคุยกับเขาได้ แล้วผมก็จับได้ว่าเขาแอบคุยกับคนอื่น ผมจับได้ผมก็ให้อภัยเขาก็บอกจะไม่ทำอีก  แต่เขาก็ยังทำตัวไม่ดีขึ้น ผมพยายามแชร์อะไรลงหน้าเฟสเขาพยายามโพสต์หาเขาหวานๆไปเม้นตามรูปที่เขาลงว่ารักเขา เพราะผมกลัวว่าเขาจะแอบคุยกับใครอีก ที่ผมทำแบบนั้นเพราะผมหวังว่าคนอื่นจะได้เห็นว่าเขามีแฟนแล้วคนอื่นจะได้ไม่กล้าเข้ามา  แต่แฟนผมถ้าเขาไม่กดซ่อนไม่ให้แสดงไม่งั้นก็กดลบ เขาก็แก้ตัวบอกว่าไม่ชอบ มันพื้นที่ส่วนตัว  แล้วผมก็จับได้อีกว่าเขาแอบคุยกับคนอื่น แล้วผมก็ให้อภัยอีก จนผมจับได้อีกว่าเค้าแอบคุยกับคนอื่นครั้งที่ 3 เขาก็สัญญาจะไม่ทำอีก ผมก็ยังให้อภัยเพราะหวังว่าเขาจะคิดได้แล้วผมก็รับเขามากจริงๆถึงได้ยอมให้อภัย ผมตกลงกับเขาว่าถ้าเราไม่ได้แอบคุยกับใครแล้วจริงๆ อย่างกดซ่อนหรือลบเม้นพี่ เขาก็ตกลงว่าจะไม่ลบหรือซ่อน พออีกวันเขาลงรูปผมก็ไปเม้นว่ารักเขา เขาก็ไม่ลบเม้นผม ผมก็สบายใจแล้วคิดว่าเขาคงไม่มีใครอีกคนแล้วจริงๆ จนอีกหลายชั่วโมงต่อมาผมคิดขึ้นได้ว่าถ้าเขากดซ่อนผมก็ยังเห็นเม้นอยู่ ต้องใช้เฟสคนอื่นดูว่าเขากดซ่อนไหม สุดท้ายความสุขผมก็อยู่ได้ไม่ถึงวันด้วยซ้ำเพราะเขากดซ่อนเม้นผม พอผมจับได้ผมก็แชทไปถามเขา เขาไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้นบอกแต่ว่าอยากเลิกแล้ว เขาไม่ดีเอง ผมถามเขาว่าผมไม่ดีตรงไหนหรอ เขาบอกว่าผมเป็นแฟนที่ดีมากดูแลเขาเอาใจใส่ทุกอย่าง เป็นแฟนที่โครตดี แต่เขาไม่ดีเองอยากให้พี่ไปเจอคนดีๆ ไม่ใช่มาจมกับคนเลวๆแบบหนู ผมบอกเขาว่าถ้าคิดว่าพี่เป็นแฟนที่ดีมากทำไมไม่แก้ตัว ปรับปรุงตัวเอง ทำไมต้องเลิกพี่ปรับเขาหาเราตลอดพยายามเขาใจตัวตนเรา ทำไมไม่ลองทำความเข้าใจตัวตนพี่บ้าง เขาก็บอกแต่เขาเลวเข้าไม่ดีไม่อยากคบแล้ว

ผมก็ไม่รู้ว่าที่ผมพยายามทั้งหมดนี้มาเพื่ออะไรกัน ไม่เคยคิดว่าจะเปลี่ยนตัวเองได้ขนาดนี้เพื่อคนอื่นเลย แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่พออยู่ดี การเปลี่ยนไปมันน่ากลัวจริงๆ เพราะดีแค่ไหนมันก็ไม่พอ
" การที่เราพยายามมากที่สุด ไม่ได้แปลว่า เราจะได้ผลตอบแทนมากที่สุด " 
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่